จากสารพิษแม่น้ำกก สู่หายนะลุ่มน้ำโขง บทเรียน (ใคร) แก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน

ภูมิภาค
15:12
จำนวนผู้ชม 76
Thai PBS
จากสารพิษแม่น้ำกก สู่หายนะลุ่มน้ำโขง บทเรียน (ใคร) แก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน
จากสารพิษแม่น้ำกก สู่หายนะลุ่มน้ำโขง บทเรียน (ใคร) แก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน

จากสารพิษแม่น้ำกก สู่หายนะลุ่มน้ำโขง บทเรียน (ใคร) แก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน

แม่น้ำกกเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ มีต้นกำเนิดในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ก่อนผ่าน อ.เมืองเชียงราย และอีกหลายอำเภอของ จ.เชียงราย จากนั้นไหลลงสู่แม่น้ำโขงบริเวณบ้านสบกก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2568 ซึ่งตรงกับวันหยุดเขื่อนโลก ไทยพีบีเอสได้รับแจ้งจากมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ว่า แม่น้ำกกมีสภาพขุ่นเข้ม นับตั้งแต่เกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือน ต.ค. 2567 และไม่เคยกลับมาใสอีกเลย

ช่วงเวลาดังกล่าว มูลนิธิร่มโพธิ์ได้รณรงค์ให้แม่น้ำกกกลับมาใสสะอาดดังเดิม พร้อมร้องเรียนไปยัง สส.ในพื้นที่และรัฐสภา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2568 โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 สัปดาห์

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่)

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่)

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) เปิดเผยกับไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2568 ซึ่งถือเป็นสำนักข่าวแรกที่ได้รับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสาเหตุน้ำขุ่น โดยระบุว่าพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน อยู่ที่ 0.026 มิลลิกรัมต่อลิตร แต่ขอรายงานให้จังหวัดเชียงใหม่รับทราบก่อน

ต่อมา เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2568 ไทยพีบีเอสได้นัดสัมภาษณ์ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) เป็นครั้งแรกที่มีการยืนยันว่าแม่น้ำกกมีสารพิษปนเปื้อน โดยเฉพาะสารหนูและตะกั่ว และพบการปนเปื้อนกระจายทั่วลุ่มน้ำกก ลุกลามไปถึง อ.เมือง จ.เชียงราย (4 มี.ค. 2568)

หลังข่าวการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกกแพร่กระจายออกไป คำถามในช่วงแรกมุ่งไปที่ผลกระทบด้านสุขภาพจากสารหนูและสารพิษชนิดอื่นที่ตรวจพบ แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ สารพิษเหล่านี้มาจากไหน

จะบอกว่าสารหนูมาจากการทำเหมืองทองคำ ยังไม่มีการยืนยัน ถ้าดูภาพถ่ายทางอากาศจะเห็นการเปิดหน้าดิน ส่วนจะบอกว่าเป็นเหมืองทองคำ อาจให้ฝ่ายความมั่นคงนำมายืนยัน

อ่านเพิ่มเติม:

• ด่วน! สคพ.1 ตรวจพบ “สารหนู” แม่น้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ www.thaipbs.or.th/news/content/350938

• สำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ เปิดผลตรวจ “แม่น้ำกก” พบปนเปื้อนสารหนูกว่าเท่าตัว www.thaipbs.or.th/news/content/350954

พบ"สารหนู"คนกลัวแม่น้ำกก

เมื่อแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษ ผลกระทบแรกที่เกิดขึ้นคือประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกก โดยเฉพาะ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ บริเวณแก่งทรายมูล ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเล่นน้ำชื่อดัง อีกแห่ง คือจุดขึ้นเรือท่องเที่ยวล่องแม่น้ำกก แม้จะเป็นช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ แต่กลับแทบไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ

ไทยพีบีเอสได้พูดคุยกับคนขับเรือล่องแม่น้ำกก พบว่าหลังมีข่าวตรวจพบสารพิษ นักท่องเที่ยวจำนวนมากยกเลิกการจอง เนื่องจากกังวลเรื่องสารพิษในน้ำ เช่นเดียวกับธุรกิจแพเปียกที่ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำบริเวณแก่งทรายมูล ซึ่งได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน

อาหารสดและของต่าง ๆ ที่ซื้อกักตุนไว้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ นับตั้งแต่มีข่าวพบสารหนู แทบไม่มีคนมาเที่ยวเลย ถ้าเป็นช่วงใกล้สงกรานต์แบบนี้ ปกติคนจะมาลงเล่นน้ำ แต่จนถึงตอนนี้ไม่มีคนมา และน้ำก็ยังไม่เคยใสเลยนับตั้งแต่น้ำท่วมปี 2567

