วันนี้ (5 พ.ย.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ท่ามกลางการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ซึ่งข้าวเป็นสินค้าเกษตรยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร การส่งออก และรายได้เกษตรกร โดยมีครัวเรือนผู้ปลูกข้าวประมาณ 4.6 ล้านครัวเรือน หรือเกือบ 60% ของครัวเรือนเกษตรกรทั้งหมด แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 3.1 ล้านครัวเรือน ภาคเหนือ 1.04 ล้านครัวเรือน ภาคกลาง 4.1 แสนครัวเรือน และภาคใต้ 5.8 หมื่นครัวเรือน มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวรวม 73.82 ล้านไร่ แบ่งเป็นนาปี 61.18 ล้านไร่ และนาปรัง 12.64 ล้านไร่
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์
ดังนั้นกระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพราคา ดูแลรายได้เกษตรกร ขยายโอกาสทางการตลาด ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาข้าวมูลค่าสูง พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร โดยมีข้าวเป็นหนึ่งในสินค้านำร่อง ต่อยอดแนวทาง ข้าวประณีต สู่เศรษฐกิจข้าวยุคใหม่ หรือ New Rice Economy เพื่อยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ข้าวยังเชื่อมโยงธุรกิจตั้งแต่โรงสี การแปรรูป การค้า และบริการ โดยตลาดข้าวสารบรรจุถุงมีมูลค่าประมาณ 66,000 ล้านบาท ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านความหลากหลายของพันธุ์ข้าว ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวพื้นเมือง และข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งปัจจุบันมี 24 รายการ ครอบคลุม 30 จังหวัด
พาณิชย์ยกเครื่องข้าวไทย รับมือแข่งขันโลก ชูคุณภาพ–นวัตกรรม
เป้าหมายการพัฒนาข้าวไทย ไม่ใช่เพียงการเพิ่มปริมาณส่งออก แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่ม และทำให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น
โดยปัจจุบันผลผลิตข้าวไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 456 กิโลกรัมต่อไร่ ต่ำกว่าจีนที่ 1,146 กิโลกรัมต่อไร่ เวียดนาม 979 กิโลกรัมต่อไร่ และอินเดีย 704 กิโลกรัมต่อไร่ สะท้อนความจำเป็นในการเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าว ระบบชลประทาน และเทคโนโลยีการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ราคข้าวไทย "แพง" หนีคู่แข่ง ทำแข่งขันยาก
ขณะเดียวกัน ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยในเดือน ต.ค.2569 ยังสูงกว่าอินเดียประมาณ 21% โดยขาวข้าว 5% ของไทยราคาอยู่ที่ 460 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ข้าวเวียดนามราคาอยู่ที่ 420 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ข้าวปากีสถานราคาอยู่ที่ 400 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และข้าว อินเดีย ราคาอยู่ที่ 375 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ส่วนข้าวหอมมะลิไทย ราคาสูงกว่าคู่แข่งซึ่งมีส่วนต่างกว่า 500ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน โดยข้าวหอมมะลิไทย ราคาอยู่ที่ 1,035 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ข้าวหอมเวียดนามอยู่ที่ 555 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน
พาณิชย์ยกเครื่องข้าวไทย รับมือแข่งขันโลก ชูคุณภาพ–นวัตกรรม
ในขณะที่ราคาข้าวเปลือกในประเทศ ราคาสูงขึ้นเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (เดือน พ.ย.2568) พบว่าข้าวเปลือกหอมมะลิความชื้น 25% เดือน พ.ย.69 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 13,900 บาทต่อตัน และความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 16,350 บาทต่อตัน ปรับสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกัน 11% โดยปี 2568 ข้าวเปลือกหอมมะลิความชื้น 25% ราคาอยู่ที่ 12,500 บาทต่อ และความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 14,700 บาทต่อตัน
ส่วนราคาข้าวขาวเจ้า เดือน พ.ย.2569 ความชื้น 25% ราคาอยู่ที่ 8,100 บาทต่อตัน และความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 9,500 บาทต่อตันราคาปรับตัวสูงขึ้น 45%เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน งข้าวขาวเจ้าความชื้น 25% ราคาอยู่ที่ 6,900 บาทต่อตัน และความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 8,100 บาทต่อตัน
พาณิชย์ยกเครื่องข้าวไทย รับมือแข่งขันโลก ชูคุณภาพ–นวัตกรรม
จับมือก.เกษตรฯ เร่งทำ Sandbox ข้าวไทย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำโครงการ Sandbox ข้าวไทย บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ทดลองใช้พันธุ์ข้าวผลผลิตสูง กข113 และ กข85 ควบคู่กับการส่งเสริมข้าวคาร์บอนต่ำ เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีศักยภาพให้ผลผลิต 1.4–1.5 ตันต่อไร่ ภายใต้สภาพการผลิตที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มผลิตภาพและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร
