วันนี้ (31 มี.ค.2569) ความคืบหน้ากรณีผู้เสียหายร้องเรียนถูกกลุ่มชายแต่งกายคล้ายตำรวจอุ้มไปเรียกทรัพย์ หลังจากผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2569 เพื่อชี้ภาพยืนยันตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นายที่ถูกกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องในคดีรีดทรัพย์
ผู้เสียหายให้การว่า วันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ มีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจ ขับรถยนต์และรถตู้ติดสัญลักษณ์ตำรวจ เข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านย่าน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ก่อนจะขอตรวจค้นภายในบ้าน โดยไม่ได้แสดงเอกสารหมายค้น
หลังตรวจสอบ ยึดโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย 2 เครื่อง พร้อมสมุดบันทึกรายชื่อลูกค้า ผู้ยืมเงินกว่า 13 รายการ อ้างว่าผู้เสียหายปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย จากนั้นควบคุมตัวผู้เสียหายและสามีขึ้นรถพาไปโรงพัก ระหว่างทางถูกข่มขู่ให้จ่ายเงิน เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินดคี
ขณะที่การสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจทั้ง 8 นายสังกัดชุดปฏิบัติการพิเศษ ให้การอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ และขอหมายค้นจากศาลจังหวัดปทุมธานีก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมติดตามคดี พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งในส่วนคดีอาญาและทางวินัย และล่าสุดย้ายตำรวจทั้ง 8 นายที่ถูกกล่าวหาไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
รองจเรตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผบ.ตร. สั่งการให้ดำเนินการตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอย่างเคร่งครัด ขณะนี้มีทั้งพยานบุคคลและพยานอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้เกี่ยวข้อง และมีน้ำหนักเพียงพอในระดับหนึ่งสำหรับการดำเนินคดี
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าการกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดหลายฐาน อาทิ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 148 และ 149 เกี่ยวกับการใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์ รวมถึงความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ และความผิดเกี่ยวกับการหน่วงเหนี่ยวกักขัง อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการสอบสวนอย่างละเอียด หากพบพยานหลักฐานชัดเจน จะแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายทันที
ด้าน พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า กระบวนการสอบสวนยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งการสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด และการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบการใช้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าใช้รถกระบะของหน่วยสืบสวน ในการเคลื่อนย้ายผู้เสียหาย
ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินการทางวินัย สามารถพิจารณาแยกจากคดีอาญาได้ โดยผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งพักราชการ ให้ออก หรือไล่ออกได้ทันที หากเห็นว่ามีมูลความผิดและอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรมและมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม
อ่านข่าว
ปลัด มท.สั่งด่วน ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดเหนือ ยกระดับมาตรการลดฝุ่น PM2.5 - ไฟไหม้ป่า
ศบก.เผย มีความเสี่ยงเพิ่ม กรณีปิด “ช่องแคบบับเอลมันเดบ” ในทะเลแดง
สั่งย้าย “น.อ.ธรรมนูญ” ผบ.ฉก.นย.ตราด ไป นปท.ทร.
