ตัวแทนชาวสวนมะพร้าวน้ำหอมใน จ.ราชบุรี สะท้อนการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมว่า ที่ผ่านมายังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม แม้ภาครัฐจะมีมาตรการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดและรับซื้อราคานำตลาดลูกละ 5 บาท แต่ทำได้ปริมาณจำกัด ส่วนใหญ่เกษตรกรยังขายได้ที่ 3-4 บาท ต่ำกว่าต้นทุน จึงเสนอให้หน่วยงานรัฐช่วยลดต้นทุนการผลิต
ขณะที่ชาวสวนอีกคน สะท้อนว่า ปัจจุบันต้นทุนการผลิตสูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นค่าแรงหรือปัจจัยการผลิต ทั้งปุ๋ยทั้งยา โดยต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละ 30,000-40,000 บาท และต้องใช้เวลาปลูกอย่างน้อย 3 ปีกว่าจะให้ผลผลิต จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลปัจจัยการผลิต
ที่วิสาหกิจชุมชุมผู้ผลิตผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก อ.ดำเนินสะดวก มีการคัด แปรรูป และตัดแต่งมะพร้าวเพื่อเตรียมจำหน่ายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ โดย นายประยูร วิสุทธิไพศาล ประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตและผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก ระบุว่า สมาชิกสามารถขายได้สูงกว่าราคาตลาดลูกละ 1 บาท หากล้งจีนรับซื้อ 3 บาทต่อลูก ก็จะรับซื้อจากสมาชิกที่ลูกละ 4 บาท โดยใช้กำไรของกลุ่มซื้อนำราคา แต่เกษตรกรต้องผลิตให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานกำหนด เพื่อนำมาแปรรูปให้ตรงกับความต้องการของตลาด
นอกจากนี้วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ยังส่งออกไปยังตลาดสำคัญ คือ ยุโรป ฮ่องกง สิงคโปร์ ขายได้ราคาลูกละ 12-16 บาท ส่วนตลาดจีนไม่ได้ส่งออก เพราะให้ราคาต่ำ เช่น อยู่ที่ 9-10 บาทต่อลูก
ด้าน นายไชยวิทย์ บัวงาม ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี ระบุว่า ที่ผ่านมาได้จัดรับฟังความคิดเห็น ต่อร่างรายงานการศึกษาการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ เพื่อระดมสมองร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และตัวแทนเกษตรกร หาทางออกวิกฤตราคาตกต่ำ และสะท้อนสาเหตุเชิงโครงสร้าง ทั้งความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน
ขณะที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ขาดประสิทธิภาพในการระบายผลผลิต การส่งออกชะลอตัว และถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดจากประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม และจีน รวมทั้งโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรม เพราะส่วนต่างราคาหน้าสวนกับราคาปลายทางไม่สมดุลกัน รวมถึงพ่อค้าคนกลาง ล้ง มีอำนาจในการกำหนดราคา
จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยผลักดันให้มะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อให้รัฐเข้ามาดูแลและประกันราคา แต่งตั้งคณะทำงานมะพร้าวน้ำหอมระดับชาติเพื่อดูแลกลไกตลาดอย่างเป็นระบบ ขยายช่องทางการจำหน่ายในตลาดต่างประเทศใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป และออสเตรเลีย ตรวจสอบและกำกับดูแลทุนต่างชาติอย่างเข้มงวด เช่น ทุนข้ามชาติ นอมินี
จัดตั้งกองทุนเพื่อพยุงราคาในช่วงมะพร้าวราคาน้ำหอมราคาตกต่ำ ส่งเสริมมาตรฐานการผลิต เช่น GAP, GI และมาตรฐานสากลอื่น ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร ส่งเสริมการตลาดและการจำหน่ายออนไลน์ กระตุ้นการบริโภคในประเทศ ลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการแปรรูปและเพิ่มมูลค่า
โดยร่างรายงานการศึกษาและข้อเสนอเชิงนโยบายจะนำเสนอให้สภาเกษตรกรแห่งชาติพิจารณาในเดือนหน้า และนำเสนอ ครม.พิจารณามาตรการช่วยเหลือต่อไป
ขณะที่คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ Fruit Board เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ พิจารณา เห็นชอบ จัดตั้งคณะทำงานศึกษาเสถียรภาพ กลุ่มสินค้ามะพร้าวน้ำหอมครบวงจร โดยมีอำนาจหน้าที่ในการศึกษาและวางยุทธศาสตร์ แนวทางบริหารจัดการมะพร้าวน้ำหอมทั้งระบบ มอบหมายกระทรวงพาณิชย์ จัดทำมาตรการด้านการควบคุมราคาและกระจายสินค้า และให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จัดทำข้อมูลเอกภาพของมะพร้าวน้ำหอม ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้เกษตรกร และการแปรรูปผลผลิต เป็นต้น
อ่านข่าว :
จับตา "ทุนจีน" ฮุบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอม
วิกฤตราคา "มะพร้าวน้ำหอม" ความท้าทายที่ยังไร้ "ทางออก"










