ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

จนท.เตรียมย้าย "ช้างหูพับ" คืนถิ่นภูหลวง หลังทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 2 คน

จนท.เตรียมย้าย "ช้างหูพับ" คืนถิ่นภูหลวง หลังทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 2 คน
ขอนแก่นดีเดย์ เปิดศูนย์บัญชาการเคลื่อนย้าย "ช้างหูพับ" คืนถิ่นภูหลวง หลังทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 2 คน รองผู้ว่าฯ ย้ำต้องปลอดภัยทั้งคนและสัตว์

วันนี้ (3 ก.พ.2569) นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การเคลื่อนย้ายช้างป่าคืนถิ่น ณ วัดถ้ำกวาง อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น โดยมีนายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีราม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ในฐานะหัวหน้าศูนย์บัญชาการฯ เป็นผู้กล่าวรายงานถึงแผนการปฏิบัติงานครั้งสำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่ทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังครั้งใหญ่จากเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) และสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายปกครอง อ.เวียงเก่า และ อ.ภูเวียง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงทีมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และเครือข่ายภาคประชาชน โดยใช้อัตรากำลังรวมกว่า 140 นาย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติภูเวียง อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จำนวน 110 นาย พร้อมด้วยทีมสนับสนุนจากภาคส่วนอื่นๆ ในโซนรอบนอกเพื่อป้องกันอันตรายให้กับพี่น้องประชาชนอีก 30 นาย

สำหรับเป้าหมายหลักของปฏิบัติการในวันที่ 3-4 ก.พ.นี้ คือการจับและเคลื่อนย้าย "ช้างหูพับ" ช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมย้ายถิ่นฐานจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จ.เลย เข้ามาอาศัยหากินในเขตพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 จนถึงปัจจุบัน

ซึ่งที่ผ่านมา "ช้างหูพับ" ได้สร้างความเดือดร้อนโดยการทำลายพืชผลทางการเกษตรและทรัพย์สินของประชาชนใน อ.ภูเวียง และ อ.เวียงเก่า ที่สำคัญคือได้ทำร้ายประชาชนเสียชีวิตไปแล้วถึง 2 คน การปล่อยให้ช้างป่าอยู่นอกพื้นที่อนุรักษ์ต่อไปจึงเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อชีวิตและทรัพย์สิน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานว่า รู้สึกยินดีและขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีความรู้ความเชี่ยวชาญโดยตรง การปฏิบัติงานในวันนี้จึงเป็นการทำเพื่อความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ใช้ความระมัดระวังสูงสุด เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายทั้งต่อตัวเจ้าหน้าที่เองและตัวช้างป่า เพื่อให้ภารกิจลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้

ขณะที่นายณัฐวัฒน์ กล่าวว่า แผนการดำเนินงานหลังจากทำการจับ "ช้างหูพับ" ได้แล้ว จะเคลื่อนย้ายไปดูแลและปรับพฤติกรรม ณ พื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ จ.เลย โดยจะมีทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลจากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.8 ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 4 (ขอนแก่น) และทีมสัตวแพทย์สัตวบาลจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า คอยดูแลประเมินสุขภาพอย่างใกล้ชิด มีการใช้มาตรการความปลอดภัยเข้มงวด ทั้งการติดตั้งรั้วไฟฟ้า กล้อง CCTV และเจ้าหน้าที่เวรยามตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้จะมีการศึกษาพฤติกรรมและติดตามการหากินอย่างต่อเนื่อง หากในอนาคตช้างมีพฤติกรรมที่เชื่องลงและสภาพความพร้อมเหมาะสม จึงจะพิจารณาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้จะเป็นการนำร่องสู่การสร้างมาตรฐานในการแก้ไขปัญหาช้างป่าของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในอนาคต

อ่านข่าว :

นัดหารือ 10 ก.พ. จ่อย้ายช้างป่าเขาใหญ่ "พลายอ้อยหวาน" ปรับพฤติกรรม

ช้างป่าเขาใหญ่ทำร้าย "นักท่องเที่ยว" เสียชีวิต

ติดตาม "3 ช้างป่า" หลังรับวัคซีนคุมกำเนิดครบ 48 ชั่วโมง