วันนี้ (2 เม.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ วิกฤตฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือ โดยที่ จ.เชียงราย เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควันอย่างหนัก โดยเฉพาะปัญหา "ฝุ่นข้ามแดน" ในพื้นที่ชายแดน เช่น อ.แม่สาย ซึ่งอยู่ติดกับจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบทั้งฝั่งไทยและเมียนมา
ปัญหาฝุ่นควันไม่ได้กระทบเฉพาะด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของจังหวัดเชียงราย โดยที่วัดพระธาตุดอยตุง อ.แม่สาย แทบไม่พบนักท่องเที่ยว เนื่องจากสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน
เช่นเดียวกับ อ.เชียงแสน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างสกายวอล์ก จุดชมวิวแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถมองเห็นเมืองเชียงแสนของไทย และเมืองต้นผึ้งในฝั่งลาว บรรยากาศเงียบเหงา แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเช่นกัน เนื่องจากสภาพปัญหาฝุ่นควัน
ชาวบ้านบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน เปิดเผยว่า ปัญหาฝุ่นควันรุนแรงต่อเนื่องมานานกว่า 5 วัน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน อีกทั้งยังไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะฝุ่นส่วนหนึ่งเป็นฝุ่นข้ามแดน
ทั้งนี้ ปัญหาฝุ่นควันส่วนใหญ่เกิดจากการเผาในพื้นที่ป่า โดยพบจุดความร้อนภายในประเทศไทยจำนวน 1,971 จุด ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านพบจุดความร้อนมากที่สุดในเมียนมา 4,223 จุด และในลาว 3,348 จุด
PM2.5 พุ่งเกินมาตรฐานหลายจังหวัดเหนือ หนักสุด 345.3 มคก./ลบ.ม.
สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ออกประกาศฉบับที่ 7 เรื่อง คุณภาพอากาศเกินมาตรฐานบริเวณภาคเหนือตอนบน ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 07.00 น. (2 เม.ย.69) มีค่าระหว่าง 93.8 - 345.3 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ระดับ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง)” โดยพบค่าฝุ่นระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) มีลำดับดังนี้
1) ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 345.3 มคก./ลบ.ม.
2) ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 317.8 มคก./ลบ.ม.
3) ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 216.9 มคก./ลบ.ม.
4) ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 215.1 มคก./ลบ.ม.
5) ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 203.0 มคก./ลบ.ม.
6) ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 197.6 มคก./ลบ.ม.
7) ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 169.0 มคก./ลบ.ม.
8) ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 166.1 มคก./ลบ.ม.
9) ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 136.1 มคก./ลบ.ม.
10) ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 133.7 มคก./ลบ.ม.
11) ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 131.6 มคก./ลบ.ม.
12) ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 128.3 มคก./ลบ.ม.
13) ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 96.7 มคก./ลบ.ม.
14) ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 93.8 มคก./ลบ.ม.
เชียงราย-ลำพูน ค่าฝุ่นสีแดงหลายพื้นที่ยาวนาน 9 วัน
- ที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2569 จนถึงปัจจุบัน
- พื้นที่ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.2569 จนถึงปัจจุบัน
- พื้นที่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน และ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.2569 จนถึงปัจจุบัน
- พื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.2569 จนถึงปัจจุบัน
- พื้นที่ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.2569 จนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังสุขภาพ โดยงดกิจกรรมกลางแจ้ง แต่หากจำเป็นควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรม หรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก และคนชรา หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์
และควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปรกณ์จำเป็นให้พร้อม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ในการนี้ ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิด งดใช้รถยนต์ที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐาน เพื่อลดการเกิดฝุ่นควันสะสมในอากาศอันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย
รวบ 2 ผู้ต้องหาเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ พร้อมของกลาง "ค่างแว่นถิ่นใต้"
ผ่าโครงสร้างทีมแก้ "ไฟป่า" เน้นสั่งการฉับไว และกระจายอำนาจ
"เอกนัฏ" จ่อทบทวนตรึงค่าไฟ 3.88 บาท - 7 เม.ย.ถก กบง.ปรับโครงสร้างค่าการกลั่น
