วันนี้ (21 ก.พ.2569) สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ภาคธุรกิจหลายแห่งในยุโรปแสดงความกังวลต่อความไม่แน่นอนของการค้าโลก หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีมติคว่ำมาตรการภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่า เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย
แม้ภาคธุรกิจจำนวนมากจะยินดีกับคำตัดสินดังกล่าว แต่ผู้ค้าบางส่วนมองว่า คำตัดสินนี้อาจทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ ยุ่งยากยิ่งขึ้นไปอีก แม้ว่าหลายประเทศจะบรรลุข้อตกลงทางการค้าไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา
เลขาธิการสมาคมไวน์อิตาลี ระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจทำให้คำสั่งซื้อหยุดชะงักเนื่องจากผู้ประกอบการอาจรอความชัดเจนจากรัฐบาล โดยสหรัฐฯ เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับไวน์อิตาลี มีมูลค่าการส่งออกมากถึง 1,900 ล้านยูโร หรือประมาณ 69,000 ล้านบาท
ขณะที่กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมเคมีรายใหญ่ของเยอรมนี ระบุว่า นี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของช่วงเวลาแห่งความมั่นคง แต่จะเป็นความไม่แน่นอนรอบใหม่ เช่นเดียวกับสงครามการค้าที่จะยังไม่ยุติลง
หลายชาติจับตา "ทรัมป์" ขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก 10 %
รัฐบาลหลายชาติ ระบุว่า ขณะนี้ยังคงติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หลังจากผู้นำสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้ารอบใหม่ร้อยละ 10 ในช่วง 5 เดือนนับจากนี้
สำนักข่าวยอนฮับ รายงานอ้างโฆษกประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ว่า รัฐบาลยังคงวางแผนที่จะเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ต่อไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลประโยชน์และเงื่อนไขในข้อตกลงการค้าที่เคยบรรลุร่วมกัน โดยคาดว่าเงื่อนไขการค้าส่วนใหญ่ไม่น่าจะได้รับผลกระทบ แม้ว่าก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐฯ จะออกมากดดันเกาหลีใต้ ให้ดำเนินการตามข้อตกลงการค้าพร้อมทั้งขู่จะขึ้นภาษีเพิ่ม
ส่วนประเด็นเกี่ยวกับการคืนภาษีที่ชำระไปแล้ว ซึ่งศาลสูงสุดสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้แน่ชัด โฆษกประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยืนยันว่า รัฐบาลจะร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ อย่างเต็มที่เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทเกาหลีจะได้รับข้อมูลเรื่องดังกล่าวอย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลญี่ปุ่น ระบุกับสำนักข่าวนิคเคอิ ว่า มาตรการภาษีสินค้านำเข้าของทรัมป์รอบล่าสุด ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อโครงการลงทุนของญี่ปุ่นในสหรัฐฯ ที่เคยตกลงกันไว้ แต่รัฐบาลจะตรวจสอบเนื้อหาของคำตัดสินและติดตามมาตรการตอบโต้ของทรัมป์อย่างรอบคอบ
ขณะที่ผู้บริหารฝ่ายการเงินและการคลังของฮ่องกงแสดงความมั่นใจว่า สถานการณ์การค้าของฮ่องกงมีความได้เปรียบ และนโยบายมีเสถียรภาพพอที่จะรับมือการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ
ตำรวจเร่งสืบสวน ตามตัวผู้ก่อเหตุจุดไฟเผา "มอลลี่" สุนัขไซบีเรียน
1.34 แสนล้านดอลลาร์ ใครจะได้คืนหลังศาลสูงสุดคว่ำ "ภาษีทรัมป์"
สตง.ปล่อย MV "ปณิธานคนตรวจเงิน" คำร้องโดย ผู้ว่าฯ มณเฑียร เจริญผล
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










