ศาลออกหมายจับ "เบน สมิธ" พร้อมภรรยา หลอกต่างชาติลงทุนสูญนับพันล้าน

เศรษฐกิจ
13:35
จำนวนผู้ชม 2,780
ศาลออกหมายจับ "เบน สมิธ" พร้อมภรรยา หลอกต่างชาติลงทุนสูญนับพันล้าน
ศาลออกหมายจับ "เบน สมิธ" พร้อมภรรยา ชาวไทย หลอกนักธุรกิจต่างชาติลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 59 - 65 สูญเงินนับ 1,000 ล้านบาท

วันนี้ (2 มี.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลออกหมายจับ นายเบน สมิธ (Mr.Ben Smith) และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ผู้ต้องหา กระทำความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกง, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบ และได้ร่วมกันฟอกเงิน"

 นายเบน สมิธ (Mr.Ben Smith)

นายเบน สมิธ (Mr.Ben Smith)

กรณีดังกล่าว กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกันสืบสวนสอบสวนจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 2 คน ได้แก่ 1. นายเบน สมิธ (Mr.Ben Smith) อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1155/2569 ลง 26 ก.พ.2569 และ 2. น.ส.แคทรียา บีเวอร์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1156/2569 ลง 26 ก.พ.2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบ และได้ร่วมกันฟอกเงิน”

ส่วน น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยาของนายเบน สมิธ ซึ่งปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทจดทะเบียนไทยหลายแห่ง โดยเฉพาะ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ซึ่งช่วง ธ.ค.2568 ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการยึดอายัดทรัพย์สินข้างต้น ตามกฎหมายฟอกเงินไว้แล้ว ซึ่งเชื่อว่า ในเครือข่ายนี้ อาจมีการกระทำความผิดอื่นด้วยตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงมีคำสั่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ให้ทำการสืบสวนพฤติการณ์ ของนายเบน สมิธ กับพวก จนพบว่ามีผู้เสียหายนักลงทุนชาวต่างชาติได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลงทุนข้ามชาติ และผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

ภาพประกอบข่าว ศาลออกหมายจับ

จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า นายเบน สมิธ พร้อมภรรยา ได้ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายให้ลงทุนต่อเนื่องหลายโครงการ ทั้งหุ้น อสังหาริมทรัพย์ เครื่องบินเจ็ต และธุรกิจพลังงาน โดยวิธีการสร้างความน่าเชื่อถือต่างๆ จนผู้เสียหายหลงเชื่อ ถูกหลอกเงิน ไปกว่า 1,000 ล้านบาท

จากการสืบสวนสอบสวนพบพฤติการณ์เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2559 นักลงทุนชาวต่างชาติ (ผู้เสียหาย) ต้องการขยายการลงทุนเข้ามาในประเทศไทย และได้รู้จักกับ “เบน สมิธ” อ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ และแนะนำด้านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ในครั้งแรกได้ แนะนำนักธุรกิจและนักการเมืองให้ร่วมลงทุนซื้อหุ้น บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) โดยได้มีการลงทุนกันจริง จนผู้เสียหายไว้วางใจ

ทั้งนี้ ได้ขออนุมัติหมายค้นจำนวน 6 จุด ในพื้นที่ภาคกลางเพื่อตรวจค้นหาพยานเอกสาร พยานบุคคล นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดี และในวันที่ 27 ก.พ.2569 ชุดสืบสวนสอบสวน คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเข้าปฏิบัติการตรวจค้นตามจุดดังกล่าว ทำการตรวจยึดสิ่งของที่จะเป็นพยานหลักฐานในคดีเพิ่มเติม 13 รายการ คือ

ภาพประกอบข่าว ศาลออกหมายจับ

คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน 2 เครื่อง, สมุดโน้ต จำนวน 1 เล่ม, คอมพิวเตอร์พกพา จำนวน 2 เครื่อง, แม็กบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง, ไอแพด จำนวน 2 เครื่อง, โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 5 เครื่อง, อุปกรณ์จัดเก็บหน่วยความจำ (แฟลชไดร์ฟ) จำนวน 2 ชิ้น เอกสารต่าง ๆ เช่น งบการเงิน รายวันจ่ายประจำปี ตราประทับบริษัท รวม 6 รายการ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐาน และขยายผล ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพประกอบข่าว ศาลออกหมายจับ

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ประสาน ปปง. เพื่อรายงานมูลฐานคดีฟอกเงินนี้ ไปเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งเป็นมูลฐานตั้งแต่ ปี 2559 และมีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นหลักฐานสำคัญในทรัพย์สินที่ยึดอายัดไว้ ในเครือข่ายนี้ต่อไป

ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์ชั่วคราว 1.3 หมื่นล้าน "เฉินจื้อ-ก๊กอาน-ยิม เลียก-เบนสมิธ" คดีสแกมเมอร์

"รุทธพล" เผยเร่งรวมหลักฐานขอหมายจับคดี "เบน สมิธ"

"โรม" ขึ้นศาลสอบคำให้การคดี "เบน สมิธ" ฟ้องหมิ่นฯ ลั่นไม่หนักใจ

ผู้เสียหายค้าน ปปง.ถอนอายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์กว่าหมื่นล้าน

"อนุทิน" โต้ภาพนั่งกินข้าว "เบน สมิธ" ปี 48 เป็นเอไอ

ศาลรับฟ้องคดี "เบน สมิธ" ฟ้อง "โรม" หมิ่นประมาท นัด 23 ก.พ.