ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

“ช้างป่าอีสาน” บนพื้นที่ทับซ้อนของ "แหล่งอาหาร-เกษตรกรรม" ที่ต้องจัดการเชิงระบบ

สิ่งแวดล้อม
16:18
776
“ช้างป่าอีสาน” บนพื้นที่ทับซ้อนของ "แหล่งอาหาร-เกษตรกรรม" ที่ต้องจัดการเชิงระบบ
อ่านให้ฟัง
05:23อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

จากพื้นที่รอยต่อของภาคอีสานตอนบนกับภาคเหนือตอนล่าง คือ จ.ขอนแก่น เลย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ และหนองบัวลำภู ที่มีป่าอนุรักษ์วางเรียงรายอยู่โดยรอบ ตั้งแต่ อุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จ.ขอนแก่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จ.เลย อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์

พื้นที่ระหว่างผืนป่าอนุรักษ์ทั้ง 6 แห่ง เป็นพื้นที่ราบเชื่อมถึงกัน ระหว่างปลายเดือน ม.ค.ถึงต้นเดือน ก.พ.2569 พบว่า การเคลื่อนที่ของช้างป่าหลายจุดออกนอกแนวเขตป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะบริเวณ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น และพื้นที่ใกล้เขตชุมชน

จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและเส้นแบ่งเขตป่าอนุรักษ์ในแผนที่ พบว่า หมู่บ้านและพื้นที่ทำกินของประชาชนส่วนใหญ่อยู่ “นอกแนวเขตป่าอนุรักษ์” อย่างชัดเจน และเป็นพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสถานะทางกฎหมายรับรอง

ข้อมูลจาก นายธรรมศิษฐ์ ชารู หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ระบุว่า ช้างป่ากลุ่มดังกล่าวอพยพมาจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 และเข้ามาใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2566–2568 ปัจจุบันพบว่า มีช้างประมาณ 6 ตัว อาศัยอยู่เป็นประจำในพื้นที่ อ.สีชมพู บริเวณ ต.ดงลานและ ต.บ้านใหม่

พื้นที่ป่าอนุรักษ์แถบอีสานเหนือ ซึ่งมีที่ราบเกษตรกรรมทับซ้อนกันอยู่ ขณะที่เป็นเส้นทางหากินของช้างป่าบริเวณดังกล่าว

พื้นที่ป่าอนุรักษ์แถบอีสานเหนือ ซึ่งมีที่ราบเกษตรกรรมทับซ้อนกันอยู่ ขณะที่เป็นเส้นทางหากินของช้างป่าบริเวณดังกล่าว

พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ราบสวนป่าของรัฐ ที่เริ่มปลูกมาตั้งแต่ปี 2507 ติดกับลำน้ำพอง มีความอุดมสมบูรณ์เอื้อต่อการหากินและอยู่อาศัยของช้าง โดยช้างจะออกหากินในช่วงกลางคืน ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น. ถึง 23.00 น. ก่อนจะกลับเข้าพื้นที่ป่า

การอพยพของช้างป่าส่วนหนึ่งเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติ โดยเฉพาะช้างวัยรุ่นเพศผู้ที่ถูกขับออกจากฝูงเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และจะออกมาแสวงหาพื้นที่หากินใหม่ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในเขตป่าอนุรักษ์

ข้อมูลเชิงพื้นที่ยังสอดคล้องกับคำอธิบายของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ที่ระบุว่า พื้นที่หากินของช้างครอบคลุมกว้างถึงประมาณ 30–300 ตารางกิโลเมตร หรือราว 187,000 ไร่ ทำให้เส้นทางการเคลื่อนที่ของช้างทับซ้อนกับพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน โดยเฉพาะไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง และนาข้าว

ผมยืนยันว่า ช้างไม่ได้บุกรุกพื้นที่ของมนุษย์ แต่เป็นลักษณะของพื้นที่หากินที่ทับซ้อนกัน เนื่องจากช้างไม่รับรู้ขอบเขตทางกฎหมายระหว่างพื้นที่ป่าอนุรักษ์กับพื้นที่เกษตร และมีการใช้เส้นทางเดิมที่เคยเดินมาตั้งแต่ปี 2566 รวมถึงการเดินผ่านชุมชนและข้ามถนนเป็นประจำ

หากย้อนดูบริบททางประวัติศาสตร์พื้นที่ พบว่า เมื่อกว่า 60 ปีก่อน พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นผืนป่าที่เชื่อมโยงถึงกัน ก่อนที่รัฐไทยจะมีนโยบายเปิดสัมปทานไม้ ส่งผลให้พื้นที่จำนวนมากกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม ภายหลังจึงมีการจัดสรรที่ดินให้ประชาชนทำกินและออกเอกสารสิทธิ์อย่างถูกต้อง ทำให้โครงสร้างพื้นที่ในปัจจุบันเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่

ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพืชผลทางการเกษตร นายธรรมศิษฐ์ระบุว่า เมื่อมีการแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. เข้าตรวจสอบ ก่อนจะส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด เพื่อขอเงินชดเชยเยียวยาจากงบกลาง ตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อย่างไรก็ตามแม้วันนี้ อาจจะพบเห็นการเผชิญหน้ากันระหว่างช้างกับคนในชุมชน แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ในอดีตเคยมีการผลักดันช้าง ให้กลับไปยังป่าต้นทาง เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

เพราะถึงที่สุดช้างก็ยังคงกลับมาใช้เส้นทางหากินเดิม เนื่องจากเป็นเส้นทางหากินตามธรรมชาติของช้างกลุ่มนี้ ที่เป็นพื้นที่ทางการเกษตรของคนเช่นกัน การจะแก้ปัญหาจึงจำเป็นต้องอาศัยการบริหารจัดการร่วมกันเชิงระบบ มากกว่าการมองในมุมมองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

อ่านข่าว :

"กลุ่มคนรักช้าง" ร้องสอบปม "สีดอหูพับ" ตายขณะเคลื่อนย้าย จี้อธิบดีฯ ลาออก

“ตรุษจีน” เงินสะพัด 5.4 หมื่นล้าน ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมรับมือราคาสินค้า

"เพื่อไทย-กล้าธรรม" เปิดเกมต่อรองร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย