ผลสอบคดีลอบยิง "สส.กมลศักดิ์" พบกลุ่มก่อเหตุวางแผนเป็นขั้นตอน

อาชญากรรม
18:05
จำนวนผู้ชม 2,035
ผลสอบคดีลอบยิง "สส.กมลศักดิ์" พบกลุ่มก่อเหตุวางแผนเป็นขั้นตอน
ตำรวจ ฝ่ายปกครองและ กอ.รมน.เผยข้อมูลคดีลอบยิง "สส.กมลศักดิ์" เบื้องต้นพบผู้ร่วมขบวนการ 5 คน ขณะนี้จับแล้ว 3 คน จากพฤติการณ์พบมีการวางแผน ดักรอและสะกดรอยตาม

วันนี้ (6 เม.ย.2569) ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ชี้แจงความคืบหน้าคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ

พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบก.สส.จชต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 5 คน คือ นายสมพร อดีตนาวิกโยธิน ที่เป็นผู้รับจ้างและวางแผน, นายอลาวี ทำหน้าที่คนขับรถคันก่อเหตุ, นายธนภัทร, ร.อ.วิโรจน์ มือปืน และนายสุนทร เจ้าของอู่ซ่อมรถ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้แล้ว 3 คนคือ นายสมพร, นายอลาวี และนายสุนทร ส่วนนายธนภัทร และ ร.อ.วิโรจน์ ยังอยู่ระหว่างหลบหนี

ผลสอบคดีลอบยิง "สส.กมลศักดิ์" พบกลุ่มก่อเหตุวางแผนเป็นขั้นตอน

ผลสอบคดีลอบยิง "สส.กมลศักดิ์" พบกลุ่มก่อเหตุวางแผนเป็นขั้นตอน

การสอบสวนกลุ่มผู้ก่อเหตุ มีการวางแผนเป็นขั้นตอน โดยส่งคนไปดักดูและติดตามนายกมลศักดิ์ ตั้งแต่ที่สนามบินหาดใหญ่ ส่วนทีมสังหารได้นำรถไปจอดดักรอใกล้บ้านพัก ซึ่งกลุ่มมือปืนใช้รถกระบะของ กอ.รมน.เป็นพาหนะ มีนายอลาวี เป็นคนขับ, นายธนพัฒน์ นั่งอยู่เบาะหน้าด้านซ้าย และ ร.อ.วิโรจน์ มือปืน นั่งเบาะหลังด้านซ้าย

กระทั่งรถของ สส.กมลศักดิ์ ขับผ่านมา กลุ่มมือปืนเร่งเครื่องแซงและใช้ปืนยิงถล่ม โดยหลังเกิดเหตุได้ขับรถไปทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมเพื่อชำแหละทำลายหลักฐาน

สำหรับรถที่ใช้ก่อเหตุ เป็นรถของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ซึ่งการตรวจสอบทราบว่า ร.อ.วิโรจน์ เป็นผู้ติดต่อขอยืมมาจาก น.อ.มนตรี เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.นราธิวาส ซึ่งเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันและเคยให้ยืมรถใช้เป็นประจำ ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ส่วนเรื่องการนำรถของทางราชการ ไปให้บุคคลภายนอกยืมใช้ จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอีกทางหนึ่ง

ผลสอบคดีลอบยิง "สส.กมลศักดิ์" พบกลุ่มก่อเหตุวางแผนเป็นขั้นตอน

ผลสอบคดีลอบยิง "สส.กมลศักดิ์" พบกลุ่มก่อเหตุวางแผนเป็นขั้นตอน

ผบก.สส.จชต.ระบุอีกว่า แม้ขณะนี้นายสมพร ซึ่งเป็นผู้ประสานงานจะยังให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานแน่นหนา ทั้งการตรวจยึดอาวุธปืนเถื่อนที่ใช้ก่อเหตุและกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพรถตั้งแต่ช่วงก่อเหตุ เส้นทางการหลบหนีและนำรถไปทิ้งที่อู่เพื่อชำแหละ ซึ่งภาพวงจรปิดสอดคล้องกับชิ้นส่วนรถที่ถูกถอดแยกชัดเจน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายสุนทร เจ้าของอู่ ฐานทำลาย ซ่อนเร้น หรือทำให้พยานหลักฐานสูญหายเพื่อช่วยผู้อื่น หรือเพื่ออำพรางความผิด

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยืนยันว่า ไม่กดดันในการทำคดี แต่ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ขยายผลว่ามีผู้บงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่

อ่านข่าว

ไฟไหม้สปีดโบ๊ตท่าเทียบเรือภูเก็ต บาดเจ็บ 5 คน ไกด์เสียชีวิต 1 คน

พี.ซี.สยาม ปัดกักตุนน้ำมัน ยันโซฮอล์ 95 จำนวน 2 ล้านลิตร เก็บตามปกติ

นายกฯ กำชับ WFH ชี้ต่อไปไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่จะหานำเข้าได้ยาก