วันนี้ (31 มี.ค.2569) สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือของไทย ยังคงอยู่ในระดับน่ากังวล โดยหลายจังหวัดตรวจวัดค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับที่ คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) ถึง มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง)"
สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) รายงาน เรื่อง คุณภาพอากาศเกินมาตรฐานบริเวณภาคเหนือตอนบน ฉบับที่ 5 ในพื้นที่จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน ฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 07.00 น. มีค่าระหว่าง 66.9 - 330.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยพบค่าฝุ่นระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) มีลำดับดังนี้
1. ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 330.2 มคก./ลบ.ม.
2. ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 306.8 มคก./ลบ.ม.
3.ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 198.4 มคก./ลบ.ม.
4.ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 181.3 มคก./ลบ.ม.
5.ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 157.7 มคก./ลบ.ม.
6.ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 130.2 มคก./ลบ.ม.
7.ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 123.8 มคก./ลบ.ม.
8.ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 120.4 มคก./ลบ.ม.
9.ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 115.6 มคก./ลบ.ม.
10.ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 104.6 มคก./ลบ.ม.
11. ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 93.8 มคก./ลบ.ม.
12.ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 78.1 มคก./ลบ.ม.
หลายพื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องหลายวัน
โดยที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2569 จนถึงปัจจุบัน ขณะที่ พื้นที่ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2569 จนถึงปัจจุบัน
พื้นที่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน และ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2569 จนถึงปัจจุบัน ขณะที่พื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.2569 จนถึงปัจจุบัน
แนะประชาชนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังสุขภาพ โดยงดกิจกรรมกลางแจ้ง แต่หากจำเป็นควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบากระคายเคืองตา
โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก และคนชรา หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ และควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิด งดใช้รถยนต์ที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐาน เพื่อลดการเกิดฝุ่นควันสะสมในอากาศอันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย
"ฝุ่นจิ๋ว แต่ภัยไม่จิ๋ว" แพทย์เตือนผลกระทบต่อสุขภาพ
โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ เตือนประชาชนเฝ้าระวัง "ฝุ่น PM2.5" ภัยเงียบใกล้ตัวที่สามารถพบได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร จากแหล่งกำเนิด เช่น การเผาไหม้ทางการเกษตร ควันจากเครื่องยนต์ และกิจกรรมในครัวเรือน
แม้ฝุ่น PM2.5 มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายและก่อผลกระทบต่อสุขภาพได้ในระยะยาว ทั้งระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง ดวงตา รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง จากข้อมูลคลินิกมลพิษออนไลน์ พบ ผู้มีอาการทางระบบทางเดินหายใจและดวงตาสูงถึง ร้อยละ 30 รองลงมาคือ ระบบหู คอ จมูก ร้อยละ 15 และ ผิวหนัง รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด ร้อยละ 8
สำหรับอาการที่พบบ่อย ได้แก่ ไอ ระคายคอ แสบตา ผื่นคัน ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการลดการสัมผัสฝุ่น สวมหน้ากากป้องกัน หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นอาการ ดื่มน้ำอุ่น และพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝุ่น PM 2.5 มีปริมาณสูง
แนะวิธีบรรเทาอาการจากฝุ่น PM 2.5
1.ระบบทางเดินหายใจ : หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นในบ้านและเมื่อออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น เลี่ยงอาหารรสจัด ของทอดของมัน และดื่มน้ำอุ่น น้ำขิงหรือน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง อาจทานผลไม้รสเปรี้ยว มะนาว มะขามป้อม สมุนไพรที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการไอ เช่น เหง้าขิง ดีปลี สัปปะรด บ๊วย มะแว้งเครือ ยาอมแก้ไอ ยาอมมะแว้ง กลั้วคอด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือเพื่อเพิ่มความชุ่มคอ และนอนหลับให้เพียงพอ
2. ระบบทางผิวหนัง : การบรรเทาอาการทางผิวหนัง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่น ถ้าต้องออกไปบริเวณที่มีฝุ่นมลพิษ ควรใส่เสื้อผ้าแขนยาวขายาวปกคลุมร่างกาย เมื่อกลับมาจากข้างนอกควรใช้สบู่อ่อน ๆ ในการทำความสะอาดร่างกาย ทาครีมบำรุงให้ผิวชุ่มชื่น ไม่ควรแกะ เกา ผิวหนัง ถ้ามีผื่นคัน แนะนำให้ทานยาแก้แพ้และทายาสเตียรอยด์ภายใต้การดูแลของแพทย์
3. ระบบทางตา การบรรเทาอาการทางตา ควรใส่แว่นกันแดด กันฝุ่น และกันลมเมื่อออกจากบ้าน ถ้ามีเศษฝุ่นเข้าตา ไม่ควรขยี้ตา และหยอดน้ำตาเทียมหรือน้ำยาล้างตา หรืออาจล้างตาโดยใช้น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด
นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เปิดเผยว่า โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ในฐานะสถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม เปิดให้บริการ คลินิกมลพิษทั้งแบบ on-site และออนไลน์ ให้บริการประชาชน ถ้าเป็นกลุ่มที่มีอาการมาก ยังสามารถพบแพทย์ โดยผ่านการปรึกษาแพทย์ทางไกล ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำปรึกษา โดยจะมีการสั่งยาเพื่อรักษา และส่งยาทางไปรษณีย์ให้ผู้ป่วยรอรับยาที่บ้าน
นอกจากนี้ถ้าจำเป็นต้องพบแพทย์ ก็จะมีการนัดหมายให้พบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านได้อีกด้วยในคลินิกมลพิษออนไลน์ยังมีคลิปวิดีโอและข้อมูลความรู้ให้อ่านเพิ่มเติมเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่กับฝุ่น PM2.5 ได้อย่างปลอดภัยที่สุด
ผู้สนใจสามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ https://pollutionclinic.nopparat.go.th หรือ หรือเพิ่มเพื่อนในไลน์ ได้อีกด้วย
โปรดเกล้าฯ "คณะรัฐมนตรีอนุทิน 2"
เตือน "แมงกะพรุนไฟ" กระจายตัวหนาแน่นที่เกาะแอว ภูเก็ต
“ทรัมป์” มีแนวคิดผลักภาระค่าสู้รบกับ “อิหร่าน” ให้ประเทศอาหรับรับผิดชอบ
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
