เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก

ภูมิภาค
16:52
จำนวนผู้ชม 4,457
เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก
Botnoi Voice
งานวิจัยพบสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกกมาจากเหมืองแรร์เอิร์ธ พบปลาป่วยสัมพันธ์กับสารพิษในแม่น้ำ บ่อน้ำตื้น ปลา พืช ยังบริโภคได้ แต่เฝ้าระวังระยาว เฝ้าระวังกลุ่มเด็ก หญิงตั้งครรภ์

รัฐบาล-สกสว.ใช้ข้อมูล AI แจ้งเตือนสารพิษ-น้ำท่วมแม่น้ำกก

วันนี้ (7 ก.ค.2568) ที่จังหวัดเชียงราย มีประชุมร่วมการแก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก โดยมี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานที่ประชุม และมีนักวิชาการจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยงานวิจัยผลการผลการเก็บตัวอย่างในแม่น้ำกก

รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ หน่วยภารกิจระบบฐานข้อมูลและดิจิทัล สกสว. เปิดเผยถึงที่มาโครงการว่า เป็นงานวิจัยภัยพิบัติเร่งด่วน การปนเปื้อนสารพิษภัยพิบัติฉุกเฉิน กรณีศึกษา “นิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

ภาพประกอบข่าว เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก

และการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น จากการปนเปื้อนโลหะและกึ่งโลหะในแม่น้ำกก จ.เชียงราย” โดยมีมหาวิทยาลัย 4 แห่งร่วมวิจัย เป้าหมายหมายคือการใช้ข้อมูลนำระบบ AI สื่อสารกับประชาชน ซึ่งประชาชนถามตอบได้ ด้วยระบบ AI มีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบ เรียกว่า Citizen Science

ภาพประกอบข่าว เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก

วัตถุประสงค์โครงการ เบื้องต้นเสนอให้สังคมได้รับรู้ก่อนคือ เรื่องนิติวิทยาศาสตร์ สารพิษปนเปื้อนแม่น้ำกกจากเมียนมาคืออะไร และประเมินความรุนแรงปัญหาปัจจุบัน จากการเก็บตัวอย่างน้ำ พืช ปลา ในพื้นที่ต้นน้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กลางน้ำกก อ.เมือง จ.เชียงราย และปลายน้ำกก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย รวม 15 จุด และนำตัวอย่างวิเคราะห์

ภาพประกอบข่าว เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก
การวิจัยด้วยเทคนิคนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมชี้ชัดว่า การปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักในแม่น้ำกกมาจากแร่หายาก (Rare Earth) ในประเทศเมียนมา 69.7 เปอร์เซ็นต์ และเหมืองทองคำ 30.3 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการเจือจางตามธรรมชาติระยะทาง

ผลการวิจัยพบ : สารหนูน่าจะมาจากการทำเหมืองแร่หายาก มากกว่าเหมืองทองคำ

รศ.ดร.ธนพล กล่าวว่า เมื่อนำตัวอย่างวิเคราะห์ลายนิ้วมือมาจากเหมืองแร่พบว่า มาจากเหมืองแร่หายาก เช่น แร่ทอเรียม (Thorium) ดิสโพรเซียม Dysprosium ยูเรเนียม (Uranium) ส่วนมากจากเหมืองทอง เช่น ตะกั่ว (Lead) ทองแดง (copper)

ภาพประกอบข่าว เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก
การปนเปื้อนสารหนูสัมพันธ์กับตัวชี้วัดการทำเหมืองแร่ หายากมีประมาณ 69.7 % ในขณะที่สัมพันธ์การทำเหมืองทองมีส่วนร่วม 30.3 %

เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลน้ำทิ้งจากเหมืองแร่หายาก ในเมียนมา 2 พื้นที่ พบว่า ลักษณะองค์ประกอบทางเคมี (โลหะและกึ่งโลหะ) ของน้ำปนเปื้อนในแม่น้ำกก มีความคล้ายกับองค์ประกอบทางเคมีของน้ำทิ้งจากเหมืองแร่หายากประมาณ 68.5 % โดยแม้การปนเปื้อนในแม่น้ำกกเจือจางกว่า แต่ยังมีสัดส่วนสารปนเปื้อนคล้ายกัน บ่งชี้ถึงการเจือจางตามธรรมชาติ จากการเคลื่อนที่ในระยะไกลในแหล่งน้ำผิวดิน

ภาพประกอบข่าว เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก

ดร.ธนพล กล่าวอีกว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังปลอดภัย แต่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการใช้น้ำใต้ดินระดับตื้น การบริโภคพืชผัก และปลา แต่ความเสี่ยงอาจจะเกินระดับที่ยอมรับได้ในอนาคต หากไม่ดำเนินการหยุดการปลอดปล่อยจากแหล่งกำเนิด ซึ่งพบสัญญาณเตือนจากปลาป่วยผิดปกติจากการปนเปื้อนโลหะและกึ่งโลหะในแม่น้ำ ทำให้ปลาอ่อนแอและติดเชื้อง่าย เป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ

ภาพประกอบข่าว เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก

ปลาและพืช ยังบริโภคได้หรือไม่ ?

รศ.ดร.ธนพล กล่าวถึงผลการที่พืชผักยังไม่ปนเปื้อนสูง จนทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพเกินระดับที่ยอมรับได้ใน ขณะนี้เป็นเพราะการปนเปื้อนในแม่น้ำกกเพิ่งเริ่มต้น โลหะหนักต้องใช้เวลาการสะสมในดิน จากการรดน้ำปนเปื้อนเพื่อการเกษตร หรือจากน้ำไหลท่วมล้นตลิ่งจนดินปนเปื้อนสูง ถึงจะถ่ายเทสู่พืช โดยเฉพาะส่วนที่กินได้

ทั้งนี้หากการปนเปื้อนในน้ำยังคงดำเนินต่อไป การสะสมของโลหะและกึ่งโลหะพิษในดินและเนื้อเยื่อพืช อาจเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยของพืชอาหารได้ในอนาคต

ส่วนผลตรวจปลา รศ.ดร.ธนพล ระบุว่า เนื้อปลาจะยังถือว่าปลอดภัยตามมาตรฐานทั่วไป แต่ควรมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และพิจารณาข้อแนะนำพิเศษสำหรับกลุ่มเสี่ยง เพราะความเข้มข้นของโลหะและกึ่งโลหะในเนื้อปลานั้น ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ในบางกรณีเกินในลำไส้

ซึ่งผลจากงานวิจัยด้านพัฒนาการของเด็กที่แสดงให้เห็นว่า ค่าปรอทที่จะไม่ส่ง ผลกระทบต่อความฉลาดทางปัญญา (IQ) ของเด็กทารกและเด็กเล็ก คือ 0.3 มก./กก. ซึ่งค่าปรอทสูงสุดที่พบในเนื้อปลาจากการศึกษานี้ (0.25 มก./กก.) อยู่ใกล้เคียงกับเกณฑ์นี้อย่างมาก

ภาพประกอบข่าว เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก
การที่ค่าปรอทในเนื้อปลาบางตัวอย่างเข้าใกล้ระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ โดยเฉพาะสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กที่มีความไวต่อผลกระทบของปรอทมากกว่าผู้ใหญ่

ดร.ณัฐวุฒิ เจริญผล สาขาพยาธิวิทยากายวิภาค ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ระบุถึง “ปลาแค้ป่วย” มีสัมพันธ์กับสารพิษที่พบจากการเจาะเลือดพบปริมาณเม็ดเลือดขาวสูงมาก โดยเฉพาะแบบเรื้อรังและเกิดขึ้นมาสักระยะ นอกจากนี้ยังพบเม็ดเลือดแดงผิดปกติหลายอย่าง ส่วนรายละเอียดในเซลล์ปลา ไมโครนิวเคลียส อาจเกิดสารพิษโลหะหนักมากระตุ้นให้เกิดพิษจากพันธุกรรม

