วันนี้ ( 19 ส.ค.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงทิศทางการทำงานของคณะทำงานด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ว่า วันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงของโลกในหลายมิติพร้อมกันไม่สามารถดำเนินเศรษฐกิจด้วยวิธีการแบบเดิมได้ โดยมองผ่าน 5D สำคัญ ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ (Decoupling) การกระจายความเสี่ยง (Diversification) เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI (Digital/AI) การเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมและการลดคาร์บอน (Decarbonization) และโครงสร้างประชากร (Demographics) ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของไทย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ไทยต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะด้านการค้าและการตลาด โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “เรามีอะไร” หรือ “เราจะผลิตอะไร” แต่ต้องถามว่า “ตลาดต้องการอะไร และเราจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร” พร้อมกระจายตลาด กระจายรายได้ และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้ลงไปถึงทุกระดับ
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการทำงานแบบ Cluster หรือการบูรณาการข้ามกระทรวงและหน่วยงาน นำภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาทำงานร่วมกัน เพราะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่สามารถต่างคนต่างเดินได้ แต่ต้องเดินไปด้วยกัน และแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลสัมฤทธิ์จริง
ชู 5D เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจไทย โจทย์ใหญ่ เร่งสร้างมูลค่ารับโลกเปลี่ยน
สำหรับด้านการค้า การผลิต การบริการ และเศรษฐกิจชุมชนที่รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ ได้จัดตั้ง 4 คณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจให้ครอบคลุมทั้งระบบ ได้แก่ คณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร คณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs คณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Visitor Economy และ คณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ การตั้ง 4 คณะทำงานก็เพื่อทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง และสามารถวัดผลได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การส่งออกสินค้าเกษตรในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ยังติดลบประมาณ 3.2% แม้มีมูลค่ากว่า 800,000 ล้านบาท สะท้อนว่า ภาคเกษตรยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก หากสามารถยกระดับทั้งห่วงโซ่และเพิ่มสัดส่วนสินค้าเกษตรแปรรูปได้มากขึ้น ส่วนด้านเศรษฐกิจชุมชน และ SMEs จะใช้แนวคิด SME Journey ดูแลผู้ประกอบการตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ปัจจุบันประเทศไทยมี SMEs ประมาณ 3.28 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด และสร้างรายได้ประมาณ 35% ของ GDP ดังนั้น เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงทำให้ SMEs อยู่รอด แต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้ผู้ประกอบการ เกิดง่าย โตง่าย และก้าวขึ้นเป็นผู้นำได้
ชู 5D เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจไทย โจทย์ใหญ่ เร่งสร้างมูลค่ารับโลกเปลี่ยน
นอกจากนี้ ยังต้องปลดล็อกอุปสรรคด้านกฎระเบียบและใบอนุญาต รวมถึงการพัฒนา SME ID และฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน เพื่อให้ภาครัฐสามารถเข้าใจสถานะของผู้ประกอบการและออกแบบมาตรการช่วยเหลือได้ตรงจุด สำหรับการส่งออกของไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้เติบโตประมาณ 17% ถือว่าเป็นผลงานที่ดีท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แต่ต้องมอง ไส้ใน ของตัวเลขด้วยว่าโครงสร้างการส่งออกมีความสมดุลเพียงใด โดยเฉพาะการกระจายตลาด การเพิ่มสัดส่วนสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป และการเพิ่มการมีส่วนร่วมของ SMEs
ด้านนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องปรับมุมมองจากการนับจำนวน นักท่องเที่ยว ไปสู่การทำความเข้าใจว่า ผู้มาเยือนแต่ละกลุ่มเดินทางเข้ามาเพื่ออะไร ดังนั้น Visitor Economy จึงเป็นการออกแบบระบบเศรษฐกิจให้สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ของผู้มาเยือนแต่ละกลุ่ม และเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้รับให้กลายเป็นการใช้จ่าย การลงทุน การกลับมาเยือนซ้ำ และการมีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจของชุมชน
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์
การท่องเที่ยวไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นเครื่องมือและจำนวนผู้มาเยือนก็ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด สิ่งสำคัญคือประสบการณ์ที่ประเทศไทยส่งมอบ และทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกอยากมีส่วนร่วมกับชุมชน เศรษฐกิจ และประเทศไทยและยังต้องกระจายโอกาสจากเมืองหลักไปสู่เมืองรอง รวมถึง เมืองรองในเมืองหลัก และสร้างกิจกรรมใหม่ที่ทำให้ผู้มาเยือนใช้เวลาและใช้จ่ายในพื้นที่มากขึ้น โดยให้ชุมชนเป็นผู้ร่วมสร้างประสบการณ์ ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการ
ชู 5D เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจไทย โจทย์ใหญ่ เร่งสร้างมูลค่ารับโลกเปลี่ยน
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร กล่าวว่า คณะทำงานได้ประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง และรวบรวมข้อเสนอได้เกือบ 100 ข้อเสนอ โดยจะไม่มุ่งจัดทำแผน แต่จะเน้นนำข้อเสนอที่มีอยู่ไปสู่การปฏิบัติ เพราะประเทศไทยมีแผนเยอะแล้ว หัวใจหลัก คือ ไทยมีอุปสรรคและปัญหาที่รู้คำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีคนลงมือแก้จุดนั้นให้ได้
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร
สำหรับภาคเกษตร จะมุ่งยกระดับตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนด้วยเทคโนโลยี พัฒนาเครื่องจักรที่เหมาะสมกับพื้นที่เกษตรไทย การใช้โดรนและศูนย์บริการเครื่องจักรในชุมชน การยกระดับ Food Safety การพัฒนาฐานข้อมูลภาคเกษตรร่วมกัน การส่งเสริม Young Smart Farmer ตลอดจนการเพิ่มการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
ขณะเดียวกัน ยังเสนอแนวทางสร้างตลาดให้เกษตรกรผ่านช่องทางใหม่ ทั้งการเชื่อมโยงกับนิคมอุตสาหกรรม การพัฒนาช่องทาง E-commerce การลดต้นทุนโลจิสติกส์ และการเชื่อมตลาดต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการขายมากขึ้น และลดการพึ่งพาตลาดเพียงช่องทางเดียว สำหรับ SMEs จะเน้นการสร้าง SME Journeyตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจจนเติบโตเป็นผู้ประกอบการระดับโลก โดยมีแนวทางสำคัญ ตลอดจนการขยายช่องทางการตลาดออนไลน์
ชู 5D เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจไทย โจทย์ใหญ่ เร่งสร้างมูลค่ารับโลกเปลี่ยน
โดยข้อเสนอทั้งหมดจะถูกจัดลำดับตามความพร้อม โดยเรื่องที่สามารถทำได้เร็วจะเร่งดำเนินการทันที ขณะที่เรื่องที่ต้องใช้เวลาในการวางระบบ เช่น ฐานข้อมูล จะเดินหน้าเป็นระยะ เพื่อให้เกิดทั้ง Quick Big Win ในช่วงประมาณ 6 เดือน–1 ปี และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะ 2–4 ปี
อ่านข่าว:
ผังเมืองใหม่ กทม. เขย่าสมรภูมิอสังหาฯ ดึงกำลังซื้อไหลกลับเข้าเมือง กดดันย่านปริมณฑล
สภาพัฒน์ฯ ชี้ GDP Q2 โต 1.9% อานิสงส์ลงทุนเอกชน-ส่งออก ปรับเป้าทั้งปีขยายตัว 2.2%
ตลาดหลักเร่งซื้อข้าวไทย ดันส่งออกครึ่งปีหลัง คาดแตะเป้า 7 ล้านตัน
