กลยุทธ์เชิงรุก โยก "น.อ.ธรรมนูญ" นักรบทมอดา คุมยุทธศาสตร์ตะวันออก

การเมือง
16:21
จำนวนผู้ชม 570
กลยุทธ์เชิงรุก โยก "น.อ.ธรรมนูญ" นักรบทมอดา คุมยุทธศาสตร์ตะวันออก

หลังคำสั่ง พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) ให้นายทหารในสังกัดจำนวน 17 นาย พ้นหน้าที่และให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน ลงวันที่ 31 มี.ค.2569 หนึ่งในนั้น มีรายชื่อของ “น.อ.ธรรมนูญ วรรณา” ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน (ผบ.ฉก.นย.ตราด) ปฎิบัติหน้าที่ ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) รวมอยู่ด้วย

อาจทำให้มีคำถามว่า เกิดอะไรขึ้น เนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้การธรรมนูญ เพิ่งเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ บ้านท่าเส้น-ทมอดา จ.ตราด และบ้านหนองรี หรือบ้านสามหลัง ขณะที่ น.อ.ธรรมนูญ ยอมรับว่า มีคำสั่งย้ายจริง โดยคำสั่งส่งมาเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 มี.ค.2569) และไม่ทราบล่วงหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บของ และจะรับส่งการทำหน้าที่ในวันพรุ่งนี้ (1 เม.ย.2569)

ภาพประกอบข่าว กลยุทธ์เชิงรุก โยก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงสถานการณ์สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้ง 2 รอบ ตั้งแต่วันที่ 21 -28 ก.ค.2568 และวันที่ 8 -27 ธ.ค.2568 ชายแดนด้านจังหวัดสระแก้ว -จันทบุรี-ตราด โดยเฉพาะด้าน จ.ตราด ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน และทหารบก และกองทัพอากาศ เข้าร่วมปฎิบัติเปิดยุทธการ ”ตราดพิฆาตไพรี 1” จนถึง “ตราดปราบปรปักษ์”จนสามารถยึดคืนพื้นที่บริเวณ บ้านท่าเส้น ต.ชำราก อ.เมืองตราด พื้นที่อาคารคาสิโนทมอดาได้สำเร็จ ทหารต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างยิ่ง

“ผมนัดเจรจากับผบ.หน่วยฝ่ายทหารกัมพูชา ให้เขาเอากำลังออกจากพื้นที่ของไทย โดยพยายามใช้ความ สัมพันธ์ที่รู้จักกันมา ในฐานะคนรู้จักขอได้หรือไม่ แต่เขาไม่ยอม ผมจึงพูดในฐานะที่เป็น ผบ.ฉก.นย.ตราด ประกาศจะทำทุกทางที่จะให้พวกคุณออกไปจากที่ตรงนี้ให้ได้” ผู้การธรรมนูญเคยให้สัมภาษณ์ไว้

กว่าจะได้พื้นที่กลับคืนมาไม่ง่ายเลย ต้องวางแผนเจาะเข้าพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของกำลังพล ผมและ ผบ.พัน ที่เข้าไปในพื้นที่เกือบเอาตัวไม่รอดต้องแตกทัพออกมา จนเราต้องกลับมาวางแผน การรบกันใหม่

ภาพประกอบข่าว กลยุทธ์เชิงรุก โยก

“ส่วนตึกกาสิโนทมอดาที่กัมพูชาสร้างรุกล้ำเข้ามาก่อนหน้านี้ ปัจจุบันอยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทยแล้ว และผู้บังคับบัญชา ไม่ได้มีคำสั่งให้ทำลายหรือทุบทิ้ง แต่ให้คงสภาพไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ ...ส่วนทมอดาพื้นที่เขมร เป็นแหล่งสแกมเมอร์ มีคนเชื้อสายจีนดูแล ล่าสุดพบฝ่ายเขมรมีการเพิ่มกำลัง อ้างว่าสถานทูตจีนส่งมาดูแลทรัพย์สินภายในตึก”

น.อ.ธรรมนูญ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ประสานไปยังกัมพูชา ขอให้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และพกปืนสั้นแทน ไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายการยั่วยุ และผิดข้อตกลง พื้นที่ตรงนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของฝ่ายไทย จึงเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศต้องประสานกับจีนว่า มีการแอบอ้างในลักษณะนี้

หากย้อนประวัติการรบของ ผู้การธรรมนูญ ถือว่าโชกโชนไม่น้อย ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผบ.ฉก.นย.ตราด เคยลงไปประจำการที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเหตุการณ์ปะทะระหว่างแกนนำกลุ่ม RKK ที่นำโดย “มะรอโซ จันทราวดี” ผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หลายคดี กับทหารนาวิกโยธิน ประจำฐานปฏิบัติการทหารร้อยปืนเล็กที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 บ้านยือลอ หมู่ 3 ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อปี 2556 หรือ 13 ปีที่แล้ว เป็นเหตุให้แกนนำกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและลูกน้อง 16 คน เสียชีวิต

