วันนี้ (12 ส.ค.2569) สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า จู หรงจี (Zhu Rongji) อดีตนายกรัฐมนตรีผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งของประเทศจีน ได้ถึงแก่อสัญกรรมลงอย่างสงบด้วยอาการป่วย เมื่อเวลา 11:06 น. ตามเวลากรุงปักกิ่ง สิริอายุรวม 98 ปี
ในเส้นทางการเมือง จู หรงจี นับเป็นหนึ่งในบุคลากรระดับมหาอำนาจทางการเมืองของจีน โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญเป็นถึงสมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมือง แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทั้งในชุดที่ 14 และชุดที่ 15 ซึ่งเป็นองค์กรตัดสินใจสูงสุดของประเทศ และเป็นผู้นำขับเคลื่อนนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินในยุคเปลี่ยนผ่านสำคัญของจีน
4 สถาบันหลักร่วมออกแถลงการณ์ไว้อาลัยและยกย่อง
ภายหลังการถึงแก่อสัญกรรม คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน, คณะกรรมการประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ, คณะรัฐมนตรีจีน (State Council) และคณะกรรมการแห่งชาติของการประชุมปรึกษาหารือทางการเมืองแห่งชาติจีน (CPPCC) ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ไว้อาลัยอย่างเป็นทางการ
เนื้อหาในแถลงการณ์ได้ยกย่องสรรเสริญ จู หรงจี อย่างสูงส่ง โดยระบุว่า เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนอันยอดเยี่ยม เป็นนักสู้คอมมิวนิสต์ผู้จงรักภักดีและผ่านการพิสูจน์ตนเองอย่างยาวนานตามกาลเวลา รวมถึงเป็นนักปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพ นักการเมือง และผู้นำอันโดดเด่นผู้สร้างคุณูปการอย่างมหาศาลให้แก่พรรคและประเทศชาติ
เปิดประวัติและผลงานทางการเมือง
จู หรงจี เกิดเมื่อเดือน ต.ค.2471 ที่เมืองฉางซา จ.หูหนาน สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) หนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการการเมืองและเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน
จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองเซี่ยงไฮ้ และเลขาธิการพรรคประจำเมืองเซี่ยงไฮ้ ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานพัฒนาเขตเศรษฐกิจใหม่ผู่ตง (Pudong) ให้กลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก
ต่อมา จู หรงจี ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีจีน คนที่ 5 ในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2541-2546 โดยได้รับฉายาและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็น "สถาปนิกทางการเงิน" และ "เหล็กกล้าแห่งการปฏิรูป" จากผลงานการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจจีนครั้งใหญ่ ตลอดจนการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย (ต้มยำกุ้ง) เมื่อปี 2540 ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของ จู หรงจี คือ การเป็นผู้นำการเจรจาและผลักดันให้ประเทศจีนสามารถเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO) ได้สำเร็จในปี 2544 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ที่เปิดประตูให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ก่อนที่อดีตผู้นำคนนี้จะวางมือจากการเมืองอย่างเป็นทางการเมื่อหมดวาระในปี 2546
อ่านข่าว :
ตร.-มท. คุมเข้มอาวุธปืน ระงับ ป.3-ปืนสวัสดิการใหม่ ตรวจสอบใบ ป.4 ทั่วประเทศ
13 ส.ค.ศาลชี้ชะตา "พิ้งกี้-ครอบครัว" กับพวกรวม 24 คนคดี Forex 3D
"อนุทิน" เปิดภาพครอบครัววันแม่ บอกวัยแซยิด ยังมีพ่อแม่อยู่เคียงข้าง
