ส.ไอซ์ฮอกกี้ โชว์หลักฐานโต้ หลัง กกท.เข้าแจ้งความข้อหาฉ้อโกง

กีฬา
17:04
จำนวนผู้ชม 420
ส.ไอซ์ฮอกกี้ โชว์หลักฐานโต้ หลัง กกท.เข้าแจ้งความข้อหาฉ้อโกง
สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย นำเอกสารหลักฐาน ออกมาตอบโต้ หลังถูกการกีฬาแห่งประเทศไทย และเจ้าของสนามไอซ์ฮอกกี้ ร่วมกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกง ยืนยันโปร่งใสตรวจสอบได้

สืบเนื่องจากการที่ เมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค.2569 นายจุมพล ครุศักดาพงศ์ หรืออีกชื่อคือ นายภัทรณัฏฐ์ ญาณกรธนาพันธุ์ เจ้าของสนามไอซ์ฮอกกี้ Thailand International Ice Hockey Arena (TIIHA) ร้องเรียนเรื่องทุจริตการดำเนินงานของสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย ในการเบิกเงินค่าเช่าลานฮอกกี้น้ำแข็ง เดือนละ 720,000 บาท ซึ่งสูงเกินกว่าค่าเช่าตามการใช้งานจริง ที่จะตกอยู่ที่เดือนละประมาณ 200,000 – 300,000 บาทเท่านั้น

ต่อมา นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าแจ้งความ ที่กองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) ให้ดำเนินคดีกับสมาคมฯ ในข้อหาฉ้อโกง รวม 3 กระทง ประกอบด้วย การเบิกค่าเช่าลานฝึกซ้อม เกินกว่าค่าเช่าจริง, การจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาไม่ตรงตามที่เบิกจาก กกท. และการเบิกจ่ายค่าจ้างผู้ฝึกสอนชาวต่างชาติ โดยไม่ได้ดำเนินการจริงนั้น

วันนี้ (24 มี.ค.2569) ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย แถลงข่าวตอบโต้กรณีดังกล่าว โดยที่ปรึกษาด้านกฎหมายของสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย นำเอกสารหลักฐานบางส่วน มาแสดงต่อหน้าสื่อมวลชนด้วย

ที่ปรึกษาด้านกฎหมายฯ กล่าวว่า สมาคมดำเนินการจ่ายจริง ชำระจริง และได้รับใบเสร็จจากทางลานจริง ทั้งหมดเป็นจำนวนเดือนละ 720,000 บาททุกเดือน ข้อกล่าวหาว่าสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทยทุจริตเบิกเงินเกิน จากค่าใช้จ่ายจริงนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเรามีเอกสารการโอนเงินเข้าบัญชี ปิ่นปินัทธ์ ญาณกรธนาพันธุ์ กรรมการบริหาร บริษัท เดอะเธียเตอร์ ออฟ ดรีม จำกัด จำนวนจริงเท่ากับใบแจ้งนี้ ใบกำกับภาษีก็มี ถ้าทาง ป.ป.ท.อ้างว่าปลอมหรือไม่ ก็สามารถส่งเข้ากองพิสูจน์หลักฐานได้เลย และที่สำคัญเงินทั้งหมดมีการโอนชำระค่าเช่าลานก่อนการแข่งขันซีเกมส์

ภาพ สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย

ภาพ สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย

ส่วนเรื่องเบี้ยเลี้ยงนักกีฬานั้น เป็นการจัดสรรให้นักกีฬาทุกคนได้รับประโยชน์และพึงพอใจทุกคน มีเอกสารหลักฐานนักกีฬาเซ็นทุกคน ซึ่งเรื่องพวกนี้คนที่จะเป็นพยานที่ดีที่สุดก็คือตัวนักกีฬา และเราก็ขอปฏิเสธเลยว่าเราไม่มีการหักหัวคิวนักกีฬา

ส่วนประเด็นเรื่องโค้ชต่างชาตินั้น เบื้องต้นสมาคม ติดต่อโค้ชจากสวิตเซอร์แลนด์จริง แต่เจ้าตัวติดสัญญากับต้นสังกัด ทำให้ไม่สามารถเดินทางมารับงานได้ สมาคมจึงแก้ปัญหาด้วยการจัดสรรงบประมาณที่ได้รับ มาจ้างผู้ฝึกสอนชาวไทยแทน ซึ่งในส่วนนี้มีหลักฐานการจ่ายเงินเดือนชัดเจน

"เรื่องจะฟ้องกลับหรือไม่นั้น ต้องเป็นอำนาจของนายกสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย แต่เรื่องที่ผมจะชี้แจงอีก 1 เรื่องคือ เรื่องนี้เริ่มต้นที่ไปร้อง ป.ป.ช.แต่ ป.ป.ช.ตีกลับไปให้ ป.ป.ท. เพราะ ป.ป.ช.มองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้ว ป.ป.ท.ก็รวบรวมเรื่องทั้งหมดส่งไปอัยการ แล้วอัยการจะเป็นผู้ฟ้อง แต่ถ้าอัยการดูหลักฐานแล้ว ไม่มีมูลมันก็จบ ไม่มีการฟ้อง แต่ถ้าฟ้องก็ไปสู้กัน แต่ประเด็นคือการไปฟ้องกองปราบฯ ซึ่งเป็นการร้องซ้ำ ตำรวจกองปราบไม่มีอำนาจ แต่ถ้ามีอำนาจก็ต้องทำเรื่องรวบรวมเอกสารภายใน 30 วันส่งไปให้ ป.ป.ช. แต่ถ้า ป.ป.ช.เห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกันก็จบ เพราะเรื่องก็จะวนไป ป.ป.ท.เหมือนเดิม ส่วนการเรียกร้องฟ้องเอาเงินคืนก็ต้องไปฟ้องร้องทางแพ่ง" ที่ปรึกษาด้านกฎหมายสมาคมกล่าว

ภาพ สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย

ภาพ สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย

อ่านข่าว

"ศาลแพ่ง" สั่ง บ.อัคราฯ จ่ายชดเชยชาวบ้านได้รับผลกระทบเหมืองทอง

คุมเข้มต่างชาติใช้คนไทยนอมินี กรมพัฒน์ออกคำสั่งใหม่บังคับใช้ 1 เม.ย.นี้

อย.ออก 2 มาตรการด่วน รับมือวิกฤตต้นทุนพุ่ง-ป้องกันยาขาดตลาด