ผู้ค้าร้านอาหารแพริมแม่น้ำกก ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2568

 ชาวบ้านหลายคนลงน้ำกก พบมีอาการผื่นคัน แม้จะไม่สามารถยืนยันเกี่ยวข้องกับสารพิษในน้ำกกหรือไม่

ชาวบ้านหลายคนลงน้ำกก พบมีอาการผื่นคัน แม้จะไม่สามารถยืนยันเกี่ยวข้องกับสารพิษในน้ำกกหรือไม่

ชาวบ้านใน ต.ท่าตอน หลายคนที่เคยลงสัมผัสน้ำกกเริ่มมีผื่นขึ้นตามร่างกาย แม้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาการดังกล่าวเกิดจากสารหนูหรือสารพิษที่ตรวจพบหรือไม่ แต่ภาพผื่นตามร่างกายก็กลายเป็นภาพจำที่เชื่อมโยงกับความกังวลเรื่องผลกระทบจากสารพิษ ส่งผลให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขเร่งสำรวจความเสี่ยงของประชาชนและตรวจสอบแหล่งน้ำประปา นำมาสู่คำถามสำคัญว่า ประชาชนจะอยู่ร่วมกับแม่น้ำที่ปนเปื้อนสารพิษได้อย่างไร

สิ่งที่ต้องเร่งทำคือ ตรวจสอบว่าใครบ้างได้รับสารพิษ พืชผักมีการปนเปื้อนอย่างไรบ้าง น้ำไหลไปไหน มีสารอะไรบ้าง และตกค้างที่ไหน ซึ่งจะต้องหยุดกิจกรรมเหมืองแร่ เป็นเรื่องการเมืองและผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันมาก จะต้องมาคุยกันว่าจะร่วมกันแก้ปัญหาและช่วยเหลือชาวบ้านและสังคมลุ่มน้ำกกอย่างไร ให้เข้าใจสิทธิของตัวเอง สิทธิของแม่น้ำและชุมชน

มาลี สิทธิเกรียงไกร อาจารย์ประจำศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อ่านเพิ่มเติม: แม่น้ำกก-สาย พบสารพิษปนเปื้อน ภาคประชาชน-วิชาการ จี้เร่งฟื้นฟู หวั่นกระทบวิถีชีวิต www.thaipbs.or.th/news/content/351190

เจาะต้นทางหาสาเหตุ กับคำถาม “เหมืองแร่” ในเมียนมาจริงหรือไม่

คำถามที่ถูกตั้งขึ้นเสมอนับตั้งแต่ตรวจพบสารพิษในแม่น้ำกก คือ สรุปแล้วสารพิษมาจากเหมืองแร่จริงหรือไม่ โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่จนถึงขณะนั้นกลับยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจน

นายอาวีระเคยตั้งข้อสังเกตว่า โลหะหนัก เช่น สารหนู สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากกระบวนการทางธรรมชาติและการเปิดหน้าดิน ซึ่งอาจทำให้สารพิษเหล่านี้ถูกชะล้างลงสู่แม่น้ำกก

แต่คำถามที่ยากกว่านั้นคือ พื้นที่ต้นน้ำกกอยู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา และอยู่ในเขตอิทธิพลของกลุ่มว้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครเคยเห็นการทำเหมืองแร่อย่างชัดเจน

จึงเป็นที่มาของรายงานพิเศษของไทยพีบีเอส ที่นำเสนอภาพถ่ายจากแผนที่และเปิดเผยภาพเรือทำเหมืองแร่ในแม่น้ำเป็นครั้งแรก ประกอบกับรายงานการศึกษาของเครือข่ายมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ รวมถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2567 ซึ่งเคยถูกตั้งคำถามเสมอมาว่า โคลนและทรายจำนวนมหาศาลที่ไหลลงมานั้นมาจากไหน?

รายงานดังกล่าวถ่ายทอดผ่านบทสัมภาษณ์ผู้ที่เคยทำเหมืองแร่ในเมียนมาและลาว เพื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมเหมืองแร่บริเวณต้นน้ำ

อ่านเพิ่มเติม: เจาะเหมืองแร่ "ต้นแม่น้ำกก-น้ำสาย" มลพิษข้ามพรมแดน https://www.thaipbs.or.th/news/content/351096

(บทความชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวออนไลน์เชิงสืบสวนยอดเยี่ยม ในงานประกวดข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 (Digital News Excellence Awards 2025))

สืบจาก "นิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม" สู่คำตอบ "ลายนิ้วมือแร่" จากเหมืองต้นน้ำกก

หลังจากมีการนำเสนอแผนที่เหมืองแร่ หน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง โดยเฉพาะสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพกิจกรรมการเปิดหน้าดิน ซึ่งมีลักษณะคล้ายการทำเหมืองแร่บริเวณต้นแม่น้ำกกในประเทศเมียนมา

อย่างไรก็ตาม คำถามที่สังคมและหน่วยงานภาครัฐยังสงสัยคือ จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าสารพิษเหล่านี้มาจากเหมืองแร่จริง?

ตัวอย่างน้ำผิวดินแม่น้ำกก เพื่อพิสูจน์ลายนิ้วมือนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

ตัวอย่างน้ำผิวดินแม่น้ำกก เพื่อพิสูจน์ลายนิ้วมือนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวไทยพีบีเอสได้ปรึกษา รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เชี่ยวชาญด้านลายนิ้วมือนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ซึ่งเคยศึกษาการแพร่กระจายสารพิษสู่สิ่งแวดล้อมในประเทศเมียนมา โดยได้ร่วมลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและดินตลอดลุ่มแม่น้ำกก ตั้งแต่บริเวณที่แม่น้ำไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่ ต.ท่าตอน จ.เชียงใหม่ ผ่าน อ.เมืองเชียงราย ไปจนถึงจุดที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง อ.เชียงแสน เพื่อพิสูจน์หาต้นตอของสารพิษ

ผลการศึกษาวิจัยเบื้องต้นชี้ชัดเป็นครั้งแรกว่า สารพิษมาจากเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา พบการปนเปื้อนสารหนูสัมพันธ์กับตัวชี้วัดการทำเหมืองแร่หายากประมาณ 69.7 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สัมพันธ์กับการทำเหมืองทองคำ 30.3 เปอร์เซ็นต์

รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

อ่านเพิ่มเติม: เปิดหลักฐานสำคัญ ผลวิจัย “นิติวิทยาศาสตร์ฯ” จับต้นทางมลพิษจากเหมืองแร่ในแม่น้ำกก www.thaipbs.or.th/news/content/354203

"ปลาแค้ป่วย" เสียงสะท้อนจากน้ำกก

ปลาแค้ในแม่น้ำกก มีตุ่มตามลำตัว

ปลาแค้ในแม่น้ำกก มีตุ่มตามลำตัว

ภาพปลาแค้ที่มีตุ่มขึ้นตามลำตัวสร้างความสะเทือนใจและกระทบความเชื่อมั่นในการบริโภคปลาและสัตว์น้ำจากลุ่มน้ำกก จนประชาชนจำนวนมากไม่กล้ากินปลา

แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ ปลาป่วยจากสาเหตุใด

ในช่วงแรก กรมประมงระบุว่าอาการดังกล่าวเกิดจากโรคของปลาและการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ไทยพีบีเอสได้ลงพื้นที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร และพบหลักฐานสำคัญจากงานวิจัยของ รศ.ดร.ธนพล และคณะ ที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างอาการป่วยของปลากับสารพิษในแม่น้ำกก

พบสัญญาณเตือนจากปลาที่ป่วยผิดปกติ อันอาจสัมพันธ์กับการปนเปื้อนของโลหะและกึ่งโลหะในแม่น้ำ ทำให้ปลาอ่อนแอและติดเชื้อได้ง่าย เป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ

รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

อ่านเพิ่มเติม:

• เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก www.thaipbs.or.th/news/content/354006

• พบ “ปลาแม่น้ำกก” ผิวเป็นตุ่ม วอนหน่วยงานเร่งตรวจสอบ โยงสารพิษแม่น้ำกกหรือไม่ www.thaipbs.or.th/news/content/351479

• ม.นเรศวร เปิดผลตรวจ “ปลาแค้” สัมพันธ์น้ำปนเปื้อนสารพิษ จ.เชียงราย https://www.thaipbs.or.th/news/content/354075

• เปิดผลวิจัย "ปลาแม่น้ำกก" พบปลาหายาก 55 ชนิด 4 ชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์ จากสารพิษข้ามพรมแดน https://www.thaipbs.or.th/news/content/570845

ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น มีคณะกรรมาธิการรัฐสภาหลายคณะ ทั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไข พร้อมทั้งมีนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษามลพิษทางน้ำข้ามแดน ภายใต้คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร

ด้านรัฐบาลได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาแม่น้ำกก และจัดประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก

หลังการประชุม มีข้อเสนอแก้ไขปัญหาทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศเสนอให้สร้างฝายดักตะกอน ส่วนการแก้ปัญหากับต่างประเทศเสนอให้ตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจากับเมียนมา

หลักการฝายดักตะกอนเป็นโครงสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อให้ความเร็วของน้ำลดลง สามารถกรองตะกอนและทำให้สารปนเปื้อนตกตะกอนได้

เวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ

อ่านเพิ่มเติม:

• "ภูมิธรรม" ดันสร้างเขื่อนแม่น้ำกก-สาย ป้องกันสารปนเปื้อน www.thaipbs.or.th/news/content/352390

• ข้อมูลเหมืองรัฐฉานยังไม่เคลียร์ “กรมทรัพยากรน้ำ-คพ.” ดันผุดฝายใช้งบกว่า 7.6 พันล้าน www.thaipbs.or.th/news/content/352592

• นายกฯ สั่งด่วนเร่งแก้สารปนเปื้อน “แม่น้ำกก” www.thaipbs.or.th/news/content/352339

ภาคประชาชน-วิชาการลุกฮือ ย้ำแก้ปัญหาสารพิษต้องแก้ที่ต้นเหตุเหมืองแร่

ข้อเสนอการแก้ปัญหาด้วยการสร้างฝายดักตะกอนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์แนวทางของรัฐบาลอย่างกว้างขวาง ภาคประชาชนและนักวิชาการต่างกังวลว่าโครงการดังกล่าวอาจซ้ำเติมปัญหา

แม้ท้ายที่สุดรัฐบาลเดิมจะยุบสภาและมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ แต่แนวคิดเรื่องฝายดักตะกอนก็ยังถูกนำเสนออีกครั้งในรูปแบบโครงการม่านดักตะกอน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่ต่างกัน

เมื่อมีการจัดเวทีประชาพิจารณ์ 2 แห่ง ได้แก่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ อ.เมือง จ.เชียงราย ภาคประชาชนต่างลงมติไม่เห็นด้วยกับโครงการ จนนำไปสู่การยกเลิกและเปลี่ยนแนวทางไปสู่การฟื้นฟูแหล่งน้ำแทน

เรามีบทเรียนจากฝายดักตะกอนที่ลำห้วยคลิตี้ จ.กาญจนบุรี ว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาสารพิษได้

สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต

อ่านเพิ่มเติม:

• ข้อมูลเหมืองรัฐฉานยังไม่เคลียร์ “กรมทรัพยากรน้ำ-คพ.” ดันผุดฝายใช้งบกว่า 7.6 พันล้าน www.thaipbs.or.th/news/content/352592

• ชำแหละ! “ฝายดักสารพิษ” ไม่ใช่คำตอบแก้ “มลพิษเหมืองแร่รัฐฉาน-เมียนมา” www.thaipbs.or.th/news/content/353310

• กังวลฝาย-ม่านดักตะกอน สารพิษแม่น้ำกกซ้ำเติมปัญหา ร้อง รมว.ทส.ทบทวน ชี้ไม่ใช่ทางออกแก้ปัญหา? www.thaipbs.or.th/news/content/357380

• ฟื้น “พรุหญ้าท่าตอน” สู่การอนุรักษ์ แก้สารพิษลุ่มน้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ www.thaipbs.or.th/news/content/505321

เหมืองบนพื้นที่ทับซ้อน “การเมืองเมียนมา” สารพิษขยายสู่ลุ่มน้ำโขง

รายงานของมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ระบุว่า บริเวณต้นแม่น้ำกกมีเหมืองแร่หายากอย่างน้อย 3 แห่ง ยังไม่รวมเหมืองแร่อื่น ๆ เช่น เหมืองทองคำและเหมืองดีบุก

การขยายตัวของเหมืองแร่มีปัจจัยสำคัญมาจากกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาลงทุนร่วมกับกลุ่มว้า กลายเป็นโจทย์ยากสำหรับการเจรจาของรัฐบาลไทย

แม้จะมีการเจรจาและล่าสุดมีข้อตกลงร่วมระหว่างไทย-เมียนมาเพื่อแก้ไขปัญหาสารพิษ แต่ข้อตกลงดังกล่าวก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความเป็นไปได้ในการจัดการปัญหาสารพิษตั้งแต่ต้นทางของเหมืองแร่

