"เอกนัฏ" จ่อทบทวนตรึงค่าไฟ 3.88 บาท - 7 เม.ย.ถก กบง.ปรับโครงสร้างค่าการกลั่น

เศรษฐกิจ
11:47
จำนวนผู้ชม 596
 "เอกนัฏ" จ่อทบทวนตรึงค่าไฟ 3.88 บาท - 7 เม.ย.ถก กบง.ปรับโครงสร้างค่าการกลั่น
"เอกนัฏ" เล็งตรึงค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค.2569 ไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ระงับการปรับขึ้น 7 สตางค์ เตรียมหารือ กบง. 7 เม.ย. ปรับโครงสร้างค่าการกลั่นก่อนสงกรานต์

วันนี้ (2 เม.ย.2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงประเด็นเรื่องของค่าไฟงวดใหม่รอบเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 โดยยืนยันว่า สามารถบริหารจัดการให้คงไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วยได้ แทนที่จะปรับขึ้นเป็น 3.95 บาทตามที่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศไว้วันที่ 1 เม.ย.2569 จะใช้กลไกของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สั่งทบทวนแผนการลงทุนของ 3 การไฟฟ้า (กฟผ. กฟน. และ กฟภ.) ที่รัฐบาลถือหุ้น 100%

จากการตรวจสอบพบว่า มีงบประมาณส่วนเกินจากการลงทุนหรือ Clawback ของ 3 การไฟฟ้าประมาณ 9,000 กว่าล้านบาท ที่สามารถนำมาใช้ชะลอการขึ้นค่าไฟได้ รวมถึงยังเตรียมปรับปรุงโครงสร้างการเก็บค่าไฟแบบขั้นบันไดให้มีความแตกต่างมากขึ้น เพื่อจูงใจให้ประชาชนประหยัดไฟ โดยผู้ที่ใช้ไฟฟ้าน้อยอาจได้ราคาเฉลี่ยไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เป็นต้น

ค่าไฟฟ้าจะถูกคำนวณเป็นรอบทุก 4 เดือน ผ่านการกำกับของ กกพ. รอบล่าสุดครอบคลุม พ.ค-ส.ค. และมีการประกาศปรับขึ้นเป็น 3.95 บาท จากเดิม 3.88 บาท หรือเพิ่มขึ้น 7 สตางค์ ซึ่งรัฐบาลยังมีช่องในการทบทวนตัวเลขดังกล่าว ผ่าน กพช. ที่สามารถสั่งให้มีการพิจารณาใหม่ได้ โดยเฉพาะในภาวะวิกฤต

นายเอกนัฏ ยังกล่าวถึงกรณีค่าการกลั่นน้ำมันที่พุ่งแตะเกือบ 14 บาทต่อลิตร ว่า ภายหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 6 เม.ย. แล้ว ในวันที่ 7 เม.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อพิจารณาราคาน้ำมัน ทั้งราคาหน้าปั๊มและหน้าโรงกลั่น

โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ ซึ่งมีความผันผวนสูง เนื่องจากราคาหน้าโรงกลั่นมีต้นทุนน้ำมันดิบที่อ้างอิงราคาดูไบ และส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบ หรือค่าการกลั่น พบว่าค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูงผิดปกติ โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2–3 บาทต่อลิตร ซึ่งโรงกลั่นยังสามารถทำกำไรได้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน มี.ค. ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 บาทต่อลิตร และในช่วงต้นเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้นเกือบ 14 บาทต่อลิตร

สำหรับในระยะยาว มีการหารือถึงมาตรการภาษีลาภลอย แต่การออกกฎหมายอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจของ กบง. ในการทบทวนค่าการกลั่นในส่วนที่สูงเกินระดับปกติ โดยมองว่าระดับที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 3–4 บาทต่อลิตร

นอกจากนี้นายเอกนัฏ ยังกล่าวถึงการยกระดับความโปร่งใสในระบบการค้าน้ำมัน โดยเปลี่ยนการรายงานสต็อกน้ำมันจากรายเดือนมาเป็นรายวัน เพื่อปิดช่องโหว่การแต่งบัญชีและกักตุน เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้ใช้น้ำมันในราคาที่ยุติธรรมและมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ

ทั้งนี้มุ่งเน้นการลดราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อต้นทุนการใช้ชีวิตของประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงซึ่งมีการเดินทางสูง

อ่านข่าว :

กบน.ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 3.50 บาท/ลิตร พุ่งแตะ 44.24 บาท มีผล 2 เม.ย.

กกพ.เปิดแนวโน้มค่าไฟรอบใหม่ พ.ค.-ส.ค. อาจพุ่งแตะ 4.59 บาท/หน่วย

ตรึงค่าตั๋ว บขส.ช่วงสงกรานต์ 6-19 เม.ย. ก่อนปรับขึ้นราคา