และครั้งนั้น น.ท.ธรรมนูญ (ยศในขณะนั้น) เตรียมทหารรุ่นที่ 34 (ตท.34 ) ได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว ในฐานะศิษย์เก่าดีเด่น สาขาการทหารจากปฏิบัติการป้องกันฐาน นย. จากเหตุการณ์การบุกโจมตีดังกล่าว

ภาพประกอบข่าว กลยุทธ์เชิงรุก โยก

สำหรับคำสั่งโยกย้ายดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุที่ “น.อ.ธรรมนูญ” ลงพื้นที่บริเวณตู้คอนเทนเนอร์แนวชายแดนบ้านทมอดา และมีการเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา ขณะที่มีการนำธงชาติไทย และธงราชนาวีไทย ไปติดตั้งที่แนวรั้วตู้คอนเทนเนอร์ ชายแดนท่าเส้น-ทมอดา เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ก็ตาม   

แต่ล่าสุด กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ชี้แจงว่า การโยกย้ายดังกล่าวเป็นไปตามวงรอบการแต่งตั้งโยกย้ายกำลังพลของกองทัพเรือ ในวาระกลางปีเดือนเมษายน ซึ่งมีการปรับย้ายรวมทั้งสิ้น 17 นาย ไม่ได้เป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด

ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของ น.อ.ธรรมนูญ ที่เคยปฏิบัติ งานในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี–ตราด เช่น บริเวณบ้านสามหลัง และพื้นที่ทมอดา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ จึงเห็นควรให้นำศักยภาพดังกล่าวไปเสริมการทำงานในหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดฯ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักด้านข้อมูลและเทคนิคของกองทัพเรือและมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุว่า ขณะนี้กองทัพเรือกำลังอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การทำงานของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร.)  หรือ HMAU ครั้งสำคัญเปลี่ยนจากภารกิจด้านมนุษยธรรม สู่ชุดช่างสนามเชิงรุก เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่จันทบุรี-ตราด ซึ่งยังคงมีทุ่นระเบิดสังหารบุคคลตกค้างจากความขัดแย้งในอดีตจำนวนมาก ในเชิงยุทธวิธี การกวาดล้างทุ่นระเบิดช่วยให้กำลังพลสามารถลาดตระเวน และพิสูจน์ทราบพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสีย และเสริมศักยภาพกองทัพให้สอดคล้องมาตรฐานสากลโดยมี 3 ภารกิจหลัก ดังนี้

ภาพประกอบข่าว กลยุทธ์เชิงรุก โยก

1.เปิดทางรุก-สร้างพื้นที่ปลอดภัย ชุดช่างสนามมีบทบาทสำคัญในการ “เจาะช่องทางยุทธวิธี” ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้หน่วยนาวิกโยธินสามารถเคลื่อนกำลังและยุทโธปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดทำพื้นที่ปลอดภัย Safe Zone สำหรับตั้งฐานและวางกำลัง ลดความสูญเสียจากทุ่นระเบิด

2. คุมจุดยุทธศาสตร์ชายแดน  พื้นที่เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ บ้านสามหลัง-บ้านหนองรี ต.ชำราก ซึ่งมีภูมิประเทศซับซ้อน เป็นป่าเขา และจุดรอยต่อกาสิโนทมอดา บ้านท่าเส้น ที่มีความเคลื่อนไหวสูง การเคลียร์พื้นที่เหล่านี้ช่วยให้ฝ่ายไทยสามารถควบคุมสถานการณ์และตัดเส้นทางสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามได้

3. เก็บหลักฐานสู้การทูตบนเวทีโลก นอกจากภารกิจทางทหาร นปท.ทร. ยังมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมหลักฐาน เช่น ชนิดทุ่นระเบิด พิกัด และภาพถ่าย เพื่อใช้ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Finding Mission) หากพบการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่พิพาท จะสามารถใช้เป็นหลักฐานชี้ชัดการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา และยืนยันจุดยืนของไทยในเวทีนานาชาติ

สำหรับการปรับภารกิจของนปท.ทร. ครั้งนี้ ไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน แต่ยังต้องการปรับ “การรบยุคใหม่” ที่ผสานทั้งกำลังทหารและข้อมูลหลักฐาน เพื่อสร้างความได้เปรียบทั้งในสนามรบและเวทีการทูตโลก

ว่ากันว่า “น.อ.ธรรมนูญ” เป็นตัวเลือกและทางเลือกที่ดีของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ที่สามารถก้าวมารับภารกิจหนักดังกล่าวได้...ส่วนจะมีเหตุผลอื่นใดอยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่ ยากที่จะคาดเดา

อ่านข่าว

สกัดก่อเหตุซ้ำ "คดีอุกฉกรรจ์" ครบรอบ 3 ปีกฎหมายเฝ้าระวัง "หลังพ้นโทษ"

สแกมเมอร์ “อาชญากรโลก” ล้วงทรัพย์ ฟอกเงินเทา ทำธุรกิจข้ามชาติ

ปิดฉากคดีหุ้นชินคอร์ป “ทักษิณ” ต้องจ่ายภาษี 1.76 หมื่นล้านคืนรัฐ

"ยาบ้า-ไอซ์" ทะลักชายแดน ชาวบ้าน-เจ้าหน้าที่ "เหยื่อทาสยา"