ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ย้อน 5 เหตุการณ์ "กราดยิง" สะเทือนขวัญคนไทย

อาชญากรรม
15:00
1,344
ย้อน 5 เหตุการณ์ "กราดยิง" สะเทือนขวัญคนไทย

จากกรณีเหตุกราดยิงในประเทศไทย ครั้งล่าสุด ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ (11 ก.พ.2569) โดยชายอายุ 18 ปี บุกเข้าไปภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 6 คน ไทยพีบีเอส ออนไลน์ รวบรวมเหตุการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะเหตุ "กราดยิง" ที่สะเทือนขวัญและสร้างความเศร้าโศกแก่คนไทยอย่างมาก

ทหารกราดยิงในพื้นที่ "โคราช" เสียชีวิต 30 คน ปี 63

เหตุการณ์ทหารก่อเหตุกราดยิงในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เป็นเหตุสะเทือนขวัญครั้งใหญ่ของคนไทย โดยช่วงบ่ายวันที่ 8 ก.พ.2563 จ.ส.อ.จักรพันธ์ (สงวนนามสกุล) ก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชา และแม่ยายของผู้บังคับบัญชาเสียชีวิตที่บ้านพัก จากนั้นขับรถไปยังค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ยิงเจ้าหน้าที่เวรคลังอาวุธ และชิงอาวุธสงคราม พร้อมกระสุนจำนวนมากไปด้วย

ระหว่างมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองนครราชสีมา ผู้ก่อเหตุยิงประชาชนและตำรวจ บริเวณเส้นทางผ่านวัดป่าศรัทธารวม ก่อนจะเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อยังห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จากนั้นผู้ก่อเหตุยังกราดยิงประชาชนในบริเวณดังกล่าว และหลบซ่อนตัวบริเวณชั้นใต้ดินของห้างฯ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะปิดล้อมและวิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อเหตุในช่วงเช้าของวันที่ 9 ก.พ.2563 เหตุดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 30 คน บาดเจ็บกว่า 50 คน นับเป็นเหตุกราดยิงครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในไทย

สะเทือนหัวใจพ่อแม่ เหตุ ตร.กราดยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ จ.หนองบัวลำภู ปี 65

เหตุการณ์ "กราดยิง" ในไทยอีกครั้ง ที่สร้างความสะเทือนใจต่อคนไทยอย่างมาก ก็คือเหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2565 ส.ต.อ.ปัญญา (สงวนนามสกุล) พกพาอาวุธปืนและมีด ขับรถมายังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ในช่วงเวลาที่เด็กนักเรียนพักนอนกลางวัน จากนั้นก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่หน้าศูนย์ฯ และเข้าไปในห้องนอนและใช้มีดทำร้ายเด็กเล็กที่กำลังนอนหลับเสียชีวิต หลังก่อเหตุภายในศูนย์ฯ ผู้ก่อเหตุขับรถหลบหนีและยิงประชาชน ในระหว่างทางด้วย เมื่อถึงบ้านผู้ก่อเหตุจุดไฟเผารถยนต์ ก่อนจะใช้อาวุธปืนสังหารภรรยา ลูก และตัวเอง

เยาวชนอายุ 14 ปี กราดยิงในห้างฯ "สยามพารากอน" ปี 66

นอกจากนี้ ยังมีเหตุกราดยิงที่ทั่วโลกรับรู้ และเป็นเหตุการณ์ที่เยาวชนก่อเหตุครั้งแรกของไทย เนื่องจากเหตุเกิดในย่านกลางเมืองแหล่งช้อปปิ้ง ท่องเที่ยวสำคัญ คือเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2566 เหตุดังกล่าวผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนอายุ 14 ปี ใช้อาวุธปืน ซึ่งดัดแปลงมาจากปืนแบลงค์กัน (Blank Gun) ก่อเหตุยังบริเวณชั้น 1 ของห้างฯ เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวแตกตื่นและวิ่งออกจากห้างฯ ต่อมาในช่วงเย็นตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ โดยผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัว เหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน และชาวเมียนมาซึ่งทำงานภายในห้างฯ บาดเจ็บ 4 คน

รปภ.กราดยิง ใน "ตลาด อ.ต.ก." เสียชีวิต 6 คน

เหตุการณ์กราดยิงต่อมาที่ถือว่า อุกอาจ คือเหตุกราดยิง ในตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (ตลาด อ.ต.ก.) เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2568 โดยผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุ 60 ปี พกพาอาวุธปืนเข้ามาบริเวณตลาด โดยเริ่มยิงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) บริเวณลานจอดรถเสียชีวิต จากนั้นวิ่งเข้าไปในตลาด กราดยิงใส่แม่ค้าและประชาชน ที่กำลังจับจ่ายใช้สอยสร้างความแตกตื่นอย่างมาก ก่อนที่จะจบชีวิตตัวเอง เหตุดังกล่าวให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน รวมผู้ก่อเหตุ

เยาวชนอายุ 18 ปี จับตัวประกัน - ยิงผอ.โรงเรียน ในจ.สงขลา เสียชีวิต

ขณะที่เหตุการณ์ล่าสุด เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 11 ก.พ.2569 ชายอายุ 18 ปี บุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้ก่อเหตุพยายามจับครูพร้อมนักเรียนเป็นตัวประกัน ซึ่ง ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร แสดงความกล้าหาญ เอาตัวเข้าเป็นตัวประกันแทนเพื่อปกป้องลูกศิษย์ จนกระทั่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 6 คน

“หนี – ซ่อน – สู้” หากเผชิญเหตุกราดยิง

จากกรณีเหตุกราดยิง ที่เกิดขึ้นหลายครั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เสนอวิธีเอาตัวรอดหากเกิดสถานการณ์กล่าว ด้วยกฎเหล็ก "หนี-ซ่อน-สู้" ซึ่งการหนีถือเป็นวิธีดีที่สุด ถ้าหนีไม่ได้ให้ซ่อนตัว และการต่อสู้ถือเป็นวิธีสุดท้าย รวมถึงพยายามขอความช่วยเหลือจากตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด

บุกยิงในโรงเรียน อ.หาดใหญ่ ผอ.บาดเจ็บ จับครู-นร.เป็นตัวประกัน

อัปเดตยิงใน รร.พะตงฯ บาดเจ็บรวม 3 คน - ผอ.ผ่าตัดแล้วนอน ICU

จนท.เก็บหลักฐานเพิ่ม เหตุบุกยิง รร.พระตงประธานคีรีวัฒน์

ศธ.จ่อเสนอเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ – ขอพระราชทานเครื่องราชฯ "ผอ.ศศิพัชร"