วันนี้ (5 พ.ย.2569) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า "โจชัว หว่อง" นักเคลื่อนไหวในฮ่องกง ถูกศาลตัดสินให้รับโทษจำคุกเพิ่มอีก 10 ปี ในข้อหาสมคบคิดกับต่างชาติ ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ
ขณะที่หว่อง ปรากฏตัวที่ศาล เพื่อเข้ารับฟังการพิจารณาคดี ท่ามกลางการวางกำลังอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหลังทราบคำตัดสิน หว่อง กล่าวขอบคุณและโบกมือให้กับผู้สนับสนุน ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวออกจากศาล
วิลเลียม แทม ผู้พิพากษาศาลสูง กล่าวในห้องพิจารณาคดีว่า คดีของหว่องเป็นเรื่องร้ายแรง โดยสมคบคิดกับบุคคลอื่น เรียกร้องให้ต่างชาติออกมาตรการคว่ำบาตร ในช่วงเวลาที่ฮ่องกงกำลังเผชิญกับความวุ่นวายทางสังคม แม้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมีผลบังคับใช้แล้ว แต่หว่องและกลุ่มผู้สมคบคิด ยังเดินหน้าเรียกร้องในลักษณะดังกล่าว ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียของตนเอง รวมถึงผ่านสื่อหรือสำนักข่าวต่างๆ
ผู้พิพากษาศาลสูง ระบุอีกว่า แม้จะเป็นบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับจำเลย แต่การลงโทษจะต้องสอดคล้องกับความร้ายแรงของอาชญากรรมที่ได้กระทำลงไป และศาลจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าสังคมรังเกียจแผนการและการกระทำของจำเลย ที่ร่วมมือกับผู้อื่นในการสมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติหรือบุคคลภายนอก เพื่อสร้างภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ
หว่องในวัย 30 ปี ให้การรับสารภาพในข้อกล่าวหานี้ เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่าไม่เคยเรียกร้องเอกราชให้ฮ่องกง หรือพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในจีน
ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชน วิจารณ์การตั้งข้อหาสมคบคิดต่อหว่อง ว่า เป็นความพยายามของทางการที่จงใจจะกักขังเขาไว้ในเรือนจำต่อไป
ก่อนหน้านี้ หว่องถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับ นาธาน ลอว์ นักเคลื่อนไหวที่ลี้ภัยไปต่างประเทศ และบุคคลอื่น ในการร้องขอให้สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อจีนและฮ่องกงในปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลจีนประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง หลังเกิดการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่เมื่อปี 2562 ซึ่งหว่องถูกควบคุมตัวตั้งแต่เดือน พ.ย.2563 ในข้อหายุยงปลุกปั่นและจัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล โดยไม่ได้รับอนุญาต
กฎหมายฉบับนี้ช่วยกระชับอำนาจของรัฐบาลจีน ในการควบคุมฮ่องกง แม้รัฐบาลจีนและรัฐบาลฮ่องกงจะอ้างว่า กฎหมายดังกล่าวช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพ แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกลับมองว่า กฎหมายนี้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง และทำให้การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลกลายเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยง
ขณะที่โฆษกรัฐบาลฮ่องกง ปฏิเสธเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ เกี่ยวกับการดำเนินคดีต่อหว่อง โดยระบุเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาว่า การใช้เสรีภาพในการแสดงออกภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ควรนำไปปะปนกับการกระทำที่สมคบคิดกับต่างชาติ เพื่อเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตร ซึ่งส่งผลเสียต่อชาติของตนเอง
อ่านข่าว :
อินโดฯ สอบสวนคดีดักฟังผู้นำ - ส่งทหาร 20,000 นายเข้าจาการ์ตา
เดโมแครตครองสภา สหรัฐฯ "ยุคใหม่" ไร้การค้าเสรี อาเซียนต้องพึ่งตัวเอง
94 ปีที่รอคอย! เดโมแครตคว้าเก้าอี้ สว.แคนซัส เลือกตั้งกลางเทอม 2026