ก่อนหน้านี้ไทยพีบีเอสได้เปิดเผยภาพและขั้นตอนการทำเหมืองแร่บริเวณแม่น้ำกก รวมถึงสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลว่า เหมืองแร่ยังคงปล่อยสารพิษลงสู่แหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่หายนะของแม่น้ำกกและลุ่มน้ำโขง

ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการประชุมคณะทำงานร่วมและลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาจริง โดยที่ผ่านมาได้มีการเปิดเผยข้อมูลบริษัทเหมืองแร่ 20 บริษัทที่ดำเนินกิจการในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก

การประชุม TBC ที่ผ่านมา จ.ท่าขี้เหล็ก ปฏิเสธว่าไม่มีเหมืองในพื้นที่รับผิดชอบ แต่เป็นของกองกำลัง ซึ่งทางการไทยต้องนำข้อมูลเหมืองของ 20 บริษัท สอบถามทางการเมียนมาว่าเหมืองที่อนุญาตอยู่บริเวณใดในแผนที่

ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

อ่านเพิ่มเติม:

• เปิด 20 บริษัทเหมืองแร่ จ.ท่าขี้เหล็ก จี้ไทย-เมียนมา หาสาเหตุสารพิษข้ามพรมแดน แม่สาย จ.เชียงราย www.thaipbs.or.th/news/content/571731

• สกู๊ปพิเศษ! เปิดพื้นที่อิทธิพล “ว้า” สู่เหมืองแร่ : กระทบคนลุ่มน้ำโขง-แม่กก-แม่สาย www.thaipbs.or.th/news/content/352045

• สกู๊ปพิเศษ! เปิดต้นทางมลพิษ! ขั้นตอนการทำเหมืองทุนจีน ทิ้งสารปนเปื้อนแม่กก-แม่สาย-น้ำโขง www.thaipbs.or.th/news/content/352969

• สว.จี้รัฐบาลจริงใจแก้ “มลพิษแม่กก” เจรจาจีน-ว้า ทำธุรกิจแบบรับผิดชอบ www.thaipbs.or.th/news/content/352876

• “แก้สารพิษ” แม่น้ำกก-สาย มลพิษข้ามพรมแดน ผ่านมุมมอง “กฎหมาย-ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” www.thaipbs.or.th/news/content/351427

หลักฐานสารพิษแม่น้ำกก สู่สารพิษแม่น้ำโขง

แม่น้ำกกไหลลงสู่แม่น้ำโขง เช่นเดียวกับแม่น้ำสายต่าง ๆ ในเมียนมาและลาว ซึ่งหลายพื้นที่มีการทำเหมืองแร่บริเวณต้นน้ำ

แม้จะมีข้อเสนอจากหลายฝ่ายให้แก้ไขปัญหาผ่านกลไกระหว่างประเทศ เช่น อาเซียน คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติ และความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย แต่ดูเหมือนว่าปัญหาการปล่อยสารพิษจากเหมืองแร่ลงสู่แม่น้ำยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไทยพีบีเอสได้ลงพื้นที่สำรวจแม่น้ำโขงตอนบน ตั้งแต่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นจุดบรรจบชายแดนไทย ลาว และเมียนมา ไปจนถึงบริเวณใกล้พรมแดนจีน

สิ่งที่พบไม่ได้มีเพียงลำน้ำสาขาในประเทศไทย เช่น แม่น้ำกกและแม่น้ำรวกที่มีการปนเปื้อนสารพิษเท่านั้น แต่ยังพบแม่น้ำเลนและแม่น้ำโหลยในเมียนมาที่มีสภาพไม่ต่างกัน โดยมีการปล่อยสารปนเปื้อนจากกิจกรรมเหมืองแร่ลงสู่แม่น้ำ

 การทำเหมืองแร่กลางแม่น้ำโขง บริเวณพรมแดน เมียนมา-ลาว

การทำเหมืองแร่กลางแม่น้ำโขง บริเวณพรมแดน เมียนมา-ลาว

เหมืองแร่ เมืองเชียงขวาง สปป.ลาว ขยายตัวมากขึ้นจากลงทุนจากกลุ่มทุนจีนและเวียดนาม

เหมืองแร่ เมืองเชียงขวาง สปป.ลาว ขยายตัวมากขึ้นจากลงทุนจากกลุ่มทุนจีนและเวียดนาม

อีกสิ่งหนึ่งที่ไทยพีบีเอสพบ คือ การทำเหมืองแร่จำนวนมากบริเวณกลางแม่น้ำโขงตลอดเส้นทางตั้งแต่ไทย เมียนมา และลาว ไปจนถึงบริเวณใกล้พรมแดนจีน สะท้อนให้เห็นว่าไม่ได้มีเพียงแม่น้ำกกเท่านั้นที่กำลังเผชิญชะตากรรม แต่พื้นที่แม่น้ำโขงเองก็กำลังเผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกัน

