ตั้งรัฐบาลเร็วขึ้น หนุน SET บวกแรง เอเซียพลัส ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดทุน

เศรษฐกิจ
11:10
จำนวนผู้ชม 606
ตั้งรัฐบาลเร็วขึ้น หนุน SET บวกแรง เอเซียพลัส ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดทุน
บล.เอเซียพลัส จับตาจัดตั้งรัฐบาลไทยที่เร็วขึ้นกว่า 1 เดือนครึ่ง ชี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หนุนเศรษฐกิจ-ตลาดทุน เผยช่วงรัฐบาล ประยุทธ์ปี 2562 หลังเปิดสภาดันหุ้นพุ่งเป็น 100 จุด หวังรัฐบาลผสมเร่งดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจลดค่าครองชีพแบบQuick Win ใน 100 วัน

วันนี้ (12 มี.ค.2569) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า การตั้งรัฐบาลไทยเร็วกว่าคาด 1.5 เดือน หนุน SET ลุ้นบวกแรง บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าประเทศไทยมีแนวโน้มจะได้รัฐบาลใหม่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมราว 1-1.5 เดือน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดทุน โดยไทม์ไลน์ความชัดเจนจะเริ่มตั้งแต่การเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มี.ค. ตามด้วยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค. และคาดว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถเริ่มบริหารประเทศได้อย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนพ.ค.2569

การจัดตั้งรัฐบาลที่รวดเร็วขึ้นจะช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) และทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 ไม่สะดุด

นอกจากนี้ จากสถิติในอดีตช่วงจัดตั้งรัฐบาลลุงตู่ในปี 2562 พบว่าหลังจากเปิดประชุมสภา ดัชนี SET ปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 100 จุด (จาก 1,600 จุด สู่ 1,700 จุด) แม้จะมีปัจจัยกดดันจากสงครามการค้าในขณะนั้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังประเมินสถานการณ์การลงทุนทั่วโลก โดยระบุว่าสงครามระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 12 เริ่มมีสัญญาณความรุนแรงที่ลดลง แม้ล่าสุดอิหร่านจะก่อเหตุยิงเรือการค้า 3 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เรือมยุรีนารี สัญชาติไทยของบริษัท PSL รวมถึงขู่จะโจมตีครั้งใหญ่หากสหรัฐฯ ถล่มท่าเรืออิหร่านก็ตาม

อย่างไรก็ดี ตลาดเริ่มผ่อนคลายความกังวลลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่าสงครามใกล้จะจบลงแล้ว เนื่องจากแทบไม่เหลือเป้าหมายให้โจมตีในอิหร่าน ผสานกับการที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) มีมติระบายน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อแก้ปัญหาอุปทานขาดแคลน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกดดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกย่อตัวลงมาได้ ขณะที่ในสัปดาห์หน้า (18 มี.ค.) แนะนำให้นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และการเปิดเผย Dot Plot โดยล่าสุดตลาดคาดการณ์ว่า FED อาจจะลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ช่วงเดือนก.ย.2569

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน หลบสงคราม พบว่าผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางทำให้ต่างชาติเทขายหุ้นเอเชียอย่างหนักตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงถึง -7.9% ทั้งนี้กลยุทธ์ หลบสงคราม ซบหุ้นอิงนโยบายรัฐเน้นไปที่กลุ่มการบริโภคภายในประเทศ (Domestic Consumption) ที่มีความปลอดภัยสูง ฝ่ายวิจัยคาดหวังว่ารัฐบาลผสม (พรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทย) จะเร่งผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพแบบรวดเร็ว (Quick Win) ภายใน 100 วันแรก

โดยกลุ่มค้าปลีก รับอานิสงส์เต็มๆ จากนโยบาย "คนละครึ่ง พลัส" ที่รัฐบาลช่วยจ่าย 50% สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค  กลุ่มสินค้าเครื่องดื่ม นอกจากจะได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการจับจ่ายแล้ว ยังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นฤดูร้อนที่ยอดขายจะเติบโตสูงสุดในรอบปี และกลุ่มไฟแนนซ์ ได้รับผลดีจากนโยบายแก้หนี้-พักหนี้ และสภาพคล่องของประชาชนที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องหนี้เสีย (NPL) ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

อ่านข่าว:

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วง  หลังราคาน้ำมันWTIพุ่งขึ้น 7%

ดัชนีSET  เพิ่มขึ้น 12.33 จุด ตอบรับราคาน้ำมันปรับตัวลดลง

ดัชนี SET เปิดภาคเช้าพุ่ง 27.72 จุดยืนเหนือ 1,400 จุด

ตลาดหุ้น “เอเชีย” ดิ่งทั่วภูมิภาค เซ่นพิษน้ำมันพุ่ง100 ดอลลาร์