ส.ไอซ์ฮอกกี้ โชว์หลักฐานโต้ หลัง กกท.เข้าแจ้งความข้อหาฉ้อโกง

กีฬา
17:04
จำนวนผู้ชม 2,284
ส.ไอซ์ฮอกกี้ โชว์หลักฐานโต้ หลัง กกท.เข้าแจ้งความข้อหาฉ้อโกง
Botnoi Voice
สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย นำเอกสารหลักฐาน ออกมาตอบโต้ หลังถูกการกีฬาแห่งประเทศไทย และเจ้าของสนามไอซ์ฮอกกี้ ร่วมกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกง ยืนยันโปร่งใสตรวจสอบได้

สืบเนื่องจากการที่ เมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค.2569 นายจุมพล ครุศักดาพงศ์ หรืออีกชื่อคือ นายภัทรณัฏฐ์ ญาณกรธนาพันธุ์ เจ้าของสนามไอซ์ฮอกกี้ Thailand International Ice Hockey Arena (TIIHA) ร้องเรียนเรื่องทุจริตการดำเนินงานของสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย ในการเบิกเงินค่าเช่าลานฮอกกี้น้ำแข็ง เดือนละ 720,000 บาท ซึ่งสูงเกินกว่าค่าเช่าตามการใช้งานจริง ที่จะตกอยู่ที่เดือนละประมาณ 200,000 – 300,000 บาทเท่านั้น

ต่อมา นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าแจ้งความ ที่กองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) ให้ดำเนินคดีกับสมาคมฯ ในข้อหาฉ้อโกง รวม 3 กระทง ประกอบด้วย การเบิกค่าเช่าลานฝึกซ้อม เกินกว่าค่าเช่าจริง, การจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาไม่ตรงตามที่เบิกจาก กกท. และการเบิกจ่ายค่าจ้างผู้ฝึกสอนชาวต่างชาติ โดยไม่ได้ดำเนินการจริงนั้น

วันนี้ (24 มี.ค.2569) ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย แถลงข่าวตอบโต้กรณีดังกล่าว โดยที่ปรึกษาด้านกฎหมายของสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย นำเอกสารหลักฐานบางส่วน มาแสดงต่อหน้าสื่อมวลชนด้วย

ที่ปรึกษาด้านกฎหมายฯ กล่าวว่า สมาคมดำเนินการจ่ายจริง ชำระจริง และได้รับใบเสร็จจากทางลานจริง ทั้งหมดเป็นจำนวนเดือนละ 720,000 บาททุกเดือน ข้อกล่าวหาว่าสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทยทุจริตเบิกเงินเกิน จากค่าใช้จ่ายจริงนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเรามีเอกสารการโอนเงินเข้าบัญชี ปิ่นปินัทธ์ ญาณกรธนาพันธุ์ กรรมการบริหาร บริษัท เดอะเธียเตอร์ ออฟ ดรีม จำกัด จำนวนจริงเท่ากับใบแจ้งนี้ ใบกำกับภาษีก็มี ถ้าทาง ป.ป.ท.อ้างว่าปลอมหรือไม่ ก็สามารถส่งเข้ากองพิสูจน์หลักฐานได้เลย และที่สำคัญเงินทั้งหมดมีการโอนชำระค่าเช่าลานก่อนการแข่งขันซีเกมส์

ภาพ สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย

ภาพ สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย

ส่วนเรื่องเบี้ยเลี้ยงนักกีฬานั้น เป็นการจัดสรรให้นักกีฬาทุกคนได้รับประโยชน์และพึงพอใจทุกคน มีเอกสารหลักฐานนักกีฬาเซ็นทุกคน ซึ่งเรื่องพวกนี้คนที่จะเป็นพยานที่ดีที่สุดก็คือตัวนักกีฬา และเราก็ขอปฏิเสธเลยว่าเราไม่มีการหักหัวคิวนักกีฬา

ส่วนประเด็นเรื่องโค้ชต่างชาตินั้น เบื้องต้นสมาคม ติดต่อโค้ชจากสวิตเซอร์แลนด์จริง แต่เจ้าตัวติดสัญญากับต้นสังกัด ทำให้ไม่สามารถเดินทางมารับงานได้ สมาคมจึงแก้ปัญหาด้วยการจัดสรรงบประมาณที่ได้รับ มาจ้างผู้ฝึกสอนชาวไทยแทน ซึ่งในส่วนนี้มีหลักฐานการจ่ายเงินเดือนชัดเจน

"เรื่องจะฟ้องกลับหรือไม่นั้น ต้องเป็นอำนาจของนายกสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย แต่เรื่องที่ผมจะชี้แจงอีก 1 เรื่องคือ เรื่องนี้เริ่มต้นที่ไปร้อง ป.ป.ช.แต่ ป.ป.ช.ตีกลับไปให้ ป.ป.ท. เพราะ ป.ป.ช.มองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้ว ป.ป.ท.ก็รวบรวมเรื่องทั้งหมดส่งไปอัยการ แล้วอัยการจะเป็นผู้ฟ้อง แต่ถ้าอัยการดูหลักฐานแล้ว ไม่มีมูลมันก็จบ ไม่มีการฟ้อง แต่ถ้าฟ้องก็ไปสู้กัน แต่ประเด็นคือการไปฟ้องกองปราบฯ ซึ่งเป็นการร้องซ้ำ ตำรวจกองปราบไม่มีอำนาจ แต่ถ้ามีอำนาจก็ต้องทำเรื่องรวบรวมเอกสารภายใน 30 วันส่งไปให้ ป.ป.ช. แต่ถ้า ป.ป.ช.เห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกันก็จบ เพราะเรื่องก็จะวนไป ป.ป.ท.เหมือนเดิม ส่วนการเรียกร้องฟ้องเอาเงินคืนก็ต้องไปฟ้องร้องทางแพ่ง" ที่ปรึกษาด้านกฎหมายสมาคมกล่าว

ภาพ สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย

ภาพ สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย

อ่านข่าว

"ศาลแพ่ง" สั่ง บ.อัคราฯ จ่ายชดเชยชาวบ้านได้รับผลกระทบเหมืองทอง

คุมเข้มต่างชาติใช้คนไทยนอมินี กรมพัฒน์ออกคำสั่งใหม่บังคับใช้ 1 เม.ย.นี้

อย.ออก 2 มาตรการด่วน รับมือวิกฤตต้นทุนพุ่ง-ป้องกันยาขาดตลาด