"กฎเหล็ก" ใหม่ "ปธ.โสภณ" ตรวจสอบอำนาจรัฐ "ของยาก"

การเมือง
15:08
จำนวนผู้ชม 74
Thai PBS
"กฎเหล็ก" ใหม่ "ปธ.โสภณ" ตรวจสอบอำนาจรัฐ "ของยาก"
ผู้ช่วย AI

นับจากนี้ไป กลไกในการตรวจสอบรัฐ โดยฝ่ายค้านจะยากมากขึ้น จากเดิมมีตั้งกระทู้ถาม แต่มีข่าวรัฐมนตรีหรือนายกฯ ไม่ค่อยไปตอบ หรือมอบหมายคนอื่นไปตอบ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 1 ปีหนึ่งจะทำได้เพียงครั้งเดียว

จึงเหลือการทำหน้าที่ของกรรมาธิการ ในสภาผู้แทนฯ ที่สามารถทำหน้าที่และตรวจสอบได้ตลอด ต่อไปจะยากขึ้น

เพราะจะเจอกับกฎเหล็ก สำหรับการแปลงกฎกติกาและข้อบังคับการประชุมสภาฯ โดยประธานสภาผู้แทนฯ นายโสภณ ซารัมย์ ที่ฝ่ายค้านระบุว่า เป็นการตัดแขนตัดขา ฮุบอำนาจการตอบสอบของฝ่ายค้าน

แม้แต่คำร้องสำคัญ ๆ ที่อาจเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงาน จะเหลือเพียง กมธ.ชุดเดียวตรวจสอบ ด้วยเหตุผลเพื่อลดการทำหน้าที่ซ้ำซ้อน และลดการลุใช้อำนาจของประธาน กมธ. ทั้งที่คำร้องบางเรื่อง มีหลายมติ ควรต้องให้ตรวจสอบหลาย กมธ.ได้ เพื่อให้รอบคอบเป็นธรรม เพราะต่อไปประธานสภาฯจะเป็นคนตัดสินชี้ขาด ส่วนประธาน กมธ.ถูกริบอำนาจ และต่อไป ต้องใช้มติไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของที่ประชุม กมธ.ก่อน

แม้แต่กรณีเรียกเอกสารหรือบุคคลภายนอกที่ถูก ปธ.กมธ.เรียกมา ต้องให้ที่ประชุมกมธ.มีมติก่อน ด้วยเหตุผลจากวงใน เกรงจะมีข้อมูลหรือหลักฐานที่จะมัดตัวผู้ถูกร้องได้ จึงต้องการให้ถูกตีตกไป ตั้งแต่แรก

อีกประการ อาจได้บทเรียนมาจากกรรมาธิการ ที่จับมือร่วมกันเองตรวจสอบ เช่น กมธ.กฎหมาย ที่นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน กมธ. เคยประชุมร่วมกับ กมธ.ติดตามการใช้งบประมาณ ที่มี น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ "สส.ไอซ์" เป็นประธาน กรณีโครงการไทยเอไอพาสปอร์ต ท่ามกลางการประท้วงของ สส.ฝ่ายรัฐบาล จนมีการวอล์กเอ้าต์

เป็นที่มาของกติกาใหม่ ให้ กมธ.คณะเดียวพิจารณา โดยการชี้ขาดของประธานสภาผู้แทนฯ

ทั้งที่ช่วงที่ผ่าน ๆ มา การทำหน้าที่ของ สส.และกรรมาธิการ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ และใน กมธ.ต่างก็ทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายมาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีอะไรเป็นประเด็นหรือขัดแย้ง กระทั่งต้องกำหนดวางกฎเหล็กกันใหม่

ขัดแย้งถึงขั้นขั้น กรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม ที่มีนายรังสิมันต์ เป็นประธาน กมธ. ประกาศ "แข็งเมือง" มีมติเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 ไม่รับแนวทางการจัดระเบียบใหม่ของนายโสภณ อ้างเอกสารไม่มีตราประทับ ไม่มีลายเซ็นประธานสภาฯ ไม่มีการอ้างอิงฐานอำนาจทางกฎหมาย

