วันนี้ (20 ก.พ.2569) CNN รายงาน สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงออกแถลงการณ์อย่างรวดเร็วและชัดเจน โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่มีการสนับสนุนและความร่วมมือจากเราอย่างเต็มที่และจริงใจ กฎหมายต้องดำเนินไปตามครรลอง เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่พระอนุชาของพระองค์ ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อ แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ (Andrew Mountbatten-Windsor) ได้ถูกจับกุมที่บ้านพักบนที่ดินส่วนพระองค์ของพระราชวงศ์ทางตอนเหนือของลอนดอน แม้ราชวงศ์จะเคยเจอเรื่องอื้อฉาวมาหลายครั้ง แต่เหตุการณ์นี้ถือว่าน่าตกตะลึงมาก
แถลงการณ์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์มีความกระชับ สั้น ๆ ประมาณ 100 คำ และออกในพระนามของพระองค์เอง โดยตอนท้ายระบุว่า "ครอบครัวของข้าพเจ้าและข้าพเจ้าจะยังคงปฏิบัติหน้าที่และรับใช้ท่านทั้งหลายต่อไป" ซึ่งแปลได้ว่า พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับหน้าที่ต่อประชาชนและประเทศชาติ มากกว่าความรู้สึกเห็นอกเห็นใจที่อาจยังมีต่อพระอนุชา
ทั้งนี้มีรายงานว่า เจ้าฟ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน พระชายา ทรงสนับสนุนแถลงการณ์นี้ ทำให้เห็นภาพความสามัคคีของราชวงศ์ชั้นสูงในการรับมือสถานการณ์
ลอเรน เซด-มัวร์เฮาส์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส CNN วิเคราะห์ว่าวิธีการจัดการของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แตกต่างจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชมารดาผู้ล่วงลับ ซึ่งเคยถูกวิจารณ์ว่าปกป้องพระราชโอรสองค์โปรดอย่างแอนดรูว์มากเกินไป เช่น อนุญาตให้ใช้พระราชวังบักกิงแฮมเป็นสถานที่ให้สัมภาษณ์ BBC เมื่อปี 2562 หรือช่วยจ่ายเงินหลายล้านปอนด์เพื่อยุติคดีแพ่งกับเวอร์จิเนีย จุฟเฟร ในปี 2564 แม้แอนดรูว์จะปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดและยืนยันว่าไม่เคยพบจุฟเฟรก็ตาม
แต่ตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ปี 2565 สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเด็ดขาดกว่า ด้วยทรงถอดพระยศ "เจ้าชาย" และขับไล่พระอนุชาออกจากที่พักราชวงศ์ในวินด์เซอร์ตั้งแต่ ต.ค.ที่ผ่านมา มากไปกว่านั้นในแถลงการณ์ล่าสุด พระองค์ไม่ได้ทรงเรียกแอนดรูว์ว่า "พระอนุชา" อย่างชัดเจน ซึ่งแสดงถึงความห่างเหินที่เพิ่มขึ้น และทางสำนักพระราชวังรวมถึงสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ไม่ได้ทรงได้รับแจ้งล่วงหน้าถึงการจับกุม
แหล่งข่าวราชวงศ์แจ้งกับ CNN การจับกุมในข้อหาประพฤติมิชอบในหน้าที่สาธารณะ (Misconduct in public office) เกิดขึ้นในวันเกิดครบ 66 ปีของแอนดรูว์ ตำรวจระบุว่า พระองค์ถูกปล่อยตัวแต่ยังอยู่ภายใต้การสอบสวน และยังไม่มีข้อหาอย่างเป็นทางการ ข้อหานี้ไม่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาทางเพศโดยตรง แต่เชื่อมโยงกับการเปิดเผยเอกสารเอปสตีนล่าสุดจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ซึ่งชี้ว่า แอนดรูว์อาจแบ่งปันข้อมูลลับของรัฐบาลอังกฤษให้กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้กระทำผิดทางเพศเด็กที่เสียชีวิตแล้ว
