ความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีลักลอบทำถนน และตัดไม้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน
วันนี้ (19 ก.พ.2569) นายณัฐ โก่งเกษร ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีการตัดถนนใหม่ลัดเลาะสันเขา ผ่านป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา ความสูง 600–1,100 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A
นายณัฐ กล่าวว่า ปัจจุบันแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 3-4 คน เป็นผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้าง ในจำนวนนี้รวมอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาด้วย ซึ่งมีพยานและหลักฐานชัดเจนว่า เป็นผู้สั่งการให้มีการตัดทำเส้นทาง เชื่อมต่อบ้านขุนแม่สองกับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ
การตรวจสอบพบว่า ถนนเส้นนี้สร้างเสร็จภายใน 2 เดือน ก่อนดำเนินการทราบว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปประชาสัมพันธ์กับชาวบ้าน อ้างว่าได้รับงบประมาณเพื่อตัดถนนเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้าน เมื่อมีการประชาคมชาวบ้านจึงไม่ขัดข้อง ทั้งที่ความจริงแล้ว ไม่มีแผนจะทำถนนเส้นนี้
ทั้งนี้ ระหว่างการตรวจสอบ มีผู้นำชุมชนเข้าให้ข้อมูลว่า มีการนำเรื่องการตัดถนนเข้าพูดคุยในที่ประชุมผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 ซึ่งมีหลักฐานเป็นบันทึกการประชุม โดยอ้างถึงงบประมาณของรัฐ และยังหลอกจ้างชาวบ้านเข้าไปตัดไม้เพื่อตัดถนนใหม่
ก่อนหน้านี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้กำชับให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยพื้นที่ที่มีการทำถนนและตัดไม้ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ถนนความยาว 1.27 กิโลเมตร และอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา 6.6 กิโลเมตร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจยึดไม้กระยาเลยของกลาง 329 ท่อน ปริมาตร 156.94 ลูกบาศก์เมตร
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สบอ.16) สาขาแม่สะเรียง ได้ทำรายงานมายังกรมอุทยานฯ และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว จึงได้สั่งย้ายให้ไปปฏิบัติราชการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.2568 เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป
ล่าสุดผลการสอบสวนพบว่า มีการกระทำความผิดจริง จึงให้ สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง แจ้งความดำเนินคดีกับนายกฤษฎา อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 รวมทั้งพบว่า มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องด้วย
หัวหน้าเขตฯ กับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ต้องรู้เห็นอยู่แล้ว ซึ่งได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว
อธิบดีกรมอุทยานฯ ยังได้อธิบายถึงพฤติการณ์ของอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ว่า มีลักษณะเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านว่า ทางการมีงบประมาณในการตัดถนน และให้ชาวบ้านช่วยดำเนินการ ซึ่งการตรวจสอบพบว่า ไม่มีแผนงานและงบประมาณตัดถนนดังกล่าว ที่สำคัญไม่สามารถตัดถนนในพื้นที่ดังกล่าวได้ จึงเชื่อว่าการลักลอบตัดถนนมีวัตถุประสงค์บางอย่าง
นอกจากนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบขยายผลว่า มีกลุ่มบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยประสานกับฝ่ายทหารและตำรวจเพื่อให้ทราบวัตถุประสงค์ของตัดถนนดังกล่าว เบื้องต้นได้ปิดเส้นทางหัวและท้ายแล้ว แต่ทางที่ดีที่สุดคือต้องทำลายถนนและฟื้นฟูสภาพป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน
อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้พนักงานสอบสวนให้ความเห็นชอบในการทำลายถนน เพราะถือเป็นหลักฐานทางคดี
เส้นทางนี้ห่างแนวชายแดน 5 กิโลเมตร แต่มีเส้นทางเดิน ทางรถจักรยานยนต์ที่เชื่อมได้ เชื่อว่ามีวัตถุประสงค์ใช้ขนสินค้าที่ไม่ถูกต้อง
ด้านนายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เปิดเผยว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ได้มีหนังสือแจ้งความดำเนินคดีไปยัง สภ.เสาหิน ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.2568 เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งมีนายนาวี ศิลป์สุภากุล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ เป็นผู้แจ้งความกล่าวโทษ และพยานยืนยันตัวบุคคลจำนวน 2 คน
สำหรับประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่า มีการแบ่งคดีหรือไม่รายงานผลนั้น นายชัยชาญ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการกระทำผิดเกิดขึ้นใน 2 พื้นที่ คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจสอบสวนของ สภ.เสาหิน และพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สภ.แม่ลาหลวง
การแยกสำนวนจึงเป็นไปตามมาตรา 19 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ใช่การอำพรางหรือแบ่งคดีแต่อย่างใด อีกทั้งทางสำนักฯ ได้รายงานผลการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกจำนวน 2-1-58 ไร่ ให้อธิบดีกรมอุทยานฯ ทราบผ่านผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2568
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (19 ก.พ.) ได้ลงพื้นที่ค้นหาจนพบรถแทรกเตอร์ที่ใช้ก่อเหตุแล้ว และเคลื่อนย้ายไปยังสถานีตำรวจ พร้อมเร่งค้นหารถแบคโฮ ส่วนการดำเนินคดี เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ได้แจ้งความเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาหลวง เพื่อดำเนินคดีอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ในฐานะผู้สั่งการให้ตัดทำเส้นทางดังกล่าว โดยมีหลักฐานสำคัญเป็นบันทึกการประชุมหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 ซึ่งระบุพฤติการณ์ชัดเจน โดยพนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้ยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีก 2 คน
ทั้งนี้ สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ได้รายงานผลสอบสวนข้อเท็จจริงให้ทางกรมอุทยานฯ แล้วเมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการระดับกรมอุทยานฯ และชี้มูลความผิดทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ส่วนผู้กระทำความผิดคนอื่นและของกลางที่ระบุถึง ทั้งผู้จ้างวาน เจ้าของรถแบคโฮ เจ้าของรถแทรกเตอร์ รวมถึงการตรวจนับปริมาตรไม้และดินเพิ่มเติมอีกกว่า 2 กิโลเมตรนั้น ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวนที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและเรียกสอบคำให้การพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปความเห็นสั่งฟ้อง
อ่านข่าว :
สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง แถลงชี้แจงปม "ทำไม้" กลางป่าอนุรักษ์
"สุชาติ" สั่งสอบปมตัดไม้-ทำถนนรุกป่าแม่ยวม ขีดเส้น 3 วันรู้ผล