ทั้งยังมีมติให้เชิญ นายโสภณ เป็นคนเข้าให้ข้อมูลและชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2569

เล่นบท "ลูกวัวไม่กลัวเสือ" ตามสุภาษิตจีน

ทั้งแกนนำตัวตึงอย่างนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.ที่ซัดแรงผ่านโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก

"ประธานสภาไม่ใช่หัวหน้า สส. และ ประธาน กมธ.ไม่ใช่ลูกน้องประธานสภา"

ทั้งแนะนำให้นายศุภชัย ใจสมุทร ซึ่งเป็นรองประธาน กมธ.กฎหมาย ให้กลับไปดูข้อกฎหมาย และยกข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 9 ที่กำหนดให้ประธานสภาฯ มีอำนาจกำกับดูแลกิจการของสภา และต้องวางตนเป็นกลาง ไม่ใช่เป็นผู้บังคับบัญชาของ สส.หรือเป็นหัวหน้าประธาน กมธ.

ทำเอานายศุภชัยต้องตอบโต้กลับ ระบุมติ 8 ต่อ 0 เป็นเสียงจากฝ่ายค้านเกือบทั้งหมด และกล่าวหานายรังสิมันต์ว่า เหิมเกริม บังอาจเชิญ "นายโสภณ" เข้าชี้แจงต่อ กมธ.เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะเป็นถึงประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ และเรียกร้องให้นายรังสิมันต์ ขอโทษนายโสภณ

ไม่เพียงแค่นี้ ยังเรื่องขยับเดินหน้าจัดระเบียบสภาเพิ่มเติมจากพรรคภูมิใจไทย เรื่องแก้ข้อบังคับสภาเพิ่มเติม และเน้นไปที่การใช้เสียงข้างมากเป็นหลัก

ตั้งแต่ตำแหน่งประธาน กมธ.ต้องมาจากเสียงโหวตลงคะแนนลับ ผู้ที่ได้เสียงสนับสนุนมากที่สุด จะได้เป็นประธาน เปลี่ยนจากปัจจุบันที่ประธาน กมธ.จะใช้วิธีจัดสรรตามจำนวน สส.ของพรรค

ส่วนการเรียกเอกสารหรือบุคคลชี้แจงต่อ กมธ.นอกจากต้องมีมติไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของที่ประชุม กมธ.แล้ว กรณีผู้ถูกเรียกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ประธาน กมธ.ต้องแจ้งต่อนายกฯ และรัฐมนตรีที่เป็นผู้ดูแลหน่วยงาน และให้เป็นหน้าที่ของนายกฯ หรือรัฐมนตรีดังกล่าว จะสั่งการเรื่องเข้าชี้แจงตามที่ กมธ.เรียกหรือไม่

ยังไม่นับกรณีถ่ายทอดสดการประชุม กมธ. ที่ปัจจุบันส่วนใหญ่ทำอยู่ เพื่อเปิดช่องทางให้ประชาชนที่สนใจได้ติดตาม แต่ต่อไปต้องมีมติเกินกว่ากึ่งหนึ่งของ กมธ.ทั้งหมดที่มีอยู่ จึงจะทำได้

ขณะที่การประชุมสภาผู้แทนฯ ฝ่ายบริหาร นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สามารถเสนอให้ประชุมลับ โดยห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าในห้องประชุม

ยังไม่รวมอีกหลายประเด็นที่อยู่ในร่างแก้ไขข้อบังคับประชุมสภาฯ โดยมีข่าวว่าจะเข้าสู่วาระการประชุมสภาฯ วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้

ส่อเค้าชัดเจนว่า การทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้าน ต่อไปจะยากขึ้น อย่างที่ไม่เคยมีใครคาดคิด

อ่านข่าว :

กมธ.กฎหมายฯ เรียก "โสภณ" เข้าชี้แจง ปมกำหนดแนวทางการทำงาน กมธ.

กมธ.กฎหมายปะทะคารม "สส.ภูมิใจไทย" ซัด "รังสิมันต์" รวบอำนาจ

ปธ.สภาฯ วางกรอบ กมธ. 35 คณะ - ห้าม ปธ.กมธ.ใช้อำนาจฝ่ายเดียวบรรจุวาระ