ทีมข่าวไทยพีบีเอสภาคเหนือ ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านแม่แฮใน ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอญอ หลังกรมสรรพการ ตรวจพบว่าชาวบ้านมีรายได้สูงหลายแสนบาท และถูกบริษัทหักภาษี จนทำให้ชาวบ้านหลายคนถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฉพาะชาวบ้านชาวบ้านแม่แฮใน หมู่บ้านเดียวมีมากกว่า 57 คน
นางพอลา เมธาวิโรจน์ วัย 62 ปี ชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอญอ บ้านแม่แฮใน ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
นางพอลา เมธาวิโรจน์ หญิงชราวัย 62 ปี เปิดเผยผ่านล่ามผู้นำชุมชนพร้อมกับน้ำตาคลอ ว่าได้รับความเดือดร้อนหนัก ตัวเองไม่มีรายได้ อาศัยเงิน 300 บาทเป็นเงินประทังชีวิต แต่เมื่อโดนตัดสิทธิทำให้เดือดร้อนอย่างหนัก ตัวเองไม่รู้ว่าตัดสิทธิไปตั้งแต่เมื่อไหร่
ตัวเองไม่รู้อะไรเลย อยู่บนดอย อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีทีวี ฝากคนที่เอาชื่อไปทำให้ตัวเองเดือนร้อน อยากให้สงสารคนแก่ ตอนนี้ไม่รู้สิทธิจะได้คืนเมื่อไหร่
นางเจเง รัตนาพงไพรรักษา ชาวบ้านบ้านแม่แฮใน ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หญิงชราวัย 70 ปี ที่ถูกนำชื่อไปใช้ทางภาษีพบว่าเป็นพนักงานมีรายได้หลายแสนบริษัทในกรุงเทพฯ ทั้งที่ไม่เคยออกจากพื้นที่และพูดภาษาไทยไม่ได้
นางเจเง รัตนาพงไพรรักษา หญิงชราวัย 70 ปี ชาวบ้านบ้านแม่แฮใน ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยผ่านล่ามว่าทั้งชีวิตเธอแทบไม่ลงจากหมู่บ้าน ไปไกลที่สุด คือ ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม เพื่อไปทวงสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งนี้หลังโดนตัดสิทธิ การที่ถูกนำชื่อไปหักภาษี หรือลดหย่อนภาษี จากการทำงานบริษัทในกรุงเทพฯ สร้างความกังวลใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก
ยายไม่รู้ว่าชื่อไปหักภาษีได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ได้ทุกเดือน 300 บาท พอไม่ได้รู้สึกน้อยใจ ตอนนี้อยากได้สิทธิคืนไวๆ ค่าใช้จ่ายทุกเดือนสามารถ ซื้อไข่ ซื้อหมากกินได้มาก
นาย โกวิท สิริวาณิชอุดม ผู้ใหญ่บ้านแม่แฮใน ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ให้ข้อมูลผลกระทบของชาวบ้านที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิทางภาษี
ด้านนาย โกวิท สิริวาณิชอุดม ผู้ใหญ่บ้านแม่แฮใน ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่านอกจากเรื่องตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตอนนี้ชาวบ้านยังตั้งคำถามถึงหน่วยงานของรัฐว่ารายชื่อของคนในหมู่บ้านหลายสิบคน ตกไปเป็นพนักงานบริษัทเอกชนได้อย่างไร จึงอยากให้กรมสรรพากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ เพราะบางคนมีอายุมาก และชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีใครออกไปทำงานนอกหมู่บ้าน แต่กลับพบเป็นผู้มีรายได้สูงจากการทำงานบริษัทเกือบทั้งหมู่บ้าน
ชาวบ้านกังวลชื่อที่ถูกเอาไป หักภาษี ประชุมประชาคมชาวบ้าน 3 ครั้ง มีคนที่ระบุตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทขึ้นมาคุยกับชาวบ้าน 2 ครั้งจะชดเชยเยียวยา แต่ชาวบ้านไม่มีความมั่นใจเพราะรายชื่ออยู่ในบริษัท
ผู้ใหญ่บ้านแม่แฮใน กล่าวย้ำว่าคนในหมู่บ้านไม่มีใครออกไปรับจ้างข้างนอก ในรอบปีหลัง ชาวบ้านเห็นพร้อมว่าอยากให้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลับคืนให้เร็วที่สุด
ทีมข่าวไทยพีบีเอส ได้ติดต่อสอบถามไปยัง 1 ใน 3 บริษัท ปรากฎว่านำรายชื่อของชาวบ้าน ไปใช้สิทธิในทางภาษี จนทำให้ชาวบ้านเสียสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยบริษัทเปิดเผยว่าเมื่อทำงานต่างจังหวัดใน อ.แม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง อ.ขุนยวม อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ บริษัทได้ทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่ จะเน้นการจ้างคนในพื้นที่ เมื่อทำงานเสร็จหัวหน้างานจะนำบัตรประชาชนมาเบิกจ่ายเงิน และนำบัตรประชาชนมาหัก ณ ที่จ่ายอย่างเดียว
หลังทราบเรื่องเบื้องต้นบริษัทจะช่วยเหลือชาวบ้านตามสิทธิที่ชาวบ้านควรจะได้รับในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บริษัทที่ถูกนำบัตรประชาชนไปใช้มีประมาณ 80 กว่าคน ซึ่งจะชดเชยปีละ 3,600 บาท จนกว่าชาวบ้านจะได้คืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ยืนยันไม่มี เอาบัตรประชาชนไปทำธุรกรรมอย่างอื่น นำมาหัก ณ ที่จ่ายอย่างเดียว ไม่ได้เอาไปทำเรื่องสวมสิทธิ หรือเปิดบัญชีตามชาวบ้านกังวล
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามทำไมมีชาวบ้าน 60-70 ปี ทำงานและถูกหักภาษี? และบอกว่าไม่เคยลงไปข้างล่าง?บริษัทได้บอกว่า
การทำงานไม่เกี่ยวกับอายุ 60-70 ปี แรงงานก็สามารถทำงานได้ ถ้ายังแข็งแรง บริษัทไปรับงานตามพื้นที่ ต่างๆ จ้างคนพื้นที่ทำงาน ผมไม่ได้ดูบัตรแต่ละคนเป็นของใครอย่างไร ถ้ามาทำงาน 10 คน ก็ให้มา 10 บัตร ก็รับมาไว้ ถึงเวลาปลายปีก็นำมาหัก ณ ที่จ่าย
นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ให้ข้อมูลการคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับชาวบ้านหลังได้รับร้องเรียน
ด้านนายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีชาวบ้านถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เบื้องต้นทางอำเภอได้ติดตามแก้ปัญหา โดยให้ทางสรรพกรอำเภอชี้แจงและเร่งทำเรื่องคืนสิทธิ์ฯ ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล โดยพบว่ามีชาวบ้านถูกนำรายชื่อไปใช้สิทธิ์ในทางภาษีมีมากกว่า 150 คน ส่วนการดำเนินคดีตอนนี้สรรพากรในพื้นที่ได้ให้ชาวบ้านแจ้งบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเบื้องต้น
หมู่บ้านแม่แฮ่ใน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านห่างไกล เดินทางด้วยความยากลำบาก ถนนลูกรัง เพิ่งมีไฟฟ้าได้ไม่ถึง 2 ปี การเดินทางเข้าอำเภอแม่แจ่มใช้เวลานานและเดินทางลำบาก ชาวบ้านมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก มีเพียง 106 หลังคาเรือน
หลังจากไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ ยังได้รับข้อมูลจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มคนหลายกลุ่ม ขอให้เงินชาวบ้านรายละ 1 หมื่นบาท โดยให้เซ็นในเอกสารเปล่า และขอให้ไม่แจ้งความดำเนินคดีจากกรณีหักภาษี หรือการสวมสิทธิบัตรลดหย่อนภาษี จนทำให้ชาวบ้านหลายคนรู้กังวลและกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
