วันนี้ (19 ส.ค.2569) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ TH-AI Passport ผ่านเว็บไซต์ de.aipass.net โดยช่วงครึ่งวันแรกมีผู้ลงทะเบียนสำเร็จแล้วกว่า 532,692 ราย (ข้อมูล ณ เวลา 17.00 น.)
อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนโดเมนด้วย .net ทำให้มีข้อกังวลจากฝ่ายค้าน เนื่องจากอาจเปิดช่องให้บุคคลทั่วไป จดชื่อโดเมนที่ใกล้เคียงกันได้ง่าย เสี่ยงต่อการสร้างเว็บปลอม หลอกลวงประชาชนต่างจาก .go.th ซึ่งเป็นโดเมนเฉพาะหน่วยงานราชการมีความน่าเชื่อถือมากกว่า
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงว่า การใช้โดเมน .net เป็นการเช่าตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน TOR แม้จะเป็นโดเมนที่สามารถจดทะเบียนได้ทั่วไป แต่ยืนยันถึงความปลอดภัยและเตรียมโดเมน .go.th ไว้รองรับแล้วเช่นกัน
รมว.ดีอี กล่าวต่อว่า ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลผู้ใช้งาน โดยในสัญญาห้ามไม่ให้ผู้ให้บริการ นำข้อมูลไปประมวลผลต่อยอดหรือเก็บข้อมูล เพื่อใช้ในการพัฒนาโมเดลและการลงทะเบียนทำผ่านระบบของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว
สำหรับการลงทะเบียน ประชาชนต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือทางรัฐ โดยผู้ที่เลือกใช้ช่องทาง ThaiD อาจพบความล่าช้าในการประมวลผลจึงแนะนำให้ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ จะรวดเร็วกว่า
โครงการ TH-AI Passport ดำเนินการในรูปแบบเว็บไซต์ ที่รวบรวม AI กว่า 30 โมเดล ให้ประชาชนใช้ฟรี ระยะเวลา 1 ปี ไม่ต้องโหลดแอป เตรียมเปิดให้บริการ 31 ส.ค. หลังได้ข้อสรุปแก้สัญญา
สำหรับรูปแบบการใช้งาน ภาครัฐจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานที่เข้าใช้งานจริง ภายใต้เงื่อนไขของโครงการ หรือ Pay Per Active User ในอัตรา 24.70 บาท ต่อคนต่อเดือน จำกัดจำนวนไม่เกิน 5 ล้านสิทธิ หากมีคนลงทะเบียนเกิน จะเข้าคิวสำรอง เมื่อผู้ที่ได้รับสิทธิ ไม่เข้าใช้งานตามระยะเวลาที่กำหนด ระบบจะตัดสิทธิ ให้คิวสำรองต่อไป
รมว.ดีอี ยืนยันว่า ให้ความร่วมมือฝ่ายค้านตรวจสอบ แม้ไม่ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ด้วยตนเอง แต่สั่งการให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง ชี้แจงข้อมูลมาโดยตลอด รวมถึงเอกสารที่กมธ.ขอ และไม่หวั่นว่าจะถูกฟ้องร้อง
จับตา TH-AI Passport ห่วงปมจัดซื้อ-ความปลอดภัยข้อมูล
ด้าน นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ รองประธานอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล ระบุถึงโครงการ TH-AI Passport จำเป็นต้องติดตามประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะวงเงินโครงการ และรายละเอียดการดำเนินงานที่ถูกตั้งคำถาม เช่น เงื่อนไข ทีโออาร์ ที่กำหนดให้ประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล ทั้งนี้ มองว่าแม้โครงการจะมีข้อครหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล แต่ก็มีประโยชน์ต่อประชาชน ในด้านการพัฒนาทักษะผ่านหลักสูตรออนไลน์
อ่านข่าว :
กทม.สั่งตรวจเข้ม ย้ายเข้าผิดปกติ-สวมสิทธิ์บัตรสีชมพู ขีดเส้น 50 เขตรายงานผล 1 ก.ย.
ทรัมป์โพสต์ "ฮอร์มุซ" ดินแดนใหม่สหรัฐฯ เตหะรานสวนกลับ "ไม่มีสิทธิ์"
ส.อ.ท.ชูเชื้อเพลิงชีวภาพทางเลือกใหม่พลังงานทดแทน หวังลดพึ่งพานำเข้า
