วันนี้ ( 31 มี.ค.2569 ) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในนามของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยขอแสดงความยินดีกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือ “ครม.อนุทิน 2” ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เข้ามาปฏิบัตหน้าที่ต่อเนื่องสามารถจัดตั้งรัฐบาลและมีคณะรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะปัจจุบันประเทศไทยกำลังถูกรายล้อมด้วยความท้าทายและปัญหามากมาย ทั้งประเด็นภายในและภายนอก ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเราโดยตรง
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ดังนั้น การมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารงานอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้สามารถเดินหน้าและตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่างๆ ได้ ซึ่งทางภาคเอกชนเองมีความเชื่อมั่นว่า คณะรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามานี้ จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การบริหารงานเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งที่ภาคเอกชนอยากเห็น คือ รูปแบบการทำงานของ ครม.เศรษฐกิจ ที่มีการบูรณาการข้ามกระทรวง มีความเป็นเอกภาพสูง ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจบริบทของการแข่งขันในเวทีโลก เพื่อให้รับมือกับความผันผวนได้อย่างทันท่วงที สำหรับการแต่งตั้งที่ปรึกษาหรือคณะทำงานของรัฐมนตรีแต่ละคนก็เชื่อว่าจะสามารถดึงเอาคนเก่งคนดีที่รู้จริงเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ได้
สำหรับสิ่งที่ภาคเอกชนได้เตรียมความพร้อมและอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการนั้น นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว เราอยากให้มีแผนงานที่ชัดเจนและทำได้จริงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
โดยยังต้องมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาระยะกลางและระยะยาวควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น การรับมือภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงาน ในยุค Geo-war รัฐบาลต้องมียุทธศาสตร์การค้าที่แม่นยำ ทั้งกับจีนและสหรัฐฯ เพื่อหาจุดแข็งในการส่งออก ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองเพื่อให้ไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัย สำหรับการลงทุน และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและค่าไฟให้มีเสถียรภาพและแข่งขันได้
การปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อลดต้นทุนประเทศ ทั้งการปฏิรูประบบราชการที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลกันอย่างแท้จริงเพื่อลดภาระของประชาชนและธุรกิจ รวมถึงการยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเข้มข้น เพื่อลดค่าเสียโอกาสมหาศาลของประเทศ โดย เรามีทั้งข้อเสนอ Reinvent Thailand และ คณะทำงาน กกร และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption พร้อมเดินหน้ากับรัฐบาล และการฟื้นฟูรากฐานเศรษฐกิจที่แท้จริง
โดยเฉพาะภาคการเกษตร ที่กำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งหากแก้ได้ จะเป็นการปลดล็อกวัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปของไทยให้เติบโตในระดับโลก นอกจากนี้ รัฐต้องเร่งจัดทำฐานข้อมูล SME ให้ชัดเจน เพื่อให้ออกมาตรการช่วยเหลือได้ตรงจุด พร้อมนำเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล AI และ Sustainability มาช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทย
โดยหอการค้าไทยพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลใหม่ เชื่อมภาคเอกชน และร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อนำพาประเทศไทยผ่านช่วงที่ท้าทายนี้ไปด้วยกัน และหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหารอบด้าน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และร่วมกันแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันไปด้วยกัน
อ่านข่าว:
โปรดเกล้าฯ "คณะรัฐมนตรีอนุทิน 2"
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ครม.ใหม่แล้ว มั่นใจเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไม่สะดุด
ตะวันออกกลางระอุ นักวิชาการมั่นใจไม่กระทบ ผู้แสวงบุญ "พิธีฮัจย์"
