เปิดนิทรรศการ "โบราณดาราศาสตร์" ภูมิปัญญาคนโบราณสร้างศาสนสถาน

ภูมิภาค
09:49
จำนวนผู้ชม 35
Thai PBS
เปิดนิทรรศการ "โบราณดาราศาสตร์"   ภูมิปัญญาคนโบราณสร้างศาสนสถาน

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.69 ที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ NARIT ได้เปิดนิทรรศการโซนใหม่ "โบราณดาราศาสตร์"(Archaeoastronomy) ภายในอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยมีนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี และมีนายศรัณย์ โปษยะจินดา ประธานกรรมการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ และผู้สนใจเข้าร่วมงาน

นายศิวะ กล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างดวงดาวและประวัติศาสตร์ มีความเกี่ยวข้องกันโดยเฉพาะเมืองเชียงใหม่ที่มีอายุ 730 ปี ปัจจุบันกำลังอยู่ขั้นตอนสุดท้ายการขึ้นทะเบียนมรดกโลก คนโบราณใช้ศาสตร์ดวงดาวสร้างเมือง และเชื่อมโยงความเชื่อของเมือง เช่น ประตูช้างเผือกประตูเมืองที่สำคัญที่สุดของเมือง หรือ เจดีย์ วัด ศาสนสถาน ล้วนกำหนดของคนรุ่นก่อนจะมาเป็นเชียงใหม่ปัจจุบัน

ศิวะ  ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

ศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

นายศรัณย์ กล่าวว่า นิทรรศการโบราณดาราศาสตร์ ได้ออกแบบเนื้อหาให้ผู้เข้าชมชวนให้คิดวิเคราะห์ และนำมาสู่การตั้งคำถาม มองเห็นถึงความเชื่อมโยงด้านดาราศาสตร์ และประวัติศาสตร์ โดยมองด้านดาราศาสตร์ในมุมที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับ วิถีชีวิต ประเพณี ความเชื่อ ฯลฯ

ศรัณย์ โปษยะจินดา ประธานกรรมการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์

ศรัณย์ โปษยะจินดา ประธานกรรมการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์

ส่วนห้องจัดแสดงแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ

ส่วนแรก : ประวัติศาสตร์การศึกษาโบราณดาราศาสตร์

นิทรรศการ บอกเล่าถึงที่มาของการศึกษาโบราณดาราศาสตร์ จากงานศึกษาของ รศ.สมัย ยอดอินทร์ และต่อยอด ดร.เชิดศักดิ์ แซ่ลี่ และ อ.อรพิน ริยาพร้าว พร้อมกับนำเสนอ พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ผู้ซึ่งได้รับการยกย่อง "พระบิดาแห่งดาราศาสตร์ไทย"

ห้องที่สอง : นิทรรศการการศึกษาดาราศาสตร์ของโลก

ห้องที่สาม : นิทรรศการวางทิศของโบราณสถานสำคัญในไทย เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย และ สโตนแฮนจ์ ประเทศอังกฤษ

รายละเอียดนิทรรศการ ได้จำลองโบราณสถานจัดแสดงร่วมกับสื่อ Interactive ให้ผู้เข้าชมได้ทดลองสังเกตและเรียนรู้แนวทาง การวางแนวของโบราณว่ามีความสัมพันธ์กับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงดาว หรือปรากฏการณ์บนท้องฟ้าอย่างไร

อ.อรพิน ริยาพร้าว  หัวหน้ากลุ่มวิจัยประวัติศาสตร์และมรดกดาราศาสตร์

อ.อรพิน ริยาพร้าว หัวหน้ากลุ่มวิจัยประวัติศาสตร์และมรดกดาราศาสตร์

อ.อรพิน ริยาพร้าว หัวหน้ากลุ่มวิจัยประวัติศาสตร์และมรดกดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่านิทรรศการที่เกิดขึ้นนำมาจากงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในต่างประเทศ ซึ่งการจัดนิทรรศการผู้วิจัยอยากนำเสนอให้กับคนไทยและผู้สนใจ ได้รู้ถึงภูมิปัญญาชั้นสูงของบรรพชน โดยเฉพาะการสร้างศาสนสถาน รูปแบบนิทรรศการจึงเกิดแนวคิดให้คนทั่วไปสามารถมองเห็น เข้าใจได้ง่ายในผังจำลองที่เชื่อมกับตำแหน่งดวงดาว พระอาทิตย์ และดวงจันทร์ ซึ่งอยู่กับปฏิทิน คนโบราณวางผังอย่างไร โดยศาสนสถานสำคัญในประเทศไทยที่ถูกจำลองนำมาจัดแสดง มี 3 แหล่ง คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย

วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ก่อสร้างใช้ฤกษ์ วิสาขะ หลังพระอาทิตย์ตก ดวงจันทร์จะขึ้นตามดวงวิสาขะของล้านนา อยากให้คนมาชมนิทรรศการ จะเห็นด้วยว่ากลุ่มคนแต่ละชาติพันธุ์ใช้ฤกษ์เดียวกัน อาจจะมองดาวคนละดวง ถ้าเป็นเชียงใหม่ใช้ ดาวขอบด้ง ถ้าเป็นมอญ หริภุณชัย จะใช้ส่วนหัวของดาวแมงป่อง แต่กลุ่มศรีเทพ-รัตนโกสินทร์ จะใช้ดาวคันชั่ง ซึ่งมีหลักฐานภาพฝาพนังและพับสา ใบลาน

อ.อรพิน ยังกล่าวถึงรูปแบบการก่อสร้างเจดีย์ในประเทศไทยที่ผ่านมาได้ศึกษา 140 กว่าแห่ง ปัจจุบันสามารถจัดกลุ่ม เช่น กลุ่มที่มีความเชื่อเกี่ยวกับ เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ จะใช้ฤกษ์ วิสาขะ เพราะเป็นฤกษ์ของพระพุทธเจ้า แต่หากเจดีย์ก่อสร้างบรรจุอัฐิของกษัตริย์ หรือพระอรหันต์องค์อื่นๆจะใช้ดาวดวงแก้ว ซึ่งเชื่อว่าดาวดวงนี้อยู่บนมหาจุฬามณีดวงสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นดาวอ้างอิงวันออกพรรษาด้วย ตัวอย่าง วัดป่าแดงหลวง จ.เชียงใหม่ สถานที่พระราชทานเพลิงศพและบรรจุอัฐิของกษัตริย์

งานโบราณดาราศาสตร์เป็นสหวิชาการ หากมาดูนิทรรศการจะได้ไอเดีย ที่สามารถเข้าใจได้ง่าย หากไปวัดจะเข้าใจว่าคนโบราณทำไมจึงวางผัง วัดกับดวงดาวลักษณะนี้ จะนำไปสู่คำถามและต่อยอดดาราศาสตร์กับประวัติศาสตร์ต่อไป

สำหรับนิทรรศการโซนใหม่ "โบราณดาราศาสตร์" เป็นนิทรรศการถาวร เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.2569 เป็นต้นไป ที่ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา