วันนี้ (12 ก.พ.2569) นพ.อังกูร ภัทรากร นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ (สบยช.) เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์ผู้ติดยาเสพติดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยแต่ละปีมีผู้เข้ารับการบำบัดรักษาทั่วประเทศ ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน กว่า 220,000 คน ขณะที่ปีนี้มีแล้วกว่า 184,000 คน ใกล้เคียงสถิติทั้งปี
ปัจจุบัน สบยช. มีสถานบำบัด 6 แห่งทั่วประเทศ และศูนย์กลางอีก 1 แห่ง รวม 7 แห่ง นพ.อังกูร มองว่า สถานบำบัดของรัฐอาจยังไม่เพียงพอ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น ทั้งทหาร กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ และภาคชุมชน ดูแลผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง
ระบบการรักษาแบ่งเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ระดับปฐมภูมิ โรงพยาบาลชุมชนระดับอำเภอ ระดับทุติยภูมิ และโรงพยาบาลจังหวัดระดับตติยภูมิ หากอาการรุนแรงจึงส่งต่อ สบยช.
ขั้นตอนบำบัดของ สบยช. มี 4 ขั้นตอน เริ่มจากคัดกรองและประเมินโรคร่วมบำบัดด้วยยา จากนั้นเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูใช้เวลา 4-6 เดือน และติดตามต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี พร้อมประสาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และชุมชนรองรับผู้ป่วยกลับคืนสังคม
นพ.อังกูร ระบุว่า ปัจจุบันการบำบัดเป็นแบบสมัครใจ อุปสรรคสำคัญคือความพร้อมของผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน หากไม่สมัครใจจะใช้แนวทางลดอันตรายจากยาเสพติด เช่น ตรวจสุขภาพและช่วยเหลือด้านสังคม ส่วนปัญหาเสพซ้ำ มักเกิดจากการขาดการยอมรับในชุมชน ถูกตีตรา ไม่มีงานทำ และโรคสมองติดยา ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่มีโอกาสกลับมาใช้ซ้ำได้
กรณีผู้ติดยาเสพติดเสี่ยงก่อเหตุรุนแรง ส่วนใหญ่มักมีอาการทางจิตเวชรุนแรง มีสัญญาณเตือน "5 ธงแดง" ได้แก่ นอนไม่หลับ พูดคนเดียว หงุดหงิด หวาดระแวง และมีพฤติกรรมผิดปกติในชุมชน เดินไปเดินมา จึงต้องอาศัยการเฝ้าระวังจากผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และครอบครัว เพื่อป้องกันเหตุ พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ผ่านการบำบัดมีที่ยืนในสังคมและอาชีพที่มั่นคง ลดการกลับไปเสพซ้ำในระยะยาว
อ่านข่าว :
ป.ป.ส.เผยผู้ก่อเหตุยิงใน รร.พะตงฯ มีประวัติใช้ยาเสพติด-รักษาจิตเวช
"หมอเดว" ชี้เหตุยิงใน รร.พะตงฯ ทุกฝ่ายคือ "เหยื่อ" จากปัญหาสะสม
ช่องโหว่การบำบัด ยิง รร.พะตงฯ สะท้อนปัญหายาเสพติดซ้ำซาก