แอนดรูว์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหามาตลอด โดยยืนยันว่าไม่เคยเห็นหรือสงสัยพฤติกรรมผิดกฎหมายของเอปสตีน และยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อหาล่าสุดนี้ แต่เหตุการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.พ. รถตำรวจหลายคันมาถึงบ้านพักชั่วคราวบนแซนดริงแฮม ทำให้ราชวงศ์ต้องเผชิญวิกฤตใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี แม้จะน่าตกใจแต่ก็ไม่น่าแปลกใจทั้งหมด เพราะข้อกล่าวหาต่อแอนดรูว์สร้างเงามืดให้ราชวงศ์มานาน
ทางสำนักพระราชวังเคยประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงพร้อมสนับสนุนการสอบสวน หากตำรวจร้องขอ พระองค์อาจเปิดให้เข้าถึงการสื่อสารภายในระหว่างแอนดรูว์กับบุคคลอื่น สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 กับแอนดรูว์ไม่ได้สนิทกันมากตั้งแต่เด็ก เพราะห่างกัน 11 ปี พระองค์สนิทกับเจ้าหญิงแอนน์มากกว่า แต่เคยใกล้ชิดกันช่วงยุค 80 ตอนที่ทั้งคู่แต่งงานใหม่และพระชายาทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกัน
เคท วิลเลียมส์ นักประวัติศาสตร์ราชวงศ์ บอกกับ CNN ว่า ราชวงศ์อังกฤษกำลังมีปัญหาใหญ่ คือต้องแยกตัวจากแอนดรูว์ให้ชัดเจน และคาดว่าประชาชนจะถามมากขึ้นว่า "สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และเจ้าฟ้าชายวิลเลียมทรงทราบอะไรบ้าง" นี่คือความท้าทายใหญ่ที่สุดนับแต่เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์
แซนโดร โมเนตติ นักวิจารณ์ราชวงศ์ กล่าวว่า ประเด็นแอนดรูว์จะกำหนดรัชสมัยทั้งหมดของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แม้แอนดรูว์จะถูกพรากสิ่งต่าง ๆ ไปมาก แต่เขาก็ยังอยู่ในลำดับที่ 8 ของราชบัลลังก์ ซึ่งอาจมีเสียงเรียกร้องในรัฐสภาเปลี่ยนแปลง เพราะการกระทำที่ถูกกล่าวหานี้ เสี่ยงต่ออนาคตของสถาบันกษัตริย์ทั้งหมด
เรื่องนี้เริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่างแอนดรูว์กับเอปสตีน ซึ่งถูกจับในปี 2551 และอีกครั้งปี 2562 ก่อนเสียชีวิตในคุก แอนดรูว์ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในกิจกรรมผิดกฎหมาย โดยเฉพาะจากเวอร์จิเนีย จุฟเฟร ทำให้ถูกถอดจากหน้าที่ราชการ ถูกถอดยศทางทหาร การจ่ายเงินยุติคดี 12 ล้านปอนด์ หรือราว 500 ล้านบาท โดยไม่รับผิด ทำให้ถูกวิจารณ์เรื่องเงินทุน
เอกสารใหม่จากสหรัฐฯ ปี 2569 ชี้ว่าแอนดรูว์อาจให้ข้อมูลการค้าลับให้เอปสตีน ขณะเป็นทูตการค้า ซึ่งนำไปสู่ข้อหาประพฤติมิชอบในหน้าที่สาธารณะ ที่มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต การจับกุมเกิดที่แซนดริงแฮม ซึ่งควรเป็นวันดี แต่กลับกลายเป็นจุดต่ำสุด
วิกฤตนี้กระทบราชวงศ์ทั้งหมด สาธารณชนจับตาว่าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์จะจัดการอย่างไร การประกาศสนับสนุนกฎหมายอย่างเปิดเผยคือก้าวสำคัญในการฟื้นภาพลักษณ์ หลังเคยถูกมองว่าปกป้องสมาชิกบางคนมากเกินไป อาจนำไปสู่การปฏิรูป เช่น ลดจำนวนสมาชิกราชวงศ์ที่ใช้เงินภาษี หรือเพิ่มความโปร่งใสทางการเงิน และอาจมีผลทางการเมืองในรัฐสภาเรื่องลำดับสืบราชบัลลังก์
ในแง่ส่วนพระองค์ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับครอบครัว การยืนเคียงข้างกฎหมายแสดงถึงความมุ่งมั่นทำให้ราชวงศ์ทันสมัยและรับผิดชอบมากขึ้น แต่คำถามว่าทรงทราบเรื่องอะไรบ้างอาจยังค้างคา สุดท้าย เหตุการณ์นี้เตือนว่าสถาบันกษัตริย์ในยุคใหม่เปราะบาง เรื่องอื้อฉาวส่วนตัวสามารถสั่นคลอนความเชื่อมั่นประชาชนได้เร็ว ราชวงศ์ต้องระวังตัวเพื่อรักษาศรัทธาที่ยาวนาน
อ่านข่าวอื่น :
สู้ไม่ไหว "มอลลี่" กลับดาวหมา เจ้าของเตรียมรับร่าง - ตร.เร่งดำเนินคดี
ศาลสั่งจำคุก "อานนท์ นำภา" พวกรวม 4 คน 2 ปี 8 เดือน คดี ม.112
"พลากร" ขอเลื่อนพบ ตร. หลังถูกออกหมายเรียกโยงคดีเว็บพนัน










