“ปราสาทสายฟ้า” หรือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมฟุตบอลแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จ ภายใต้การนำของนักการเมือง “ครูใหญ่บุรีรัมย์” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร และกรุณา ชิดชอบ รองประธานสโมสร แม้ก่อนหน้านี้ตามจังหวัดต่าง ๆ มักปรากฏชื่อ “สส.” และนักการเมืองท้องถิ่น นั่งแท่นเป็นประธานสโมสรทำทีมฟุตบอล แต่หากใจไม่รัก ไม่ทุ่มเทอย่างจริงจังก็ยากนำทีมฝ่าดงแข้งคู่แข่งขันเข้าสู่ระดับลีก
หากสำรวจรายชื่อ “รัฐมนตรีหน้าใหม่” สมัยแรก รัฐบาลอนุทิน 2 หลายคนมีชื่อเป็นประธานสโมสรฟุตบอลระดับลีก ในซีกค่ายแดงทายาทตระกูลการเมือง เช่น “วัชระพล ขาวขำ” รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก็เป็นประธานสโมสรฟุตบอลอุดรธานี เอฟซี (Udon Thani FC) เช่นเดียวกับ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เคยเป็นรองประธานสโมสรฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด ซึ่งปัจจุบันในชื่อทีมสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ฉายา “กว่างโซ้งมหาภัย” มี “มิตติ ติยะไพรัช” พี่ชายของปิยะรัฐชย์ เป็นประธานสโมสร
ส่วนค่ายน้ำเงิน ไม่น้อยหน้า ตระกูลไทยเศรษฐ์ ของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” สส.อุทัยธานี ในฐานะผู้ก่อตั้งทีมอุทัยธานี เอฟซี หรือ “ทีมช้างป่าห้วยขาแข้ง” โดยมี ธนาชัย ปั้นงาม เป็นประธานสโมสร และทีมอยุธยา ยูไนเต็ด “นักรบอโยธยา” ซึ่งมี “อดิศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ประธานสโมสร ทายาท “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา และเป็นพี่ชาย “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำทีมลูกหนังของนักการเมือง นอกจากจะเป็นความชอบส่วนตัวแล้ว การเดินสายนำทีมฟุตบอลลงสนามแข่งขันในภูมิภาคต่าง ๆ ถือได้ว่าเป็นการสร้างคอนเนกชันทางการเมืองไปในตัว เพราะต้องการมีนัดพบเจรจากันตลอด จากคุยเรื่องทีมฟุตบอลแล้ว ยังต่อสายทางการเมืองด้วย
ทีมสโมสรที่เป็นผลผลิตของ สส.และนักการเมืองท้องถิ่นคึกคักมากน้อยเพียงใด ดูได้ไม่ยาก จากตารางการแข่งขันไทยลีกฤดูกาล 2568–69 หรือ บีวายดี ซีไลออนซิกส์ ลีกวัน ฤดูกาลที่ 29 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกระดับสูงสุดของประเทศไทย มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 16 สโมสร จำนวนนี้มี 11 สโมสร คือ
1.บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฉายา “ปราสาทสายฟ้า” มีเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร และกรุณา ชิดชอบ รองประธานสโมสร
2.ราชบุรี เอฟซี ฉายา “ราชันมังกร” มี “ธนวัชร นิติกาญจนา” ประธานสโมสร เป็นลูกชาย วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี และบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม
3.พีที ประจวบ เอฟซี ฉายา “ต่อพิฆาต” มี ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ ประธานสโมสร และอดีตนายก อบจ.ประจวบฯ 3 สมัย และเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ปรึกษาสโมสร
4.บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ของตระกูลรัชกิจประการ เป็นสปอนเซอร์ และเป็นพันธมิตรกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
5.สุโขทัย เอฟซี ฉายา “ค้างคาวไฟ” ซึ่ง อนงค์วรรณ เทพสุทิน นั่งประธานสโมสร และสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานที่ปรึกษาสโมสร