ส่วนแม่น้ำโขงตอนกลาง ทั้งใน จ.เชียงรายและภาคอีสาน มีรายงานการตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงและลำน้ำสาขาในประเทศลาวก็เผชิญปัญหาสารพิษจากกิจกรรมเหมืองแร่เช่นเดียวกัน

ไทยพีบีเอสได้สำรวจพื้นที่เหมืองแร่ในลาว พบว่ามีเหมืองแร่กระจายอยู่ในหลายแขวง โดยเฉพาะแขวงเชียงขวาง ซึ่งมีทั้งเหมืองแร่หายากและเหมืองทองคำกระจายอยู่ทั่วลุ่มน้ำเงี๊ยบ โดยน้ำจากลุ่มน้ำดังกล่าวไหลลงสู่แม่น้ำโขง

อ่านเพิ่มเติม:

• เจาะเหมืองแร่ในลาว “มหันตภัยข้ามพรมแดน” หวั่นกระทบลุ่มแม่น้ำโขง www.thaipbs.or.th/news/content/358068

• สารพิษโผล่กลางแม่น้ำโขงซ้ำ พบเหมืองรัฐฉาน–เรือขุดกลางน้ำต้องสงสัยต้นตอ www.thaipbs.or.th/news/content/502491

บทเรียนแม่น้ำกก สู่หายนะแม่น้ำโขง

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคเปิดเผยรายงานผลการตรวจปัสสาวะของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน ซึ่งไหลผ่าน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เลย หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยง กำหนดขอบเขตผู้ได้รับผลกระทบ และวางแผนเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชน

ผลการตรวจสารหนูในปัสสาวะของประชาชนระหว่างปี 2568-2569 พบว่า ในปี 2569 มีประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองรวม 10,711 คน และเก็บตัวอย่างปัสสาวะ 1,269 คน ในจำนวนนี้พบผู้มีระดับสารหนูรวมเกินค่าอ้างอิง 94 คน

อ่านเพิ่มเติม: กรมควบคุมโรค เผยพบสารหนูเกินค่า 94 คนภาคเหนือ-อีสาน จากปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน www.thaipbs.or.th/news/content/572085

อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลผลกระทบด้านสุขภาพ ยังไม่รวมผลการตรวจข้าวและพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งอาจสะท้อนความเสี่ยงของการปนเปื้อนสารพิษในห่วงโซ่อาหาร

ขณะเดียวกัน การประปาส่วนภูมิภาคเชียงรายยังต้องหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่เปลี่ยนจากแม่น้ำกกที่กำลังเผชิญปัญหาการปนเปื้อนสารพิษ โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท

จากสารพิษแม่น้ำกก สู่หายนะลุ่มน้ำโขง บทเรียน (ใคร) แก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน

จากสารพิษแม่น้ำกก สู่หายนะลุ่มน้ำโขง บทเรียน (ใคร) แก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน

ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกและลุ่มน้ำโขง รวมถึงลำน้ำสาขาต่าง ๆ กำลังสะท้อนให้เห็นว่า หากการแก้ไขปัญหายังคงดำเนินไปในลักษณะเดิม ประชาชนไม่ได้มีเพียงคนในลุ่มน้ำกกเท่านั้นที่ต้องเผชิญความเสี่ยง แต่ยังรวมถึงประชาชนในลุ่มน้ำโขงและแม่น้ำสาละวินด้วย

หากไม่สามารถหยุดยั้งต้นตอของปัญหาและจัดการมลพิษข้ามพรมแดนได้อย่างจริงจัง วันหนึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำเหล่านี้อาจต้องเผชิญกับผลกระทบจากสารพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากเหมืองแร่โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

นี่คือบทเรียนจากแม่น้ำกกที่กำลังขยายวงไปสู่ลุ่มน้ำโขง และเป็นคำถามสำคัญว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อหายนะที่กำลังเกิดขึ้นกับแม่น้ำและชีวิตของผู้คนทั้งลุ่มน้ำ

รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ศูนย์ข่าวไทยพีบีเอสภาคเหนือ