สหรัฐฯ สกัดทุน Prince Group เพิ่ม 45 รายชื่อ เอี่ยวสแกมเมอร์-ค้ามนุษย์

ต่างประเทศ
14:59
จำนวนผู้ชม 59
Thai PBS
สหรัฐฯ สกัดทุน Prince Group เพิ่ม 45 รายชื่อ เอี่ยวสแกมเมอร์-ค้ามนุษย์
ผู้ช่วย AI

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2569 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินในต่างประเทศ (OFAC) ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ เครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจและนอมินีทางการเงินที่สนับสนุนองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ "Prince Group Transnational Criminal Organization (Prince Group TCO)"

ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ประกาศคว่ำบาตรไปแล้วจากพฤติกรรมก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ การฉ้อโกงผ่านระบบดิจิทัล การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์

การดำเนินการในครั้งนี้เป็นการคว่ำบาตรบุคคลจำนวน 4 คน และนิติบุคคลอีก 41 แห่ง พร้อมกันนี้ยังคว่ำบาตรชายสัญชาติมาเลเซียอีก 1 คน ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการบริหารเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ ที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศมาดากัสการ์เพื่อฉ้อโกงชาวอเมริกัน

สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่มแก๊งฉ้อโกงทางไซเบอร์เหล่านี้ ยังคงสูบเงินหลายพันล้านดอลลาร์ ไปจากเหยื่อชาวอเมริกัน โดยอาศัยเครือข่ายธุรกิจข้ามชาติที่ซับซ้อน ในการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิด

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ในการทลายองค์กรเหล่านี้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับแกนนำนำทัพ ไปจนถึงโครงสร้างองค์กรบังหน้าและผู้สนับสนุนทางการเงิน ที่ช่วยให้อาชญากรเหล่านี้ สามารถเปิดปฏิบัติการได้โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการต่อยอดมาตรการคว่ำบาตรเดิมของ OFAC ที่เคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2568 และ 23 มิ.ย.2569 ซึ่งเจาะจงไปที่กลุ่มผู้นำ บริษัทในเครือ และผู้ช่วยเหลือทางการเงินของ Prince Group

เครือข่ายดังกล่าว กอบโกยรายได้ผิดกฎหมายมหาศาล ผ่านรูปแบบการฉ้อโกงทางออนไลน์ที่แยบยล ทั้งการหลอกลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Investment Scams) การหลอกรักออนไลน์ (Romance Scams) และการหลอกลวงทางทางการเงินอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อเหยื่อทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก

ปฏิบัติการส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับ "ศูนย์สแกมเมอร์" ขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการใช้แรงงานจากการค้ามนุษย์และการบังคับขู่เข็ญ ก่อนจะนำเงินที่ได้ ไปฟอกผ่านเครือข่ายบริษัทนอกชายฝั่ง และนอมินีทางการเงินอย่างเป็นระบบ

เป้าหมายสำคัญของการคว่ำบาตรในรอบนี้ เน้นไปที่บุคคลและนิติบุคคล ที่เข้ามาช่วยพยุงและฟื้นฟูเครือข่ายของ Prince Group หลังจากโดนมาตรการคว่ำบาตรในรอบก่อน ๆ ด้วยการรับหน้าที่บริหารบริษัทนอกชายฝั่ง ปกปิดรายชื่อผู้ถือหุ้นแท้จริง ทำธุรกรรมพาณิชย์บังหน้า และให้บริการบริหารจัดการทางการเงิน แก่ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มอาชญากร เช่น

"ชิว หยง" (Qiu Yong) สมาชิกคนสำคัญที่ถือพาสปอร์ตหลายชาติ และเป็นเจ้าของบริษัทหลายแห่งในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI) และฮ่องกง ซึ่งทำธุรกิจปล่อยกู้และค้าส่งไวน์บังหน้า รวมถึง "จ้าว เหมิงเหยา" (Zhao Mengyao) ผู้ช่วยส่วนตัวของเขา

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึง "เหอ ยู่จิ้ง" (He Yujing) ภรรยาของ "เฉิน โบ" (Chen Bo) ผู้บริหาร Prince Group ที่โอนกรรมสิทธิ์คฤหาสน์ในกรุงโตเกียว และบริษัทในกัมพูชาให้ภรรยาถือครองแทน

รวมถึง "วิซาล ปัง" (Visal Pang) เครือข่ายชาวกัมพูชาที่ถือครองและเป็นกรรมการบริษัทถึง 11 แห่งร่วมกับเฉิน โบ เพื่อหลีกเลี่ยงการอายัดทรัพย์

นอกจากนี้ OFAC ยังลงโทษ "ฉุย กก วา" (Chui Kok Wa) ชายสัญชาติมาเลเซีย ตามคำสั่งประธานาธิบดี E.O. 13694 จากการเป็นผู้นำเครือข่ายสแกมเมอร์ในมาดากัสการ์ หลอกลวงเอาสินทรัพย์ดิจิทัล และสร้างความเสียหายแก่ชาวอเมริกัน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ

การดำเนินการครั้งนี้ อยู่ภายใต้คำสั่งประธานาธิบดี (E.O.) 14390 ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงวันที่ 6 มี.ค.2569 เรื่อง "การต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ การฉ้อโกง และภัยคุกคามสแกมเมอร์ต่อประชาชนอเมริกัน"

โดยเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่างสำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) สำนักข่าวกรอง นิวยอร์ก และ โฮโนลูลู ชุดปฏิบัติการพิเศษปราบปรามศูนย์สแกมเมอร์ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สำนักงานอัยการสหรัฐฯ เขตอะแลสกา รวมถึงได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลสืบสวน จากหน่วยงานสืบสวนทางการเงินหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI FIA) และกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร (FCDO)

ผลจากการคว่ำบาตรครั้งนี้ ทรัพย์สินและผลประโยชน์ในทรัพย์สินทั้งหมด ของบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกระบุชื่อ ซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ หรืออยู่ในการครอบครองของบุคคลสัญชาติอเมริกัน จะต้องถูกบล็อกและรายงานต่อ OFAC ทันที รวมถึงนิติบุคคลใด ๆ ที่ถือหุ้นโดยผู้ถูกแบนตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็จะถูกบล็อกด้วยเช่นกัน โดยห้ามมิให้บุคคลสัญชาติอเมริกันทำธุรกรรมใด ๆ กับผู้ถูกคว่ำบาตร เว้นแต่ได้รับอนุญาตพิเศษ

ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนอาจต้องรับโทษทั้งทางแพ่ง และอาญาตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกาอย่างเด็ดขาด

อ่านข่าว :

"ทนายกุ้ง-ออยศรี" ยื่นค้านประกัน "บุ๋ม-ก๊อต" หวั่นยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐาน

ประชาชนจับจองพื้นที่ชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

"แม่น้ำสายขุ่น" ลดการผลิตประปา กระทบหลายชุมชน