ช่องโหว่การบำบัด ยิง รร.พะตงฯ สะท้อนปัญหายาเสพติดซ้ำซาก

สังคม
19:16
จำนวนผู้ชม 3,790
ช่องโหว่การบำบัด ยิง รร.พะตงฯ สะท้อนปัญหายาเสพติดซ้ำซาก
นโยบาย "ชุมชนล้อมรักษ์" มุ่งคืนผู้เสพสู่สังคมผ่านการบำบัดโดยชุมชน แต่เหตุยิงใน รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบ สะท้อนช่องโหว่สำคัญ ยังป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำไม่ได้ หากไม่แก้ปัญหาต้นตออย่างผู้ค้าและการฟื้นฟูหลังรักษา

วันนี้ (12 ก.พ.2569) มีความพยายามแก้ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชที่มีปัจจัยจากยาเสพติดหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือโครงการ "1 ตำบล 1 ชุมชน CBTx" หรือ "ชุมชนล้อมรักษ์" ที่มุ่งคืนผู้เสพกลับสู่ชุมชนผ่านการบำบัดและฟื้นฟูโดยมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ยิงใน รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำให้เกิดคำถามว่านโยบายนี้ล้มเหลวหรือไม่ เนื่องจากยังเกิดเหตุรุนแรงซ้ำซากและป้องกันไม่ได้จริง

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่านโยบายนี้มีช่องโหว่ที่สำคัญ โดยเฉพาะการไม่สามารถกำจัดผู้ค้ายาเสพติดได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา ต.พะตง เองถือเป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบของ CBTx ข้อมูล ณ มี.ค.2567 พบผู้ป่วยยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัดฟื้นฟู 362 คน ดำเนินการแล้ว 280 คน และเฝ้าระวัง 82 คน แต่เหตุการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่ายังมีอุปสรรคมากมายที่ทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ซ้ำหรือพัฒนาไปสู่ภาวะรุนแรง

ภาพรวมจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2567 พบชุมชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 2,333 ชุมชน จากเป้าหมายกว่า 7,255 ตำบลทั่วประเทศ ล่าสุดปี 2568 มีผู้เข้าสู่การบำบัด 22,239 คน โดย จ.สงขลาเป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่มีผู้เข้ารับการบำบัดมากที่สุด แต่ในจำนวนนี้ มีเพียง 2,985 คน หรือราวร้อยละ 10 ที่เข้าบำบัดครบกระบวนการ

กระบวนการ CBTx ทำงานโดยเริ่มจากการประชุมร่วมระหว่างผู้นำชุมชน อำเภอ ตำรวจ และสาธารณสุข จากนั้นปูพรมตรวจปัสสาวะคัดกรองผู้เสพ หากพบสารเสพติดจะประเมินระดับความรุนแรง แบ่งเป็นกลุ่มที่บำบัดในชุมชนได้และกลุ่มที่ต้องส่งโรงพยาบาล

หลังรักษาจากโรงพยาบาล ต้องกลับสู่ชุมชนด้วยการติดตาม จัดกิจกรรมฟื้นฟู และฝึกทักษะอาชีพ เพราะหลายคนบำบัดแล้วแต่กลับไม่ได้เนื่องจากขาดงานทำ สังคมไม่ยอมรับ หรือกลับไปเจอสิ่งแวดล้อมเดิมที่มีสารเสพติดยังคงอยู่ การขยายผลจับกุมผู้ค้ายาจึงต้องทำควบคู่กันไปอย่างจริงจัง ขั้นตอนทั้งหมดไม่ง่าย ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย รวมถึงมุมมองของคนในชุมชนและตัวผู้เข้ารับบำบัดเอง

ภาพประกอบข่าว ช่องโหว่การบำบัด ยิง รร.พะตงฯ สะท้อนปัญหายาเสพติดซ้ำซาก

จากข้อมูลปี 2568 พบผู้ใช้และเสพยาเสพติดในไทยราว 1,900,000 คน ในจำนวนนี้ 1,400,000 คนยังไม่แสดงอาการชัดเจน รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการ กรมสุขภาพจิต นพ.ศุภเสก วิโรจนาภา ระบุว่า ผู้ก่อเหตุในเหตุการณ์ รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ ถูกจัดเป็นกลุ่ม "ผู้ป่วยสีแดง" แต่ก่อนถึงระดับนั้น มักเริ่มจากสีเขียว สีเหลือง หรือสีส้ม ซึ่งมีระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี ที่สามารถเข้าแทรกแซงบำบัดเพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงจนเกิดภาวะคลุ้มคลั่ง

ช่องว่างสำคัญจึงอยู่ที่การค้นหาและเข้าถึงผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ซึ่งเพิ่งเริ่มใช้ยาเสพติดในชุมชน หากตรวจพบเร็วและรักษาทันเวลา จะลดโอกาสพัฒนาไปสู่กลุ่มสีแดงได้ ความร่วมมือจากครอบครัวจึงจำเป็นมาก เพราะหากปิดบังปัญหา อาการอาจลุกลาม ล่าสุดเดือน พ.ย.2568 ก่อนยุบสภา นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งขยายผลชุมชนล้อมรักษ์ ผ่านกองทุน สสส. ให้ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมทบทวนกฎหมายยาเสพติดทั้งระบบ

แต่เมื่อเทียบจำนวนผู้ใช้ยาเกือบ 2,000,000 คน กับผู้เข้าสู่ระบบบำบัดเพียงหลักหมื่น ยังเป็นคำถามใหญ่เรื่องการเข้าถึงบริการและการเฝ้าระวังในระดับพื้นที่ที่ยังไม่ทั่วถึง นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ไม่ใช่ครอบครัวเรา แต่ผลกระทบกลับไม่ไกลตัว การคืนผู้ป่วยสู่ชุมชนได้จริงต้องมีระบบและข้อต่อที่รองรับอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ปัญหาแบบนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

ภาพประกอบข่าว ช่องโหว่การบำบัด ยิง รร.พะตงฯ สะท้อนปัญหายาเสพติดซ้ำซาก

อ่านข่าวอื่น :

ย้อน 5 เหตุการณ์ "กราดยิง" สะเทือนขวัญคนไทย

"สุดารัตน์" ลาออกหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เตรียมลุยงานภาคประชาชนปราบคอร์รัปชัน

อนุทิน กำชับ 193 ว่าที่ สส.ภูมิใจไทย มีเพียงมุ้งเดียว "มุ้งอนุทิน"