ราคาปุ๋ย+น้ำมันพุ่ง จี้รัฐเร่งออกมาตรการ ปั๊มให้เกษตรกรใช้แกลลอนเติมน้ำมันได้

เศรษฐกิจ
12:25
จำนวนผู้ชม 348
ราคาปุ๋ย+น้ำมันพุ่ง จี้รัฐเร่งออกมาตรการ ปั๊มให้เกษตรกรใช้แกลลอนเติมน้ำมันได้
ผู้ประกอบการสถานีน้ำมัน กังวลสู้รบตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมัน-ปุ๋ยราคาพุ่ง ต้นทุนขนส่งปรับขึ้น จี้รัฐเร่งหามาตรการช่วยเหลือ  ขณะที่ปั๊มน้ำมันบางแห่งเริ่มผ่อนปรนให้นำถังแกลลอนเติมน้ำมันได้ ย้ำมีน้ำมันเพียงพอไม่ต้องกัดตุน

วันนี้ (7 มี.ค.2569) นายอัคคเดช สุวรรณชัย ผู้ประกอบการขนส่งบริษัทเอกชน จ.สมุทรสาคร แสดงความกังวลสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง จะกระทบต่อราคาน้ำมัน จะปรับสูงขึ้นอีกลิตรละ 5-10 บาท หากอยู่ในราคานี้ ผู้ประกอบการยังพอรับได้ แต่หากปรับเพิ่มขึ้นอีก ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์และภาคการส่งออก จำเป็นต้องปรับเพิ่มตามราคาน้ำมัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึงลูกค้าข้ามแดนที่ใช้บริการขนส่งสินค้านำเข้า–ส่งออก


ปัจจุบัน บริษัทมีรถบรรทุกมากกว่า 100 คัน พนักงานเกือบ 200 คน ต้องใช้น้ำมันเฉลี่ยเดือนละ 3-4 แสนลิตร และต้องสำรองน้ำมันไว้อีกประมาณ 3 หมื่นลิตร  หากการสู้รบยืดเยื้อ บริษัทอาจต้องชะลอการลงทุนทั้งหมด ทั้งการซื้อหัวรถและเพิ่มหางรถ จึงเรียกร้องรัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง

ภาพประกอบข่าว ราคาปุ๋ย+น้ำมันพุ่ง จี้รัฐเร่งออกมาตรการ ปั๊มให้เกษตรกรใช้แกลลอนเติมน้ำมันได้

ขณะที่ จ.ชัยนาท สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บางแห่ง ในอำเภอเมือง ผ่อนปรนให้เกษตรกร นำถังแกลลอนเติมน้ำมันได้ เนื่องจากเกษตรกรจำเป็นต้องสำรองน้ำมัน ใส่แกลลอน เพื่อใช้ในการเกษตร เติมเครื่องสูบน้ำ และเครื่องยนต์การเกษตรต่างๆ ในการทำนา โดยเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ยืนยันว่า มีน้ำมันเพียงพอให้บริการ ไม่เกิดภาวะขาดแคลน ประชาชนไม่จำเป็นต้องกัดตุนน้ำมันไว้

โดยเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ในอ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ตัดสินใจใช้ปุ๋ยสั่งตัด หรือปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินและชนิดของพืช เพื่อลดต้นทุนได้ประมาณร้อยละ 30 จากการซื้อปุ๋ยในท้องตลาด เพราะกังวลว่า หากราคาน้ำมันสูงขึ้นอาจทำให้ค่าจ้างรถบรรทุกขนมันปรับสูงขึ้นอีก เพราะมันสำปะหลัง 1 ไร่ ที่ขายได้ 5,000-7,000 บาท ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 4,000-ุ6,000 บาท ถ้าต้นทุนสูงขึ้นก็แทบไม่เหลือกำไร

ภาพประกอบข่าว ราคาปุ๋ย+น้ำมันพุ่ง จี้รัฐเร่งออกมาตรการ ปั๊มให้เกษตรกรใช้แกลลอนเติมน้ำมันได้

เช่นเดียวกับ ชาวนาที่ต.หลุมข้าว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา มีการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ พยายามลดต้นทุนค่าปุ๋ย ด้วยการปลูกต้นปอเทือง เพื่อเพิ่มไนโตรเจนและปรับปรุงดินให้ร่วนซุย  โดยเกษตรกรบอกว่าปีนี้กังวลเรื่องราคาน้ำมัน เพราะแม้ทางกลุ่มจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ซื้อรถไถมาใช้ในกลุ่ม แต่ก็ยังต้องซื้อน้ำมัน และคาดว่าปีนี้อาจต้องปรับขึ้นค่ารถไถ จากไร่ละ 300 บาท เป็น 350 บาท ส่วนค่าไถหว่านยังคิดไร่ละ 200 บาทถือเป็นราคาที่ต่ำ  เพื่อช่วยเหลือชาวนาในกลุ่ม  หากปีนี้ราคาข้าวตกต่ำ ชาวนาที่ไม่สามารถปรับลดต้นทุนค่าปุ๋ยและค่ารถไถได้ จะยิ่งได้รับผลกระทบ

นายธวัชชัย ทวีคูณ ชาวนาใน ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี บอกว่า ได้รับปุ๋ยเคมีที่หน่วยงานราชการ ที่แจกจ่ายช่วยเหลือภัยน้ำท่วม ซึ่งเก็บไว้สำหรับหว่านข้าวนาปีที่จะเริ่มทำในเดือน พ.ค.นี้ ส่วนข้าวนาปรังได้ซื้อปุ๋ยมาหว่านเองแล้วในราคากระสอบละ 870 บาท จากปีที่แล้วราคากระสอบละ 600 กว่าบาท จึงไม่อยากให้ปีนี้ราคาปุ๋ยสูงขึ้นอีก เพราะชาวนาแทบไม่ได้กำไร

 

อ่านข่าว:

ปุ๋ยยูเรียมีเพียงพอ พาณิชย์ เข้มร้านค้า ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

ลดราคาปุ๋ย 10 ล้านกระสอบ 79 สูตร หนุนชาวนา-เกษตรกรรับฤดูกาลเพาะปลูก