เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดมหาสารคาม อ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์รวมใจสามัคคีจำนวน 11 คน ฐานความผิด ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยตัดสินจำคุกคนละ 2 ปี ก่อนจะพิจารณาลดโทษเป็นจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือนเนื่องจาก "จำเลยให้การนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา"
ทนายจำเลย ระบุว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์รวมใจสามัคคี ถูกยุบเลิกตามมติของสมาชิก และมติที่ประชุมใหญ่ฯ จากนั้นนายทะเบียนออกคำสั่งให้เลิกสมาคมในปี 2567 มีการชำระบัญชี จนแล้วเสร็จ ก่อนที่ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการสมาคมจะถูกฟ้องฐานฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากในการดำเนินการของสมาคมฯ มีการประกาศว่า หากผู้ใดสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกเมื่อเสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินค่าทำศพสูงถึง 600,000 บาท แต่สมาคมฯไม่สามารถจ่ายเงิน 600,000 บาทได้ครบทุกราย ทนายจำเลยพยายามต่อสู้ว่า ไม่มีเจตนาฉ้อโกง แต่เป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง ทั้งนี้การตัดสินจำคุกเป็นคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยได้รับการประกันตัว เพื่อต่อสู้คดี
ด้านผู้เสียหายที่ไม่ได้รับค่าทำศพครบ 600,000 บาท และเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ ระบุว่า ได้รับความเป็นธรรมแล้ว เนื่องจากเชื่อว่าพฤติกรรมของการตั้งสมาคมฯ ที่มีการประกาศเชิญชวน ให้หลงเชื่อว่าถ้าสมัครเป็นสมาชิกแล้วเสียชีวิตก็จะได้เงิน 600,000 บาท โดยผู้รับผลประโยชน์ไม่ต้องผูกพันทางสายเลือด หรือเป็นใครก็ได้ อาจเป็นการหลอกลวงโดยใช้ค่าทำศพจำนวนมาก มาทำให้คนหลงเชื่อและเข้าสมัครเป็นสมาชิกหลายพันคน ทำให้สมาคมฯได้รับเงินจำนวนมากมาบริหารจัดการ
อ่านข่าว :
เดินหน้าชำระบัญชี หลัง สมาคม-กองทุนฌาปนกิจฯ “วาปีปทุม” ยุบเลิก
ผวจ.อุดรธานีสั่งสอบสมาคมฌาปนกิจ 20 อำเภอ หลังพบเสียหาย 4.6 พันล้าน
จี้ปฏิรูประบบฌาปนกิจท้องถิ่น หลังสมาคมฯ ขาดสภาพคล่องเสียหาย 4.6 พันล้าน
ภาคประชาชนยื่น กมธ.การกฎหมายฯ แก้ พ.ร.บ.ฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ
เครือข่ายประชาชน 8 จังหวัด ร้องนายกฯ เร่งแก้ปัญหา "เงินฌาปนกิจ"
"เงินฌาปนกิจสงเคราะห์" ความหวังสุดท้ายหรือกับดักความเสี่ยงของผู้สูงวัย ?
