แผนป้องกันน้ำท่วมแม่สายระยาว เตรียมเสนอ ครม.ปี 69

ภูมิภาค
17:45
จำนวนผู้ชม 80
Thai PBS
แผนป้องกันน้ำท่วมแม่สายระยาว เตรียมเสนอ ครม.ปี 69

เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.69) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อติดตามการเฝ้าระวังน้ำท่วม โดยได้ฟังบรรยายแผนและการเตรียมรับสถานการณ์ ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย โดยประเด็นหลักๆ คือแผน

1.ดูความพร้อมระบบป้องกันน้ำท่วมเมืองแม่สายชั่วคราว พนังและระบบเตือนภัย

2.การสนับสนุนรัฐ และวิชาการ เฝ้าระวังระบบน้ำท่วม จาก มทร.ล้านนา(เชียงราย) ม.แม่ฟ้าหลวง และ มรภ.เชียงราย

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงานถึงพนังป้องกันชั่วคราวเป็นการเสริมแนวป้องกัน กรมการทหารช่างให้งบประมาณมา ปี 2568 ทำผนังชีทไพล์ แนวคันป้องกัน ระยะทางประมาณ 3 กม. บริเวณ 3 แนว คือ หัวฝาย-สะพานฯ1 ,สะพาน 1-เกาะทราย,เกาะทราย -ไม้ลุงขน และซ่อมเพิ่มเติมจากแนวเดิม ปี 69 ด้วยงบจาก ทางอำเภอระดมบริจาค และ ท้องถิ่น คือ เทศบาลตำบลเเม่สาย-เวียงพางคำ และแม่สายมิตรภาพ

นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่ารัฐบาลล่าสุดได้อนุมัติงบเพิ่มเติมการเฝ้าระวังน้ำท่วมส่วนนี้แล้ว

นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย ได้รายงานภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบัน และย้ำอาคาร 14 หลัง บริเวณสะพาน 1 เกาะทราย รื้อถอนไม่ได้ เป็นอุปสรรคสำคัญขวางทางน้ำ

อาคารที่เป็นของธนารักษ์ มีอาคาร (สายชล) และผู้ถือครอง 13 ราย ปัญหารื้อไม่ได้ คือ เงินชดเชยรื้ออาคาร และอนุญาตจากอธิบดีกรมธนารักษ์ ระหว่างพิจารณาและขอเอกสารเพิ่มเติม

นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย

นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย

ด้านนายกิตติศักดิ์ ปาลี ผู้อำนวยการสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงราย ได้นำเสนอวิดิทัศน์โครงการแก้ปัญหายังยืน(ระยะยาว) มีรายละเอียดการแก้ปัญหาประกอบด้วย 3 ส่วน

1.การก่อสร้างคันล้อมพื้นที่ป้องกันน้ำท่วม ทิศเหนือก่อสร้างถนนตามแนวแม่น้ำสาย ระยะทาง 3.9 กิโลเมตร ห่างแม่น้ำสาย 60 เมตร ทิศตะวันออก ใช้ถนน ทล123 เป็นแนวป้องกัน 3.9 กิโลเมตร ทิศใต้ใช้แนวถนน 1290 และ 1149 ระยะทาง 5.02 กิโลเมตรเป็นแนวป้องกัน และทิศตะวันตกใช้สันปันน้ำเทือกเขาทางตะวันตก ระยะทาง 4.015 กิโลเมตรเป็นแนวป้อง รวมระยะทาง 17.017 กิโลเมตร

2.ปรับปรุงทางน้ำหลาก ใช้พื้นที่ตามแนวก่อสร้างคันถนนเพิ่มประสิทธิภาพระบายแม่น้ำสาย

3.ก่อสร้างระบบระบายน้ำในคันป้องกันน้ำท่วม

ขณะที่รายละเอียดการก่อสร้างคันและพนังป้องกันน้ำท่วม จะต้องเวนคืน 134แปลง จำนวน 290 ไร่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 819 หลัง งบประมาณในการจัดหาที่ดิน รวมค่าชดเชยรวม 1,800 ล้านบาท และงบประมาณก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วม และปรับปรุงทางน้ำหลาก 700 ล้านบาท งานปรับปรุงระบบทางน้ำหลัก งบประมาณ 100 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 2,600 ล้านบาท

