คพ.-บก.ปทส.เร่งสกัดต้นตอปล่อยน้ำเสีย ตั้งเป้าปี 69 ตรวจ 460 แห่งทั่วกรุง

สิ่งแวดล้อม
15:32
จำนวนผู้ชม 319
คพ.-บก.ปทส.เร่งสกัดต้นตอปล่อยน้ำเสีย ตั้งเป้าปี 69 ตรวจ 460 แห่งทั่วกรุง
คพ. ร่วมกับ บก.ปทส. เปิดเกมรุกตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำในกรุงเทพฯ ตั้งเป้าตรวจ 460 แห่งในปี 2569 ย้ำผู้ฝ่าฝืนโทษทั้งจำทั้งปรับสูงสุด 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันนี้ (27 ก.พ.2569) นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า การจัดการน้ำเสียที่ต้นทางก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม จะช่วยให้ลดปัญหาน้ำเสียและปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหากลิ่นเหม็น และผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สังกัด บก.ปทส. เป็นเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ เพื่อปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ในพื้นที่รับผิดชอบ จะเป็นการเสริมทัพให้การปฏิบัติหน้าที่ของ คพ. แข็งแรงขึ้น ตอบสนองต่อเรื่องร้องเรียนด้านมลพิษผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ได้ทันที

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2559 - 2568 คพ. ตรวจแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำไปแล้วจำนวน 2,418 แห่ง ผลคุณภาพน้ำไม่ผ่านมาตรฐาน ร้อยละ 30 และในปี 2569 มีแผนการตรวจสอบแหล่งในกรุงเทพมหานคร จำนวน 460 แห่ง โดยขอเน้นย้ำกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะมีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการ บก.ปทส. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมการใช้อุปกรณ์ตรวจวัด มลพิษทางน้ำ ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารและการดำเนินการตามมาตรา 80 การตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสีย และการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งตามหลักวิชาการ พร้อมปฏิบัติงานตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรม ควบคู่กับการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำอย่างต่อเนื่อง

เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายด้วยความตระหนักรู้ และลดปัญหามลพิษตั้งแต่ต้นทาง การ Kick-off ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือเชิงรุกระหว่าง คพ. และ บก.ปทส. ในการคุ้มครองคุณภาพทรัพยากรน้ำของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมไทยสู่ความยั่งยืน

อช.หมู่เกาะสิมิลัน เก็บกู้ "อวนผี" หนัก 2 ตัน พ้นแนวปะการัง

ขอพลังคนไทย ช่วยกันบริจาคเลือด ปริมาณเลือดสำรองคงคลังระดับต่ำกว่าเกณฑ์

"มะพร้าวน้ำหอม" สะเทือน "ทุนเทารุกคืบ-ราคาดิ่ง" กระทบเศรษฐกิจฐานราก