7.ระยอง เอฟซี ฉายา “ม้านิลมังกร” โดย สาธิต ปิตุเตชะ เป็นประธานสโมสร และ ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง เป็นที่ปรึกษา
8.นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เจ้าของฉายา “สวาทแคท” มี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาสโมสร วัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา ประธานสโมสร
9.ชลบุรี เอฟซี ฉายา “ฉลามชล” วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี เป็นประธานสโมสร สนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษาสโมสร
10.พลังกาญจน์ เอฟซี ฉายา “ม้าเหล็ก” มี นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายก อบจ.กาญจนบุรี เป็นประธานสโมสร และสุรพงษ์ ปิยะโชติ อดีต รมช.คมนาคม ที่ปรึกษาสโมสร และเป็นหัวหน้า “กลุ่มพลังกาญจน์”
และ 11.อยุธยา ยูไนเต็ด ฉายา “นักรบอโยธยา” มี อดิศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ประธานสโมสร ทายาท สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา และเป็นพี่ชายของ “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาฯ
การงานการเมืองและการทำทีมลูกหนัง จนประสบความสำเร็จไม่มีสูตรตายตัว แต่สิ่งจำเป็นนอกเหนือจากตั้งใจก็คือปัจจัยด้านการเงิน เพราะการทำทีมฟุตบอลทีมหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องดูแลครบวงจร โคช นักกีฬา สนาม การฝึกซ้อม และการแข่งขัน
ไม่ต่างจากการนั่งในตำแหน่ง รัฐมนตรีกีฬามือใหม่ป้ายแดง “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” ซึ่งมี “อดิศักดิ์” พี่ชายอยู่เบื้องหลัง ทีมนักรบอโยธยา ทีมดังไทยลีก 1 ซึ่งกว่าจะได้โควตานี้มาไม่ง่ายนัก เพราะกว่า “สมทรง” มารดา ในฐานะนายก อบจ.เมืองกรุงเก่า จะนำทัพกวาดเก้าอี้ 7 สส.ในเขตพื้นที่รับผิดชอบทั้งที่ จ.พระนครศรีอยุธยาและปทุมธานีมา เล่นเอาหืดจับ
ท่ามกลางเสียงขานรับของคนกีฬา ทีมสโมสรฟุตบอลอยุธยา ยูไนเต็ด เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2559 จากความร่วมมือกันของทีมอยุธยา วอร์ริเออร์ และทีมอยุธยา ยูไนเต็ด ขณะที่ “สุรศักดิ์” เล่นการเมืองครั้งแรกปี 2550 ใน สังกัดพรรคพลังประชาชน แทน “สุวิมล พันธ์เจริญวรกุล” พี่สาว อดีต สส. พรรคไทยรักไทย ซึ่งวางมือทางการเมืองไปแล้ว
“สุรศักดิ์” เป็น สส.มาแล้ว 4 สมัย ในปี 2554 ย้ายมาพรรคเพื่อไทย แต่ในปี 2562 เข้าสังกัดสีน้ำเงิน “ภูมิใจไทย” โดยบ้านใหญ่อยุธยาภายใต้การนำของ “สมทรง” โดยมี “เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร” ซึ่งลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา เข้าร่วม
โดย “สุรศักดิ์“ รับตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ ในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน เมื่อปี 2566 และต่อมาเดือนก.ย.2568 เป็น รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในรัฐบาลอนุทิน หลังการเลือกตั้งปี 2569 ในรัฐบาลอนุทิน 2 ได้รับตำแหน่ง รมว.กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาฯ
เช่นเดียวกับทีมอยุธยา ยูไนเต็ด ที่ประสบความสำเร็จได้เลื่อนชั้นจากไทยลีก 2 สู่ไทยลีก 1 เมื่อปลายปี 2568 เป็นความภาคภูมิใจของคนเมืองกรุงเก่า กลายเป็นทีมลูกหนังอาชีพระดับประเทศไปแล้ว
อ่านข่าว
ชำแหละ 7 ประเด็นย้าย น.อ.ธรรมนูญ
กลยุทธ์เชิงรุก โยก น.อ.ธรรมนูญ
คดีบุกรุกป่า ของแสลงนักการเมือง
