วันนี้ (19 ส.ค.2569) นายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเอทานอล นับเป็นกลไกสำคัญ ที่เชื่อมโยงภาคเกษตรกับภาคพลังงานของไทยมาอย่างยาวนาน เป็นตลาดรองรับผลผลิตหลักของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรจำนวนมากทั่วประเทศ
แต่ปัจจุบันกลับต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยด้านอุปสงค์และโครงสร้างต้นทุนการผลิต แม้ว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ความผันผวนของราคาน้ำมันจะช่วยหนุนปริมาณการใช้ E20 ให้เพิ่มขึ้นในบางช่วง แต่ในภาพรวมอุตสาหกรรมเอทานอล ยังคงอยู่ในภาวะทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อยตามภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแรง
ชาวไร่มัน-อ้อย จี้รัฐสร้างตลาดใหม่ หวั่นหมดมาตรการชดเชยฉุดเอทานอลร่วง
ล่าสุด มาตรการชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ก.ย.2569 ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจส่งผลให้กลไกการอุดหนุนไบโอดีเซลสิ้นสุดลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างราคาทั้งกลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้งเอทานอลในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ ซึ่งรวมถึง E20 ที่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงหลัก ที่ผู้บริโภคกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยหากไม่มีเงินชดเชยรองรับ ส่วนต่างราคาระหว่าง E20 กับน้ำมันเบนซินทั่วไปอาจลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อแรงจูงใจของผู้บริโภค ในการเลือกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในระยะถัดไป
ชาวไร่มัน-อ้อย จี้รัฐสร้างตลาดใหม่ หวั่นหมดมาตรการชดเชยฉุดเอทานอลร่วง
ดังนั้นในฐานะแกนหลักที่รวมตัวแทนเกษตรกร เดินหน้าผลักดันให้ภาครัฐ เร่งจัดทำแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ชัดเจนในช่วงปี 2569–2573 เพื่อป้องกันความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทานภาคเกษตรของไทย ที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง เพราะหากความต้องการเอทานอลในประเทศลดลงอย่างรุนแรง ย่อมส่งผลต่อเนื่องให้ราคา และโควตาการรับซื้อมันสำปะหลัง ปรับตัวลดลงตามไปด้วย
ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงด้านรายได้ของเกษตรกร และส่งผลไปสู่การสูญเสียเสถียรภาพของอุตสาหกรรมชีวภาพทั้งระบบในระยะยาว รวมทั้งอาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพให้เป็นแหล่งพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ
สิ่งที่เกษตรกรกังวลไม่ใช่เพียงการสิ้นสุดมาตรการชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่คือความไม่ชัดเจนของมาตรการที่จะเข้ามารองรับ หากส่วนต่างราคา E20 ไม่สามารถจูงใจผู้บริโภคได้ ความต้องการใช้ เอทานอลอาจลดลง และส่งผลต่อเนื่องไปถึงปริมาณการรับซื้อ และราคามันสำปะหลัง รวมถึงความมั่นคงด้านรายได้ของเกษตรกร ดังนั้น ภาครัฐควรเร่งกำหนดแผนเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ก่อนที่มาตรการเดิมจะสิ้นสุดลง
ชาวไร่มัน-อ้อย จี้รัฐสร้างตลาดใหม่ หวั่นหมดมาตรการชดเชยฉุดเอทานอลร่วง
ทั้งนี้ตัวเลขปริมาณการผลิตเอทานอล จากวัตถุดิบภายในประเทศ ทั้งอ้อย กากน้ำตาล และมันสำปะหลัง มีกำลังการผลิตรวมกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน จากโรงงาน 28 แห่งทั่วประเทศ ปัจจุบันการใช้เอทานอลอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งหากภาครัฐไม่มีมาตรการรองรับทดแทน จะยิ่งทำให้ปริมาณการใช้เอทานอลจริงให้ต่ำกว่าระดับ 3.5 ล้านลิตรต่อวันในปัจจุบัน ซ้ำเติมภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินที่มีอยู่แล้วให้รุนแรงยิ่งขึ้น
นายสิทธิบูรณ์ รัชตะสุวิโรจน์ ประธานสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน
ด้าน นายสิทธิบูรณ์ รัชตะสุวิโรจน์ ประธานสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า ภาครัฐควรเร่งกำหนดนโยบายด้านเอทานอลและการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E20 ให้มีความต่อเนื่องและชัดเจน เพื่อให้เกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม วางแผนการผลิต การลงทุน และบริหารจัดการวัตถุดิบในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะอ้อยเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำตาลเท่านั้น แต่ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเอทานอล พลังงานชีวภาพ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกมากมาย
ชาวไร่มัน-อ้อย จี้รัฐสร้างตลาดใหม่ หวั่นหมดมาตรการชดเชยฉุดเอทานอลร่วง
หากตลาดเอทานอลถูกลดทอนลง ไม่มีตลาดหรือกลไกใหม่มารองรับ จะสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ความต้องการใช้วัตถุดิบ การรับซื้ออ้อยของโรงงาน ปริมาณและต้นทุนการผลิต ไปจนถึงราคาอ้อยและรายได้ของชาวไร่อ้อย รัฐบาลต้องการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ การทำแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ปี 2569–2573 ควรกำหนดเป้าหมายด้านเอทานอลและ E20 อย่างชัดเจน
อ่านข่าว:
2 สมาคมเอทานอลฯ หนุนโครงการ “รถเก่าแลกใหม่” ยกระดับยานยนต์มลพิษต่ำ
ครม.อนุมัติ 477 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรไร่อ้อยเก็บเกี่ยวสด 3 กลุ่ม
ครม.ไฟเขียวเห็นชอบราคาอ้อย ขั้นสุดท้ายปี 67/68 เปิดหีบ 2 เดือนพบอ้อยเผา 2%
