วันนี้ (11 มี.ค.2569) นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยก้าวมาถึงด่านสุดท้าย ของการคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชน หรือ ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 แล้ว โดยเป็น 1 ใน 3 ชาติร่วมกับ ชิลี และ ปารากวัย ที่มีลุ้นได้รับสิทธิ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จจากการผลักดันมาตั้งแต่ปี 2561
นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือ "เดดไลน์" การส่งเอกสารยืนยันสิทธิ ต่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC ที่กำหนดไว้ในวันที่ 20 มี.ค.นี้ ซึ่งไทยยังขาดหนังสือยืนยันจากรัฐบาลในเรื่องงบประมาณจัดการแข่งขันจำนวน 5,600 ล้านบาท และงบเก็บตัวนักกีฬาอีก 1,500 ล้านบาท หากส่งไม่ทันตามกำหนด ไทยจะถูกปัดตกจากการคัดเลือกทันที โดยนายกองเองชัยภักดิ์ยอมรับว่า กังวลเรื่องช่วงรอยต่อรัฐบาล แต่อยากให้เร่งตัดสินใจเพื่อไม่ให้โอกาสที่ใกล้ที่สุดครั้งนี้หลุดลอยไป
สำหรับงบประมาณรวมกว่า 7,000 ล้านบาทที่ต้องใช้ในโปรเจกต์นี้ นายกองเอก ชัยภักดิ์ ยืนยันว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามหาศาล เพราะนอกจากจะเป็นการยกระดับมาตรฐานกีฬาไทยสู่ระดับโอลิมปิกแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้โชว์ฝีมือในเวทีโลกแบบครบทุกชนิดกีฬา และยังมีโอกาสบรรจุชนิดกีฬา อย่าง มวยไทย และ ตะกร้อ ซึ่งหลังจากนี้ต้องวัดใจรัฐบาลว่า จะกล้าเดินหน้าต่อเพื่อประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกีฬาไทยหรือไม่
อ่านข่าว
15 มี.ค.นัดโหวตเลือก "ประธานสภฯ - รองประธานสภาฯ"
อาวุโสสูงสุด "ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร" นั่งประธานสภาชั่วคราว วัย 90 ปี
"พีระพันธุ์" ลาออก สส.บัญชีรายชื่อ รทสช. เปิดทาง "อรรถวิชช์" เข้าสภา
