วันนี้ (24 ก.ย.2569) BBC เปิดเผยว่า ฮุง เฉา รักษาการรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีทหารเรือ 8 นายในกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พยายามฆ่าตัวตายระหว่างภารกิจประจำการที่ยืดเยื้อ โดยข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยในจดหมายที่เฉาตอบกลับวุฒิสมาชิก เคิร์สเตน จิลลิแบรนด์ หลังเธอตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของกำลังพลบนเรือ
ตัวเลข 8 นาย ครอบคลุมกำลังพลจากหลายหน่วยที่ร่วมอยู่ในภารกิจ ไม่ได้จำกัดเฉพาะลูกเรือประจำ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น แต่รวมถึงกำลังพลจากฝูงบินบนเรือ เจ้าหน้าที่กลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินและกองเรือพิฆาต เรือพิฆาตที่ทำหน้าที่คุ้มกัน รวมถึงฝูงบินต่าง ๆ ที่ประจำการร่วมกับกองเรือ
ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยหลังสมาชิกครอบครัวของทหารเรือแสดงความกังวลต่อสภาพจิตใจของกำลังพลและสภาพความเป็นอยู่ระหว่างภารกิจที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามของสหรัฐฯ กับอิหร่าน
เฉาระบุว่า บนเรือมีอนุศาสนาจารย์ 5 นาย และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหลายคน เพื่อดูแลความต้องการด้านจิตใจและอารมณ์ของกำลังพล ขณะที่ข้อมูลของกองทัพเรือระบุว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตได้รับการดูแล และไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุเหล่านี้
ครอบครัวตั้งคำถาม "ความเป็นอยู่บนเรือ"
ก่อนหน้านี้กองทัพเรือสหรัฐฯ ยอมรับว่ามีปัญหาด้านเสบียงบนเรือ แต่ปฏิเสธว่ากำลังเกิด "วิกฤตสุขภาพจิต" บน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งมีบุคลากรอยู่ราว 5,000 คน ครอบครัวยังเคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่บนเรือ ทั้งปัญหาระบบประปาและอาหารสด
ขณะที่จดหมายของเฉาปฏิเสธว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นในวงกว้าง แต่ยอมรับว่าเคยเกิด ปัญหาท่อในบางพื้นที่ รวมถึงระบบผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลมีปัญหา และในช่วงเวลาสั้น ๆ ตัวเลือกอาหารบางรายการลดลง
วุฒิสมาชิก จิลลิแบรนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการกองทัพของวุฒิสภา วิจารณ์การตอบสนองของรัฐบาลทรัมป์ต่อข้อร้องเรียนก่อนหน้านี้ โดยกล่าวว่าการที่รัฐบาลเคยปัดข้อกล่าวหาเรื่องสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพลว่าเป็น "ข่าวปลอม" ไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ถูกเปิดเผยในเวลาต่อมา เธอกล่าวว่า สิ่งที่ครอบครัวและสังคมควรได้รับคือการให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของกำลังพลและครอบครัว ซึ่งต้องเสียสละอย่างมากจากการปฏิบัติหน้าที่
กองทัพเรือเองเคยยอมรับในเดือน ส.ค. ว่าภารกิจของ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ถูกขยายเพราะสถานการณ์ทางทหาร พร้อมระบุว่าในการประจำการครั้งนี้เรืออยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการเป็นเวลานาน และกำลังพลต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของภารกิจและตารางชีวิตที่ไม่เป็นปกติ
ภารกิจยืดเยื้อ เชื่อมโยงปัญหาสุขภาพจิต
ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ออกจากรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อเดือน พ.ย.2568 เดิมมุ่งหน้าไปยังทะเลจีนใต้ ก่อนถูกส่งเข้าสู่ตะวันออกกลางก่อนการโจมตีอิหร่านในเดือน ก.พ.2569 ภารกิจเดิมที่วางไว้ให้สิ้นสุดในเดือน พ.ค.2569 แต่ก็ถูกขยายออกไปหลายครั้ง
ต่อมาในเดือน ส.ค. ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน ถูกส่งเข้ามารับช่วงต่อ หลัง ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ประจำการต่อเนื่องเป็นเวลานาน และขณะนี้ ลินคอล์น กำลังเดินทางกลับสหรัฐฯ ระหว่างการเดินทางกลับ ลูกเรือสหรัฐฯ ได้แวะประเทศไทย โดยมีช่วงเวลาพักบนฝั่งในพื้นที่พัทยา กองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นโอกาสให้กำลังพลได้พักและฟื้นฟูหลังภารกิจอันยาวนานกว่า 280 วันในทะเล
ประเด็นสุขภาพจิตของกำลังพลบนเรือไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับลินคอล์นเท่านั้น งานศึกษาที่เผยแพร่ในเดือน ม.ค.2568 จากกลุ่มตัวอย่างทหารเรือ 956 นาย พบว่ากำลังพลบนเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ มีระดับ "ความทุกข์ทางจิตใจอย่างรุนแรง" เมื่อเทียบกับกำลังพลในเหล่าทัพอื่น โดยงานวิจัยเชื่อมโยงกับปัจจัยเฉพาะของชีวิตบนเรือ เช่น สภาพที่พักอาศัย เสียงดัง ตารางงานที่หนัก และเวลานอนพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ข้อมูลกำลังพลโดย USNI News ระบุว่า การฆ่าตัวตายยังเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ ส่วนข้อมูลของกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกสหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่มทหารผ่านศึกมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าชาวอเมริกันที่ไม่เคยรับราชการทหาร
อ่านข่าว :
เปิดสุนทรพจน์ "สี จิ้นผิง" ลั่นสหรัฐฯ-จีนต้องเป็นหุ้นส่วนไม่ใช่คู่แข่ง
สปส.เตรียมส่ง SMS แจ้งสถานที่เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
"ทรัมป์" ปูพรมแดงต้อนรับ "สี จิ้นผิง" สุดยิ่งใหญ่ แต่เหตุใดยังไร้ข้อตกลงร่วม
