เสนอเร่งยืนยันตัวตน-ออกบัตรถูกต้อง ป้องกันขบวนการสวมสิทธิ์เด็กนักเรียนรหัส G

ภูมิภาค
13:29
จำนวนผู้ชม 40
Thai PBS
เสนอเร่งยืนยันตัวตน-ออกบัตรถูกต้อง ป้องกันขบวนการสวมสิทธิ์เด็กนักเรียนรหัส G

เด็กนักเรียนนักศึกษาที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือเด็กนักเรียนอักษร G ในเขตเมืองเชียงใหม่ ทยอยเข้าตรวจสอบเอกสารในกิจกรรมห้องทะเบียนเคลื่อนที่ แก้ไขสถานภาพเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ร่วมกับองค์กรภาคเอกชนจัดขึ้น เพื่อกำหนดสถานะบุคคลและจัดทำบัตรประจำตัวให้สอดคล้องตามข้อเท็จจริง และนโยบายการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของนักเรียนกลุ่มแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ ป้องกันการแอบอ้างการมีคุณสมบัติในการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน

กิจกรรมนี้อำเภอเมืองเชียงใหม่ จัดขึ้นตามแนวทางที่สำนักทะเบียนกลางกำหนด โดยให้โรงเรียน สถานศึกษา ตรวจสอบเด็กนักเรียนตามบัญชีรายชื่อว่าเด็กนักเรียนมีตัวตนอยู่หรือไม่ ยังเรียนอยู่ในโรงเรียนหรือไม่ กรณีพบว่าเด็กนักเรียนยังมีตัวตน หากพบว่าเด็กนักเรียนมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแล้ว ให้นำข้อมูลไปใช้แทนเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G แต่กรณีตรวจไม่พบว่าเด็กมีเลข 13 หลัก ให้โรงเรียนสถานศึกษา จัดทำคำร้องตามแบบ ท.ร.31 เพื่อขอจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือจัดทำทะเบียนประวัติบุตรแรงงานต่างด้าว

ส่วนกรณีที่เด็กนักเรียนไม่มีตัวตนอยู่ในโรงเรียน สถานศึกษา เนื่องจากย้ายหรือจบการศึกษา หรือไม่สามารถติดต่อได้ หรือเสียชีวิต ให้โรงเรียนและสถานศึกษารายงานข้อมูลแก่อำเภอเมืองเชียงใหม่ต่อไป

สำหรับเด็กนักเรียนที่เข้าพบเจ้าหน้าที่ มีทั้งที่โรงเรียนพามา และมากับผู้ปกครอง โดยการตรวจสอบเอกสารต่างๆ เป็นไปอย่างเข้มงวด หลังกรมการปกครองมีปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมตัวเด็กนักเรียนอักษร Gในจังหวัดเชียงรายซึ่งมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมให้การสนับสนุน

เจษฎาภรณ์ ดวงกางกอ ครู โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ เปิดเผยว่าพบเด็กนักเรียนรหัส G ของโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา จำนวนเกือบ 200 คน มาดำเนินการจัดทำทะเบียนประวัติ เปลี่ยนจากรหัส G ไปเป็นเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 00 ตามพ่อแม่ ซึ่งเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้เด็กมีตัวตนและสถานะที่มั่นคงขึ้น เด็กเกิดความมั่นใจ กล้าใช้ชีวิตในสังคม ไม่ต้องหวาดกลัวหรือหลบซ่อนเวลาเดินทางออกนอกพื้นที่ แม้กระบวนการตรวจสอบเอกสารในปัจจุบันจะเข้มงวดและมีขั้นตอนมากขึ้น แต่ส่งผลดีต่อเด็กในระยะยาว ทำให้มีเอกสารถูกต้อง และสามารถดำรงชีวิตในประเทศไทยได้อย่างสบายใจ

เจษฎาภรณ์ ดวงกางกอ ครู โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่

เจษฎาภรณ์ ดวงกางกอ ครู โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่

การตรวจสอบมีความเข้มงวดขึ้นมาก เอกสารต่างๆ ก็เยอะขึ้นกว่าเดิม แต่เราก็เข้าใจทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ตรวจสอบให้เป็นอย่างดี และถือเป็นผลดีกับตัวเด็กด้วย ถ้าเอกสารถูกต้อง ต่อไปถ้าเขาดำเนินชีวิตได้โดยไม่ต้องกลัวอะไร

สันติพงษ์ มูลฟอง ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล ระบุว่ากิจกรรมห้องทะเบียนเคลื่อนที่มีเป้าหมายเพื่อเร่งรัดการกำหนดสถานะบุคคลและจัดทำบัตรประจำตัวให้นักเรียนรหัส G ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติจะได้รับบัตรสีขาว หรือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ขึ้นต้นด้วยเลข 0 และกลุ่มบุตรหลานแรงงานต่างด้าว ที่มีพ่อแม่ขึ้นทะเบียนแรงงานไว้ จะได้รับบัตรสีชมพู บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ที่ออกให้แก่แรงงานต่างด้าว ขึ้นต้นด้วยเลข 00

สันติพงษ์ มูลฟอง ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล

สันติพงษ์ มูลฟอง ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล

โดยสิ่งที่น่ากังวลคือ ข้อมูลจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ซึ่งจะประมวลผลทุกวันที่ 1 ของเดือน เมื่อนำมาตรวจสอบกับทางโรงเรียน พบว่ามีข้อมูลไม่สอดคล้องกัน เพราะเด็กไม่มีตัวตนอยู่ในโรงเรียน สาเหตุมาจากลาออก ย้ายโรงเรียน จบการศึกษา หรือเสียชีวิต ซึ่งชื่อที่ยังค้างอยู่ในโรงเรียนอาจถูกกลุ่มขบวนการทุจริตนำชื่อไปใช้ในการสวมสิทธิ์ จึงเสนอทางอำเภอและโรงเรียนต่างๆ เร่งรัดการนำเด็กนักเรียนรหัส G เข้าสู่กระบวนการกำหนดสถานะบุคคล

จากข่าวการทุจริตสวมตัวนักเรียนตัว G ทำให้ค่อนข้างกังวล ถ้ามีรายชื่อแต่ไม่มีตัวตน อาจมีกระบวนการมาสวมสิทธิ เพราะเลข 13 หลักของเด็กตัว G สิ้นสุดที่สำนักทะเบียนอำเภอ ไม่ต้องขออนุมัติจากส่วนกลาง ทางแก้คือต้องเร่งทำตามเป้าให้ไวและมีประสิทธิภาพ รีเช็กรายชื่อกับตัวตนจริง ให้ผู้บริหารสถานศึกษารับรอง ซึ่งจะช่วยเคลียร์ปัญหาได้ไม่ต่ำกว่า 80-90%

ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล ยังต้องการให้สังคมทำความเข้าใจว่า การทำทะเบียนประวัติ ทำให้อัตลักษณ์ชัดเจน สามารถตรวจสอบบุคคลคนนั้นได้ ป้องกันปัญหาอาชญากรรม หรือขบวนการค้ามนุษย์ ที่เด็กกลุ่มนี้อาจตกเป็นเหยื่อ ถือเป็นประโยชน์มากกว่าเสีย พร้อมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกพื้นที่

ข้อมูลเด็กนักเรียนอักษร G ของกรมการปกครอง ล่าสุดเดือนกรกฎาคมปี 2569 พบว่าประเทศไทยมีเด็กนักเรียน-นักศึกษา ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน มีจำนวน 236,238 คน ได้รับการแก้ไขสถานะทางทะเบียนแล้ว 42,189 คน โดยภาคเหนือ เป็นจังหวัดที่มีเด็กนักเรียนอักษรมากที่สุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ 24,000 คน เชียงราย 22,000 คน และ ตาก 14,000 คน.

พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่อข่าวอาวุโส