10 สส. ปชน. "ถอยหลัง" ปมจริยธรรม หลัง ป.ป.ช.เห็นชอบส่งคำร้อง "ศาลฎีกา"

การเมือง
16:22
จำนวนผู้ชม 1,330
10 สส. ปชน. "ถอยหลัง" ปมจริยธรรม หลัง ป.ป.ช.เห็นชอบส่งคำร้อง "ศาลฎีกา"

ในที่สุด ป.ป.ช.มีมติเห็นชอบ ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา กรณี 44 สส.พรรคก้าวไกลในอดีต ข้อหาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อปี 2564

เท่ากับ อดีต สส. 44 คน ซึ่งรวมทั้ง สส.ชุดปัจจุบัน 10 คน ของพรรคประชาชน กำลังนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงการพิจารณาของศาลฎีกา

เริ่มตั้งแต่หากมีมติรับคำร้องไว้วินิจฉัยแล้ว ศาลจะพิจารณาให้ผู้ถูกร้องยุติการทำหน้าที่ สส.หรือไม่ และหากรับไว้วินิจฉัย และไปถึงปลายทาง จะมีมติออกมาอย่างไร

เพราะจะเกี่ยวกับสถานภาพและบทบาทของ สส.ทั้ง 10 คน ที่ล้วนแต่เป็นแกนนำสำคัญ และเป็นตัวตึงทางการเมืองของพรรคทั้งสิ้น ตั้งแต่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ทั้ง 2 คนเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคทั้งคู่ รวมทั้งคนอื่นๆ อย่าง นายรังสิมันต์ โรม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐชา อินไชยบุญสวัสดิ์ เป็นต้น

ถือเป็นช่วงเวลายากลำบาก เพราะเจอกับมรสุมรุมเร้าหลายด้านอีกครั้งหนึ่งของพรรคค่ายสีส้ม หลังจากอาจยังไม่หายช็อคกับความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง สส. 8 กุมภาพันธ์ 69 ทั้งที่ผลโพลหลายสำนัก มีคะแนนนิยมนำมาตลอด กระทั่งถึงวันเลือกตั้ง

ตามมาด้วยเรื่องข้อมูลสมาชิกพรรคถูกแฮก ทำให้ข้อมูลรั่วไหล จน "หัวหน้าเท้ง" ต้องออกมาขอโทษสมาชิกพรรค ไม่เพียงเท่านั้น และยังต่อด้วยเรื่อง สส.งูเห่า จังหวัดอุดรธานี ไปโหวตหนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ

ความจริงพรรคประชาชน ถูกตั้งคำถามในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้านในช่วงเวลาสำคัญที่ต้อง "เทค แอคชั่น" หรือเคลื่อนไหว จากเรื่องสถานการณ์น้ำมันที่เกิดขึ้นในประเทศ อันเป็นผลพวงจากเหตุความรุนแรงในตะวันออกกลาง

คอการเมืองทั่วไป ต่างเห็นว่าพรรคประชาชนมีบทบาทน้อยเกินไป ถ้าเทียบกับกูรูทางการเมือง และแกนนำจากพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ที่ออกโรงวิพากษ์และถามถึง "ไอ้โม่ง" ที่ได้รับผลประโยชน์มหาศาล จากน้ำมันหายไปจากตลาดวันละหลายล้านลิตร ช่วงตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน

กระทั่งเรื่องแต่งตั้งผู้มีส่วนได้เสียกับธุรกิจค้าน้ำมัน อย่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็น ผอ.ศบก. เพราะถูกมองได้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน

พรรคประชาชนเพิ่งจะเคลื่อนไหวอย่างจริง และเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมเรื่องนี้ โดย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค เสนอแผนรับมือฉบับของพรรค ประกอบด้วย การบริหารจัดการราคาน้ำมัน มาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชน การจัดการเรื่องปุ๋ยเคมีที่เกี่ยวพันกับเกษตรกร และการเตรียมความพร้อมช่วงสงกรานต์

นายวีระยุทธ เป็นอีกหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯของพรรค สำหรับเลือกตั้งที่ผ่านมา จึงเป็นคนเดียวที่ไม่โดนหางเลขคดี 112 และเป็นหนึ่งในชุดบุกเบิกก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่สมัยแรก ร่วมกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

โดยมีโปร์ไฟล์ที่ไม่ธรรมดา เพราะเคยเป็นรองศาสตราจารย์ ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองที่ GRIPS ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านนโยบายสาธารณะ แห่งประเทศญี่ปุ่น เคยสอนและทำวิจัยนโยบายด้านต่างๆ ไม่ต่างจาก นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

จากเดิมที่บทบาทอยู่เบื้องหลังพรรค เมื่อพรรคต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหลายด้านรุมเร้า เอฟซีค่ายสีส้มจึงได้เห็นบทบาทของนายวีระยุทธ์ เริ่มโดดเด่นมากขึ้น เช่น เป็นหนึ่งใน 6 คนจาก สส. 6 พรรค เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องวิกฤตน้ำมัน

เมื่อเกิดกรณี "สส.งูเห่า" จังหวัดอุดรธานี นายวีระยุทธก็เป็นคนออกมาแจกแจง ถึงมาตรการที่พรรคเตรียมการลงโทษ อาจไม่ใช่การขับออกจากพรรค แต่ต้องเป็นมาตรการลงโทษที่ได้ผลมากที่สุด ซึ่งถูกตีความว่าอาจเป็นการจับ "ดอง" ไว้ในพรรค ไม่ให้มีตำแหน่ง หรือร่วมอีเวนต์ใดๆ ของพรรค

แม้แต่ในช่วงรณรงค์เลือกตั้ง นายวีระยุทธก็เป็นคนออกโรงปลุกพลังคนไทยสู้ "เงินสีเทา" ที่กัดกินชาติ ต้องอุดรูรั่ว สกัดทุนเทา ไม่ให้เข้าสู่การเมืองไทยได้

เป็นสัญญาณชัดเจนว่า หากมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน รวมทั้ง คดี 44 สส. นายวีระยุทธ จะเป็น "เต็ง 1" สำหรับหัวหน้าพรรคคนใหม่ และมีข่าวระแคะระคายออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า จะสลับให้ "หัวหน้าเท้ง" ไปเป็นเลขาธิการพรรค ตามโครงสร้างที่ออกแบบใหม่ ไม่ให้เลขาฯ พรรค ไปรับตำแหน่งทางการเมืองอื่น นอกพรรค

คนวงในค่ายสีส้ม จึงสะกิดให้จับตาดูนายวีระยุทธนับจากนี้ให้ดี เพราะอาจเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งนายกฯ ในการเลือกตั้ง สส.ครั้งหน้า แข่งกับนายอนุทิน

เท็จจริงแค่ไหน อีกไม่นานก็รู้

"ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส

อ่านข่าว

"ศาลรัฐธรรมนูญ" ไม่สั่งมาตรการชั่วคราว ปม "บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง" ชี้ยังไร้เหตุเสียหาย

"พริษฐ์" ชี้ ครม.ใหม่ไม่มีเวลาทดลองงาน จี้เปิดข้อมูลน้ำมัน

ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องปมนายกฯ ไม่แจงเหตุผล "ประชามติ"