วันนี้ ( 24 มี.ค.2569) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยสถิติการส่งออกข้าวของไทยในช่วง เดือนม.ค.- ก.พ.69 ว่าไทยส่งออกข้าวได้ 1.153 ล้านต้น ลดลง 4.16% มูลค่ากว่า 651 ล้านดอลลาร์ หรือ 20,200 ล้านบาท) ลดลง 15.45% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณข้าวในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคามีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงนโยบายจํากัดการนำเข้าของประเทศผู้นำเข้าสำคัญ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
แม้ตัวเลขส่งออกข้าวไทยในช่วง 2 เดือนแรกจะปรับตัวลดลงจากแรงกดดันของตลาดโลก แต่จากสถิติการส่งออกข้าวพบว่า ในขณะที่ข้าวชนิดต่างๆ มีปริมาณส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าวขาว ปริมาณ 0.543 ล้านตัน ลดลง 2.34% ข้าวหอมมะลิไทย ปริมาณ 0.290 ล้านตัน ลดลง 6.45% ข้าวหอมไทย ปริมาณ 0.076 ล้านตัน ลดลง 24% และข้าวเหนียว ปริมาณ 0.030 ล้านตัน ลดลง 21.05 %
นางอารดา กล่าวต่อว่า ขณะที่ชนิดข้าวที่ขยายตัว ได้แก่ ข้าวนึ่ง ปริมาณ 0.209 ล้านตัน ขยายตัว 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหา รท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยตลาดสำคัญที่ไทยส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น แอฟริกาใต้ ปริมาณ 0.145 ล้านตัน ขยายตัว 46.46% มาเลเซีย ปริมาณ 0.077 ล้านตัน ขยายตัว 140.63% และฟิลิปปินส์ ปริมาณ 0.067 ล้านตัน ขยายตัว 157.69%
ส่วนตลาดสำคัญที่มีการส่งออกหดตัว ได้แก่ สหรัฐฯ ปริมาณ 0.116 ล้านตัน หดตัว 25.16% อิรัก 0.092 ล้านตัน หดตัว 52.58% สำหรับการส่งออกข้าวไปตะวันออกกลาง ปี 2568 มีปริมาณ 1.3 ล้าน ซึ่งมีสัดส่วน 17% ของการส่งออกข้าวทั้งหมดของไทย ถือว่าเป็นตลาดส่งออกข่าวอันดับ 3 ของไทย โดยส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว
สถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล - อิหร่าน ส่งพบกระทบเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุช ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง ต้นทุนพลังงานราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ รวมถึงค่าประกันภัยที่ปรับสูงขึ้น ทำให้สายการเดินเรือส่วนใหญ่เปลี่ยนเส้นทางไม่เข้าทะเลแดง เพื่อผ่านคลองซูเอชโดยอ้อมแหลมกู๊ดโฮปประเทศแอฟริกาใต้
ส่วนค่าระวางเรือพบว่า ช่วงวันที่ 15-30 มี.ค. ปรับขึ้นกว่า 40% โดยสายการเดินเรืออ้างว่าค่าธรรมเนียมพิเศษ และต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น สำหรับส่งออกข้าวไปตะวันออกกลางต่อปีประมาณ 1.34 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสัดส่วน 75 % นำเข้าโดยอิรัก และตอนนี้การส่งออกไปอิรักหยุดชะงัก
หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ และเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัญหายืดเยื้อ อาจกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยทั้งปี 2569 ตั้งไว้ 7 ล้านตัน จะหายไปประมาณ 1 ล้านตันจากยอดส่งออกไปตะวันออกกลางชะงัก
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวอีกว่า กรมฯเดินหน้าเปิดเกมรุกทั้งการรักษาตลาดหลัก ควบคู่กับการขยายตลาดศักยภาพใหม่ การผลักดันข้าวคุณภาพสูงและข้าวมูลค่าเพิ่ม โดยเตรียมเข้าไปเพิ่มตลาดในแอฟฟริกา ทดแทนตลาดตะวันออกกลางได้บางส่วน เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลกระทบในการส่งออกข้าวไทย
นอกจากนี้ ยังคงเดินหน้าการรักษาตลาดหลัก ควบคู่กับการขยายตลาดศักยภาพใหม่ การผลักดันข้าวคุณภาพสูงและ ข้าวมูลค่าเพิ่ม การเจรจากับ COFCO รัฐบาลจีน อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งมอบข้าวแบบรัฐต่อรัฐที่เหลือ ครบตามเป้าหมายจํานวน 500,000 ตัน ซึ่งจีทูจีขายข้าวไทยให้จีน ล็อตแรก 4 หมื่นตัน ทางจีนทยอยส่งเรือมาขนสินค้ากำหนดส่งครบในเดือนมี.ค. จากนั้นกลางเดือนเม.ย.จะเพิ่มเจรจาจีทูจีขายข้าวให้จีนอีก 5-6 หมื่นตันกับ COFCO
ปัญหาตอนนี้ ต้นทุนสูงขึ้นทุกด้าน แม้ราคาข้าวในประเทศยังทรงตัว วันนี้ราคาข้าวขาว 5%ไทยอยู่ที่ 360 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงกว่าเวียดนาม อินเดีย และปากีสถานเล็กน้อย
อ่านข่าว:
"ข้าวอินทรีย์ไทย" ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ตลาดจีน อานิสงส์เทรนด์ รักสุขภาพ-กำลังซื้อสูง
“บาทแข็ง” ดันข้าวไทยแพงสุดในโลก ผู้ส่งออก ชี้ปีนี้เหลือ 7 ล้านตัน ต่ำสุดรอบ 5 ปี
ส่งออกข้าวปี 68 ทะลุเป้า 7.9 ล้านตัน พณ.เร่งรุกตลาดศักยภาพ รักษาตลาดเดิม