แม้ไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น จากการกลับมาส่งออกของอินเดีย ซึ่งมีปริมาณสต๊อกข้าวจำนวนมาก ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ แต่กระทรวงยังเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งออกข้าวได้ 4.99 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 94,900 ล้านบาท
พาณิชย์ยกเครื่องข้าวไทย รับมือแข่งขันโลก ชูคุณภาพ–นวัตกรรม
สำหรับตลาดส่งออกที่มีแนวโน้มเติบโต ได้แก่ ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ซึ่งนำเข้าข้าวไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดเอเชียโดยรวมขยายตัว 13.25% มีปริมาณ 1.71 ล้านตัน ส่วนตลาดแอฟริกายังมีโอกาสขยายตัว โดยสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก นำเข้าข้าวไทยเพิ่มขึ้น 63.81% และโมซัมบิกเพิ่มขึ้น 2.2% สะท้อนโอกาสในการกระจายตลาดและลดการพึ่งพาตลาดส่งออกเพียงบางแห่ง
รัฐเร่งรักษาเสถียรภาพราคาข้าว-ดูแลเกษตรกร
ด้านนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว และดูแลรายได้เกษตรกร ผ่านมาตรการรักษาเสถียรภาพและยกระดับข้าว ปีการผลิต 2569/70 ภายใต้แนวคิด ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต (New Rice Economy) ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) โดยแบ่งเป็นมาตรการระยะสั้นและระยะยาว
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน
มาตรการระยะสั้นประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก /โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม / โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก และโครงการดูดซับข้าวเปลือก เพื่อรักษาสมดุลตลาดและพยุงเสถียรภาพราคา
ส่วนมาตรการระยะยาวมุ่งส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูง เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ผ่านโครงการข้าวประณีต ระยะที่ 2 พร้อมสนับสนุนการจัดจุดรับซื้อข้าวเปลือกในราคานำตลาด และตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและสร้างการแข่งขันด้านราคารับซื้อให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม
พาณิชย์ยกเครื่องข้าวไทย รับมือแข่งขันโลก ชูคุณภาพ–นวัตกรรม
ชู "ข้าวประณีต" จุดแข็งคุณภาพเด่น
ด้าน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาข้าวไทยในระยะต่อไป ต้องมุ่งเพิ่มผลิตภาพควบคู่กับการสร้างมูลค่า โดยใช้จุดแข็งด้านคุณภาพ ความหลากหลาย และอัตลักษณ์ของข้าวไทยเป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่างในตลาดโลก ผ่านแนวทาง ข้าวประณีต ที่พัฒนาคุณภาพตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่พันธุ์ข้าว กระบวนการผลิต การสีและแปรรูป ไปจนถึงมาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ แบรนด์ และการตลาด
พาณิชย์ยกเครื่องข้าวไทย รับมือแข่งขันโลก ชูคุณภาพ–นวัตกรรม
พร้อมต่อยอดสู่ New Rice Economy โดยใช้ความต้องการของตลาดเป็นตัวนำการผลิต ส่งเสริมข้าวมูลค่าสูง อาทิ ข้าวรักษ์โลก ข้าวเพื่อสุขภาพ และข้าวอัตลักษณ์ ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น อาหารพร้อมรับประทาน ขนม เครื่องดื่ม และส่วนผสมอาหารมูลค่าสูง พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกร สหกรณ์ โรงสี และผู้ประกอบการ ให้มีส่วนร่วมสร้างและแบ่งปันมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นธรรม
นอกจากนี้ การนำ Big Data และ AI มาใช้วิเคราะห์และคาดการณ์พื้นที่เพาะปลูก ปริมาณผลผลิต ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว และแนวโน้มราคา จะช่วยให้การวางแผนรวบรวม จัดเก็บ แปรรูป และจัดหาตลาดรองรับมีความแม่นยำมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากผลผลิตล้นตลาด และเปลี่ยนการบริหารจัดการข้าวไทยให้เป็นเชิงรุก
พาณิชย์ยกเครื่องข้าวไทย รับมือแข่งขันโลก ชูคุณภาพ–นวัตกรรม
รัฐบาลอยู่ระหว่างเร่งกำหนดแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านอาหารของภูมิภาคและโลก โดยกำหนดให้ข้าวเป็นหนึ่งในสินค้านำร่อง
ขณะที่ ร.ต.จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่เพาะปลูกข้าว เร่งติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณผลผลิตข้าวนาปี พร้อมรายงานข้อมูลมายังส่วนกลางทุกวัน รวมถึงให้สำนักงานสาขา ชั่งตวงวัดตรวจสอบการรับซื้อข้าวเปลือก เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรมและสอดคล้องกับคุณภาพผลผลิต
ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์
ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาข้าวไทย ที่มุ่งดำเนินการทั้งการดูแลราคาและรายได้เกษตรกรในระยะสั้น ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว เพื่อเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ นวัตกรรม และอัตลักษณ์สินค้า เสริมความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้ชาวนาไทย
อ่านข่าว:
อาเซียนหนุนส่งออกข้าวไทย 9 เดือนพุ่ง 1.25 ล้านตัน รับมือตลาดอิรักหดตัว-บาทแข็ง
"หอมมะลิไทย" เสี่ยงเสียตลาดพรีเมียม "กัมพูชา" รุกชิงส่วนแบ่ง จี้รัฐเร่งพัฒนาสายพันธุ์
"เอลนีโญ" หนุนตลาด "เอเชีย" แห่นำเข้าข้าวพุ่ง "มาเลเซีย" ซื้อสูงสุดรอบ 20 ปี