หลังก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีประชาชนได้รับผลประโยชน์ 17,172 ครัวเรือน (32,709 คน) ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 6,000 ล้านบาท

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง คาดว่าจะนำเสนอโครงการฯ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนออนุมัติในหลักการภายในปี 2569 จะดำเนินการจัดหาที่ดินและก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วมให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี รวมทั้งสิ้นใช้เวลา 7 ปี ส่วนงบประมาณไม่ตรงกันบ้างในการนำเสนอแต่ละครั้งเป็นการคาดการณ์ค่าเวนคืน หรือปรองดองที่ดิน แต่งบประมาณก่อสร้างไม่มีเปลี่ยน 600-700 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการชดเชยที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์

การนำเสนอครั้งล่าสุดจะไม่มีเรื่องปรองดองแล้ว คาดการณ์จะใช้งบประมาณ 2,600 ล้าน เป็นการสรุปคณะรัฐมนตรีขอความเห็นชอบต่อไป

ด้านน.ส.จันทร์สม เป็นตาธรรม ธนารักษ์พื้นที่เชียงราย กล่าวว่าหลังน้ำท่วมปี 2567 ได้เข้าตรวจสอบ มีราชพัสดุ 2 แปลงได้รับผลกระทบ คือ แปลงแรก ชร360 มีที่ตั้งด่านศุลกากรแม่สายอยู่ด้วยมีเนื้อที่ 22 ไร่ จัดให้เช่า 200 กว่ารายแบ่งเป็นที่อยู่อาศัย 141 ราย อาคาร 92 ราย และเพื่อประโยชน์อย่างอื่น 2 ราย จากการสำรวจมีผู้ได้รับผลกระทบ 99 ราย แปลงที่สอง ชร1222 มีเนื้อที่ 1 งานกว่า มีการปลูกสร้างอาคารด้วยกระทรวงการคลัง มีผู้เช่าจำนวน 5 ราย

ส่วนการแก้ปัญหาน้ำท่วม รื้ออาคาร 14 หลัง ได้รับหนังสือจากกรมโยธาฯ เมื่อ10 เม.ย.69 ธนารักษ์เชียงรายได้ทำหนังสือสรุปเรื่องรายงานกรมธนารักษ์ เมื่อ 11 เม.ย.69 ซึ่งล่าสุดผู้เชี่ยวชาญฯกรมธนารักษ์ได้ขอเอกสารเพิ่มเติมจากกองบริหารที่ราชพัสดุ ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากรมธนารักษ์อยู่

ส่วนประเด็นสถานที่เสนอรองรับประชาชนที่ต้องอพยพ อำเภอแม่สายได่รายงานความคืบหน้าจุดที่บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯคาดว่าจะเตรียมไว้ 2 จุด คือ โรงงานยาสูบเวียงพาน และแปลงยาสูบใหญ่ ต.โป่งผา ล่าสุดทางโรงงานยาสูบฯ แจ้งว่าเป็นองค์กรนิติบุคคลมีสิทธิ์ทั้งสองแปลงและมีแผนใช้ประโยชน์อยู่แล้ว

ก่อนที่ช่วงบ่าย น.ส.ธีรรัตน์ จะลงพื้นที่บริเวณวัดพรมวิหาร อ.แม่สาย ซึ่งเป็นจุดเตรียมการอพยพหากเกิดเหตุน้ำท่วม และยังลงดูแม่น้ำสาย บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่ง 1 ในแนวพนังแนวป้องกัน และอาคารกีดขวางทางน้ำ พร้อมกับดูระบบเเจ้งเตือนภัยซึ่งสามารถทราบสถานการณ์น้ำหลากได้มากกว่า 6 ชั่วโมงก่อนที่จะไหลลงสู่ อ.แม่สาย