ปลัด มท.เซ็นตั้ง คกก.สอบวินัย 5 ขรก.โยงโกงสอบท้องถิ่น นายกฯ ยันไร้ซูเอี๋ย

การเมือง
17:35
จำนวนผู้ชม 90
Thai PBS
ปลัด มท.เซ็นตั้ง คกก.สอบวินัย 5 ขรก.โยงโกงสอบท้องถิ่น นายกฯ ยันไร้ซูเอี๋ย
นายกรัฐมนตรี ยัน​ ปลัดกระทรวงมหาดไทยลงนามตั้งสอบวินัยร้ายแรง​ 5 ข้าราชการ สถ.แล้ว​ ชี้เป็นชั้นความลับเปิดเผยไม่ได้ ลั่นไม่มีซูเอี๋ย​ -​ วิ่งเต้น​ ไม่สนหน้าอินทร์​หน้า​พรหม​ ขณะเดียวกันมีคำสั่งให้ขาดจากตำแหน่งเดิม​ แต่ยังประจำกรม

วันนี้ (6 ก.ค.2569) นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบทุจริตการสอบท้องถิ่น ปี 2568​ ว่า​ มีการตั้งคณะกรรมการในแต่ละระดับชั้น ซึ่งในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีการแต่งตั้ง นายปกรณ์​ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

ซึ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์​ สัมพันธรัตน์​ ปลัดกระทรวง ได้มารายงานว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นคนละส่วนของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้มารายงานในส่วนของตนว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง รวมไปถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ​ (ป.ป.ท.)

"มันตลกดีนะ​ ความผิดยังต้องแยกย่อย เพราะแต่ละความผิดก็จะมีแต่ละหน่วยงาน ที่จะไปดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีต่อไป ก็ดีเหมือนกัน อย่างที่ตนเคยบอก ทุกหน่วยงาน ทำตามขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ของเขา คู่ขนานกันไป สุดท้ายอย่างไรก็ตามข้อมูลทั้งหลายก็ต้องมาบรรจบ ที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะทำให้มีข้อมูลที่แน่นขึ้นและทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่า ไม่มีการวิ่งเต้นหรือช่วยเหลือ ซูเอี๋ยกันอย่างแน่นอนเพราะเราใช้แต่ละหน่วยงาน ที่เป็นหน่วยงานปราบปราม ในการดำเนินคดี"

เมื่อถามผู้สื่อข่าวว่า แต่ละหน่วยงาน ที่มีการรายงานมาพบผู้กระทำความผิดมีรายชื่อซ้ำกันหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ เรื่องนี้ตีตราลับมาก ฉะนั้นตนก็ต้องรักษาความลับ เพียงแต่บอกได้ว่าตั้งคณะกรรมการ ตามลำดับชั้น ให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด และรวดเร็ว และต้องมีความโปร่งใส

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เซ็นแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปลัดกระทรวงได้มารายงาน ว่าได้มีการลงนามคำสั่งสอบสวนวินัยร้ายแรงไปแล้วในช่วงบ่ายวันนี้

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า คณะกรรมการของ นายปกรณ์ ทำหน้าที่ในนามสำนักนายกรัฐมนตรี และไม่สามารถดำเนินคดีเองได้ เพราะไม่ใช่เจ้าพนักงาน แต่ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อุกอาจเหิมเกริม และเป็นที่สนใจของสังคม ฉะนั้นต้องมีคนคอยกำกับดูแลด้านบน​ ซึ่งคณะกรรมการจะเป็นหัวหน้าส่วนราชการ เช่น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาฯ ป.ป.ท. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อัยการสูงสุด​

ส่วนกรณีผู้ที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงออกจากราชการไว้ก่อนเหมือนกรณีอื่น ๆ ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มันต้องมีขั้นตอนซึ่งขณะนี้ได้เริ่มแล้วบางคนก็มีการเรียกมา​ให้มาช่วยราชการเพื่อขาดจากตำแหน่งเดิม ซึ่งต้องยึดตามหลักกฎหมาย ด้วยหลักฐานที่มีอยู่ ตรงไหนที่มีความชัดเจนก็ดำเนินการอย่างเด็ดขาดได้ ตรงไหนที่จะต้องใช้การสืบสวนสอบ สอบพยานหรืออะไรก็แล้วแต่ก็จะมีแต่ละช่องแต่ละซอย ที่จะต้องไปดำเนินการ แต่ทุกอย่างกำลังดำเนินการคู่ขนานกันไป ฉะนั้นจะเป็นการขับเคลื่อนในทุกหน่วยงาน โดยธรรมชาติก็มีการแข่งขันกันเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

"ผลการสอบถ้าไปโดนใครก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมกับขอให้ลองนึกดูว่า หากมองดูก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย มีการจ่ายสินบนและให้ค่าตอบแทนในการดำเนินการต่าง ๆ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลคะแนนซึ่งล้วนแล้วแต่จะต้องนำมาเป็นสารตั้งต้น ในการนำไปสู่การสอบสวน ซึ่งทุกรูปคดีที่ผิดกฎหมาย เริ่มจากตรงนี้ทั้งนั้นก็ต้องยอมรับกฎหมาย ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นกฎหมู่ ถ้าทำตามอำเภอใจได้ก็จะเกิดอีกปัญหาหนึ่งตามมา​ ฉะนั้นจะต้องทำตามกฎหมาย​ให้มากที่สุด​"

ส่วนการวางกรอบระยะเวลาการสอบวินัยร้ายแรงนั้นเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย​ ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ในการวางกรอบและให้นโยบาย

ทั้งนี้เรื่องกรอบเวลาเร่งอยู่แล้ว ในเบื้องต้น คณะกรรมการชุดใหญ่จะมีการสอบสวนใน 30 วัน ส่วนชุดเล็กก็ตามเนื้อหา ไม่นาน เพราะเป็นที่สนใจและต้องตอบสังคมให้ได้ ฉะนั้นก็คงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ทำเต็มที่ ซึ่งตนได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี มาให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินการในทุกรูปแบบโดยไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม หรือหน้าใครที่ไหน

อ่านข่าว :

นายกฯ ตั้ง คกก.สอบทุจริตสอบท้องถิ่น 68 "ปกรณ์" นั่งประธาน ขีดเส้น 30 วันต้องชัดเจน

"วรศิษฎ์" เผยรู้ผลตรวจข้อสอบ ขรก.ท้องถิ่น 15,000 คน คืนนี้

"ธนนท์" รับไม่เครียด หลังมีชื่ออักษรย่อ "T" รองอธิบดี ถูกสอบวินัยร้ายแรง