ดารา-นักแสดง ร่วมอาลัย "เมตตา รุ่งรัตน์"
บรรยากาศแห่งความรักและความอาลัยต่อการจากไปของนักแสดงอาวุโส "เมตตา รุ่งรัตน์" อบอวลไปทั่วงานรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรม ณ วัดแสนสุข มีนบุรี หลังครอบครัวแจ้งข่าวเศร้าถึงการสูญเสียอย่างกะทันหัน เพื่อนนักแสดงที่เคยร่วมงานกันมาตั้งแต่หลังยุคปี 2500 ต่างทยอยเดินทางมากล่าวคำลาเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งกรุง ศรีวิไล, นันทวัน เมฆใหญ่, สุดา ชื่นบาน, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ และปัทมา ปานทอง ซึ่งการที่มีดาราหลายรุ่นมาร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางการทำงานที่ยาวนานของเธอ จากจอเงินสู่จอแก้วในหลากหลายบทบาท ทั้งนางรอง เพื่อนนางเอก บทร้าย บทบู๊ หรือแม้แต่การแสดงแทนดาราที่คิวไม่ว่าง เธอก็รับทุกบทจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาราเจ้าบทบาทแห่งยุค
ฝีมือการแสดงของ "เมตตา รุ่งรัตน์" เป็นที่ประจักษ์ด้วยผลงานภาพยนตร์ที่ค้นเจออย่างน้อย 345 เรื่อง และยังมีอีกหลายเรื่องที่ค้นไม่เจอเนื่องจากในอดีตมักใส่ชื่อผู้แสดงไม่ครบ หรือบางเรื่องแสดงแต่ไม่ปรากฏชื่อก็มี ความโด่งดังของเธอยังไปไกลถึงขั้นได้ร่วมงานกับกองถ่ายต่างประเทศ จนเป็นที่มาของฉายา "ไข่มุกดำแห่งเอเชีย"
ขณะที่ "อมรา อัศวนนท์" นักแสดงอาวุโสวัยใกล้ 90 ปี ซึ่งเคยร่วมงานกัน ก็มายืนยันถึงความสวยเด่น ฝีมือดี และมีวินัย พร้อมเผยความรู้สึกใจหายที่เพื่อนรุ่นน้องด่วนจากไป แม้จะทราบดีว่า "เหน่ง เมตตา" มีอาการป่วยหลายโรครุมเร้าและต้องกินยาจำนวนมาก
หากย้อนดูผลงานในอดีตอย่าง "นางกระต่ายป่า" หนังไทยปี 2506 เธอก็แสดงคิวบู๊ จับปืน และยิงเองทั้งหมดเพราะเป็นคนยิงแม่น หรืออย่างในเรื่อง "ชาติเจ้าพระยา" ฉากเตะต่อย ปีนต้นไม้ เธอก็เล่นเองโดยไม่สนสแตนด์อิน ซึ่งสะท้อนถึงนิสัยใจคอที่มีความห้าวหาญ กล้าแสดงออก และรักในการแสดงอย่างแท้จริง ก่อนที่ในช่วงบั้นปลายชีวิต เธอต้องลาวงการไปด้วยปัญหาสุขภาพ และใช้เวลารักษาตัวอยู่ไม่น้อยกว่า 10 ปี ภายใต้การดูแลของครอบครัวและผู้ดูแล
ก่อนอำลาวงการในปี 2557 เมตตา รุ่งรัตน์ เคยไปถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังโลกมายาที่หอภาพยนตร์เมื่อราวปี 2552 เล่าถึงเส้นทางการเข้าสู่วงการด้วยชื่อ "ดาราวดี ดวงดารา" ลูกสาวของศิลปินละครเวทีชื่อดัง ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ "เมตตา รุ่งรัตน์" และเข้าวงการเต็มตัวในปี 2504 เพียงปีเดียวต่อมาเธอก็คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง "วัยรุ่นวัยคะนอง" (ปี 2505) มาครองได้อย่างภาคภูมิใจ สำหรับงานสวดพระอภิธรรมจะมีไปจนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 และกำหนดจัดงานฌาปนกิจในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 15.00 น.



























