ตัวชี้วัดทางชีวภาพ (ปลาแค้) เตือนว่า เกิดความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ แหล่งน้ำผิวดิน ควรต้องเร่งป้องกันแก้ไขปัญหา

ปลาทั้งหมด 43 ตัวอย่าง (จากปลา 22 ตัว) พบปลาที่มีรอยโรคผิดปกติ 3 ตัวอย่าง (จาก 2 ตัวปลา) ซึ่งคิดเป็นอัตราการป่วย 9.1 % จากตัวอย่างที่คณะวิจัยได้มา

ภาพประกอบข่าว เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก

รศ.ดร.ธนพล เสนอแนวทางแก้ปัญหานอกจากการเจรหยุดแหล่งกำเนิด ในประเทศอาจต้องพัฒนาแบบจำลองคอมพิวเตอร์และประเมินสถานการณ์ “ระบบวิทยาศาสตร์พลเมืองเสริมปัญญาประดิษฐ์” มีแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบเปิดให้ประชาชนรายงานการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม ระบบ AI แปลผลทางวิทยาศาสตร์ให้ความรู้ เข้าใจง่ายแก่ประชาชน เพื่อระบบเตือนภัยล่วงหน้าจากทั้งสารพิษและน้ำท่วม โดยใช้กลไกการสังเกตของประชาชน การมีส่วนร่วมของชุมชน เน้นกลไกการทำงานร่วมกันภาครัฐ ภาคประชาคมวิจัย และประชาสังคม

ด้าน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า หลังวันนี้ได้รับฟังผลการวิเคราะห์โดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องการปนเปื้อนเป็นที่น่าพอใจ ได้สั่งการให้จังหวัดเชียงรายและคณะ ร่วมทำงานร่วมกับ สกสว. ซึ่งผลการตรวจแม่น้ำกกที่ได้รับมีความสอดคล้องกับหน่วยงานภาครัฐที่ทำก่อนหน้านี้ เช่น กรมควบคุมมลพิษ กรมการเกษตร โดยข้อมูลค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน

ภาพประกอบข่าว เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก

ข้อมูลที่ได้วันนี้โดยเฉพาะระบบการใช้ AI เซ็นเซอร์ จะทำให้ระบบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐมีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารการวัดสารปนเปื้อนในน้ำ มีระดับที่จะสามารถเตือนได้แบบทันทีซึ่งเป็นการนำวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นตัวช่วย

การเก็บตัวอย่างของภาครัฐค่อนข้างที่จะมีความครบถ้วน แต่ยอมรับมีปัญหาเรื่องการสื่อสารให้กับประชาชนสิ่งที่ สกสว. เพิ่มเข้ามาคือความรวดเร็ว เดิมอาจใช้วิธีถามและมาตอบ แต่ถ้าระบบ AI สำเร็จ ประชาชนจะสามารถรับทราบข้อมูลอย่างทันที และครอบคลุม ไปถึงการแจ้งเตือนเรื่องดินถล่มด้วย

ส่วนความคืบหน้าการเจรจากับทางการเมียนมาแก้ปัญหาที่ผ่านมา รัฐบาลนำเรื่องปัญหาสารพิษข้ามพรมแดนมาพูดคุยในทุกเวที และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างที่กระทรวงการต่างประเทศติดตามสอบถามอยู่

รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

อ่านข่าว : "พิชัย" เผยไทยยื่นข้อเสนอเพิ่มให้สหรัฐฯ พิจารณาแล้ว

​​ผ่อนผัน​ "แรงงานต่างด้าว" ใบอนุญาตหมดอายุ อยู่ไทยได้จนกว่าเปิดด่านปกติ

"หมอตุลย์" ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. ค้านเลื่อนขั้น 2 นายตำรวจโยงชั้น 14