"พิชาย" ชี้ผลงานรัฐบาล วัดฝีมือแก้น้ำมันแพง จากการเจรจากลุ่มทุน

การเมือง
15:31
จำนวนผู้ชม 704
"พิชาย" ชี้ผลงานรัฐบาล วัดฝีมือแก้น้ำมันแพง จากการเจรจากลุ่มทุน
ผอ.หลักสูตรการเมืองฯ สถาบันนิด้า มองรัฐบาลสอบตกด้านการแถลงนโยบาย ชี้สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นคือมาตรการในการบรรเทาความเดือดร้อน และความกล้าของรัฐ ในการเจรจากับภาคเอกชนเพื่อประชาชน

วันนี้ (7 เม.ย.2569) รศ.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการหลักสูตรการเมือง และยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ให้สัมภาษณ์ในรายการมุมการเมือง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หัวข้อเรื่อง จับตาแถลงนโยบายแก้วิกฤตน้ำมัน วัดฝีมือเจรจากลุ่มทุน-ลดภาษีสรรพสามิต

รศ.พิชาย กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นในการแถลงนโยบายของภาครัฐ คือมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ซึ่งคือค่าน้ำมัน โดยรัฐบาลต้องแสดงความชัดเจนในการจัดการ "ค่าการกลั่น" ที่พุ่งสูงถึง 16-17 บาทต่อลิตร จากปกติ 2-3 บาท/ ลิตร หากเจรจาให้ลดลงมาอยู่ที่ 5 บาทได้สำเร็จ ควบคู่กับการ "ตัดภาษีสรรพสามิต" อีก 6 บาท จะช่วยลดราคาน้ำมันได้ทันที 14-15 บาทต่อลิตร ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลพร้อมยืนข้างประชาชน

รศ.พิชาย ยังมองท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ว่ามีลักษณะประนีประนอม และเกรงใจกลุ่มทุนมากเกินไป โดยใช้มาตรการ "ขอร้องให้ประชาชนประหยัด" ซึ่งเป็นการผลักภาระให้ประชาชน แทนที่จะใช้ความเข้มแข็งบีบให้กลุ่มทุนลดกำไร

"ต้องใช้ความเข้มแข็งให้เหมือนที่พูดตอนช่วงสงครามไทย-กัมพูชา ก็ใช้ความเข้มแข็งนั้นวิจารณ์นายทุนบ้าง แต่ดูที่พูดมาสองสามวันนี้ มีกังวลว่านายทุนจะขาดทุน กลัวจะไม่กลั่นบ้างอะไรบ้าง กังวลไปหมดเลย แต่ไม่กังวลแทนประชาชน ให้ประชาชนประหยัดมากขึ้น" รศ.พิชาย กล่าว

นอกจากนี้ รศ.พิชาย ยังมองว่า การทำงานของ เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน คนใหม่นั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะเรื่องโครงสร้างน้ำมันมันเกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจสังคม และภูมิรัฐศาสตร์รวมถึงกลไกตลาด

"ขิง (เอกนัฏ) ประกาศแข็งกร้าวว่า จะใช้กฎหมายกำหนดค่าการกลั่นเอง ซึ่งถ้าทำได้ผมว่าคงจะได้รับความนิยม แต่ปัญหาคือเวลาเสนอไปก็จะเจอแรงต้าน ทั้งจากในพรรคร่วมและกลุ่มทุน มันคงยากลำบากสำหรับขิง" รศ.พิชาย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การที่นายอนุทินมาจากภาคเอกชน จะช่วยให้การพูดคุยเจรจากับเอกชน ง่ายขึ้นหรือไม่ รศ.พิชาย กล่าวว่า ปรัชญาพื้นฐานของนายทุนคือกำไรสูงสุด เขาทำทุกทาง การที่จะยอมลดกำไรมันมีเงื่อนไขว่า ต้องมีกฎหมายไปบังคับเขาและต้องออกกฎหมาย

"ที่ต่างประเทศเขามีคือการเก็บภาษีลาภลอย ที่ได้มาจากการแสวงหากำไรที่ล้นเกิน นี่มีท่าทีว่าจะไม่ทำ แม้จะมีคนเสนอมามาก แต่รัฐบาลดูจะไม่กล้าดันเต็มที่ อีกส่วนคือกลุ่มทุนทั้งหลาย อาจยอมได้หากมีแรงกดดันทางสังคมสูง อาจไปกดดันรัฐบาลจนรัฐบาลมากดดันทุนอีกทอดหนึ่ง เขาอาจยอมบ้าง เพื่อลดความขุ่นเคือง ต้องรอดูว่ารัฐบาลจะสามารถทำให้กลุ่มทุนรับรู้กระแสและลดกำไรของตัวเองลงมากน้อยขนาดไหน" รศ.พิชาย กล่าว

รศ.พิชาย กล่าวว่า นายอนุทินเป็นนายทุนก่อสร้าง แต่เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว มันเป็นเรื่องโครงสร้างและความคิด สิ่งที่เกิดขึ้นในแวดวงการเมืองคือการต่อรองและชี้ให้เห็นว่าหากไม่ทำจะเกิดผลเชิงลบอย่างไร หรือรัฐบาลจะทำอะไรบ้างในฐานะตัวแทนประชาชน

"รัฐบาลคงหนักใจพอควร เพราะไม่มีช่วงฮันนีมูนเลย คนไม่รู้สึกเลยว่านี่คือรัฐบาลใหม่ คนรู้สึกว่านี่คือรัฐบาลเดิมที่ต่อเนื่องมา และมีบทเรียนว่า อนุทินจัดการปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ได้ไม่ดี การจัดการวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ ก็ไม่ดี โดยเฉพาะในช่วงหลังสงครามไม่กี่วัน คนเจอปัญหาน้ำมันขาดแคลน เพราะนโยบายรัฐบาลผิดพลาด ความใหม่ของรัฐบาลไม่ช่วยอะไร คงจะสร้างความหนักใจมากพอสมควร" รศ.พิชาย กล่าว

อ่านข่าว

DSI พบพิรุธ "เรือขนน้ำมัน" ไปสุราษฎร์ฯ เพิ่มเป็น 99 เที่ยว-แล่นนานขึ้น

สภาเคาะแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย. รวม 32.30 ชม. ฝ่ายค้าน 14.30 ชม.

"พิพัฒน์​" ยันไม่มีฮันนีมูน พร้อมลุยงาน ย้ำตรึงราคาค่าโดยสารสงกรานต์​