ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

  "เปปไทด์เถื่อน" วายร้ายความงาม เสี่ยงสูง "ตาย" ได้ไม่คุ้มเสีย  

การเมือง
15:34
657
  "เปปไทด์เถื่อน" วายร้ายความงาม เสี่ยงสูง "ตาย" ได้ไม่คุ้มเสีย  

ผลิตภัณฑ์เสริมความงามนวัตกรรมที่เข้ามาเสริมให้รูปร่าง หน้าตาคงที่ ก็ผุดขึ้นไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะ “เปปไทด์” กลุ่มยาควบคุมน้ำหนักที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทุกเพศ จนมีการลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ถือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและผิดกฎหมาย  เนื่องจากเป็น "กลุ่มยาควบคุมพิเศษ" การใช้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

ความเสี่ยงที่แฝงมากับ “เปปไทด์เถื่อน”  

ซื้อง่าย ขายคล่อง พ่วงบริการส่งฟรี มีอุปกรณ์พร้อมคำแนะนำวิธีใช้ให้เสร็จสรรพ สินค้ามีหลายขนาด หลายปริมาณให้เลือกซื้อ นี่คือความสะดวกสบาย ที่ผู้ค้าหยิบยื่นให้ผู้บริโภค คงจะดีถ้านี่คือ สินค้าดี มีคุณภาพ ปลอดภัยและถูกกฎหมาย

แต่ตรงกันข้าม การซื้อ-ขาย “เปปไทด์เถื่อน” เกลื่อนตลาดออนไลน์มากมายด้วยกลยุทธ์ยื้อแย่งลูกค้า ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก คัดสรรคำจูงใจ อวดอ้างสรรพคุณ อาทิ ลดความหิว, คุมน้ำตาล, ลดไขมันเร็ว เผาผลาญสูงสุดในกลุ่มลดน้ำหนักมากกว่าตัวอื่น ลดไขมันในช่องท้อง, เพิ่มมวลกล้าม, เพิ่มการเผาผลาญ, ผิวสวยใส, ลดสิวอักเสบ ปรับผิวแข็งแรงลดสิว ลดริ้วรอย ชะลอวัย บำรุงประสาทและสมอง เสริมภูมิคุ้มกัน
 

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) ยืนยัน ล้วนแต่อวดอ้างเกินจริง พร้อมอธิบายถึง เปปไทด์ ไว้ว่า  “เปปไทด์” เป็น “ยาควบคุมพิเศษ” ที่ใช้สำหรับควบคุมน้ำหนักและรักษาโรคเบาหวาน อย. มีการอนุญาตยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ได้รับทะเบียนตำรับยาที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศและจะต้องอยู่ในการกำกับดูแลการใช้จากแพทย์

จากกระแสในเรื่องความนิยมในการใช้มีกับบุคคลในทุกกลุ่มวัยทำให้มีผู้ลักลอบนำเข้าและลักลอบจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ภญ.สุภัทรา ยังได้ระบุถึงปฏิบัติการตรวจค้นกวาดล้าง เปปไทด์เถื่อน ด้วยว่า มีการสืบสวนพบกลุ่มผู้ลักลอบจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ มีการใช้คำเรียกเฉพาะ เช่น  ดินสอสี เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
 “การตรวจจับในครั้งนี้ คือนำวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามาทั้งในเรื่องของตัวที่เป็นผงและให้ผู้ซื้อผสมเองกับตัวที่ทำละลาย ก่อนจะฉีดเข้าไปในร่างกายซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง”    

ภญ.สุภัทรา ขยายความต่อว่า “ในกรณีที่ฉีดเอง มีความเสี่ยงรุนแรงที่สุด คือ กลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจจะเสียชีวิตได้ เพราะยาที่ซื้อไปก็ไม่รู้ส่วนผสมว่าตัวยาอะไรบ้าง ไม่รู้ปริมาณที่เหมาะสมกับตัวเอง”

ดังนั้น หากต้องการควบคุมน้ำหนักด้วยการใช้กลุ่มยาเปปไทด์ จะต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดว่า มีโรคประจำตัวอย่างไร จะต้องใช้ยาขนาดเท่าไหร่ เป็นระยะเวลาเท่าไหร่ เพราะยากลุ่มนี้จะมีผลกระทบกับคนที่มีโรคประจำตัวด้วยและต้องอยู่ในการดูแลควบคุมของแพทย์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนการเฝ้าติดตามร่างกายในทุกมิติ  

“และห้ามซื้อตามแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ โดยเด็ดขาด” ภญ.สุภัทรา ย้ำเตือน

บุกกวาดล้างจับ 3 รายใหญ่ ยึดของกลาง มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท

หลังเข้าแฝงตัวติดตามกลุ่มสมาชิกซื้อ – ขาย เปปไทด์เถื่อน ในแพลตฟอร์มออนไลน์ พบเครือข่ายใหญ่ที่มีสมาชิกในกลุ่มโอเพ่นแชต ราว 2,600 คน  ในชื่อกลุ่ม “เปปไทด์พลัส+ peptide plus +” และกลุ่ม “WellViva PEPTIDE”  
พ.ต.อ.วีระพงษ์  คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า การสืบสวนพบว่า ผู้ค้าลักลอบนำเข้ามาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากได้ตัวยามาแล้ว ก็จะแบ่งจัดจำหน่ายโดยมีชื่อยี่ห้อเป็นของตัวเอง การสืบสวนสอบสวน พบผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ค้ารายใหญ่  3 คน  กระจายกำลังเข้าตรวจค้น เจ้าแรก ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

พบน.ส.ยุพาวรรณ ผู้ต้องหาตามหมายจับอยู่ในบ้าน ตรวจสอบในบ้านพบของกลาง ผลิตภัณฑ์ยาฉีดไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา ซึ่งกล่าวอ้างสรรพคุณ ลดความหิว, คุมน้ำตาล, ลดไขมันเร็วเผาผลาญสูงสุดในกลุ่ม ลดน้ำหนักมากกว่าตัวอื่น ฯ มีอุปกรณ์การฉีด เช่น เข็มฉีดยา, ไซริงค์, มีบรรจุภัณฑ์ ฉลากสติกเกอร์แต่ละยี่ห้อ รวม 14,675 ชิ้น  ส่วนราคาที่จำหน่ายตั้งราคา ตั้งแต่ 999 ถึง  5,999 บาท โดยไม่มีความรู้เรื่องยา

ส่วนอีกคดีพฤติการณ์ก็ไม่ต่างกัน เจ้านี้อยู่ที่บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาคือ น.ส.รศรินทร์  ตรวจค้นบ้านพบสารยาต่าง ๆ  อ้างสรรพคุณ ลดน้ำหนัก ลดสิว ลดริ้วรอย ชะลอวัย บำรุงประสาทและสมอง และอุปกรณ์และกล่องบรรจุภัณฑ์ เช่น เข็มฉีดยา ไซริงค์, และแผ่นแอลกอฮอล์ รวม 22,103 ชิ้น มีฉลากสติกเกอร์แต่ละยี่ห้อราว  8,000 ดวง  รวมมูลค่าของกลางมากกว่า 7,000,000 บาท  
 

ผู้ต้องหารับสารภาพ “ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับยาหรือเภสัชกรรม แต่อาศัยการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์”

และรายสุดท้าย คือ น.ส.พัชราพรรณ อายุเพียง 24 ปี ตรวจค้นบ้านพักพบยากลุ่มเปปไทด์ เกือบ 5,000 ชิ้น มีอุปกรณ์และกล่อง เช่น เข็มฉีดยา ไซริงค์ และ Alcohol Pads   22,301 ชิ้น
ฉลากสติกเกอร์ติดยี่ห้อ  42,312 ดวง รวมมูลค่าของกลางเจ้านี้ เกือบ 10,000,000 ล้านบาท

พ.ต.อ.วีระพงษ์ ระบุว่า การตรวจค้น 3 จุด ยึดของกลางได้ทั้งหมด 119,383 ชิ้น มูลค่ากว่า 17,938,000 บาท ส่วนผู้ต้องหาถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฐาน “ผลิตและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท  และ ฐาน “ขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           

การใช้ยา หรือ วัตถุอันตราย ไปจนถึง สารต้องห้าม ผสมอาหารหรือเครื่องดื่ม เพื่อควบคุมน้ำหนัก มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ในอดีตผู้บริโภค เคยต้องเสี่ยงกับภัยอันตราจาก สารต้องห้าม “ไซบูทรามีน” เนื่องจากมีการใช้ผสมอาหาร เครื่องดื่ม ในผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก อย่างผิดกฎหมาย รุนแรงถึงขึ้นมีผู้เสียชีวิตมาแล้ว         

สาร “ไซบูทรามีน” ถูกห้ามใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2553 เนื่องจากมีรายงานถึงผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต และยังถูกจัดให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 พ.ศ.2565

ภายหลังการตรวจพบผู้ฝ่าฝืน ใช้เป็นส่วนผสมผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เจ้าหน้าที่กวาดล้างปราบปรามอย่างหนัก และเข้มงวดกับกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อวดอ้างสรรพคุณลดน้ำหนักมากขึ้นด้วย 

การควบคุมน้ำหนัก ให้ร่างกายสมส่วน สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ แต่วิธีการก็มีความสำคัญมาก หากเลือกทางสะดวก อย่างการใช้ยา พึ่งพานวัตกรรมการแพทย์จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อความปลอดภัย แต่หากเน้นง่าย ราคาถูก สุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย

รายงานโดย : กิตติพร บุญอุ้ม ผช.บก.ข่าวอาชญากรรม ไทยพีบีเอส

"พลากร" ขอเลื่อนพบ ตร. หลังถูกออกหมายเรียกโยงคดีเว็บพนัน

คดีอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เขย่าบัลลังก์อังกฤษแรงสุดในรอบหลายทศวรรษ

ศาลสั่งจำคุก "อานนท์ นำภา" พวกรวม 4 คน 2 ปี 8 เดือน คดี ม.112