แถลงนโยบายรัฐบาล 5 ด้าน ล็อกเป้าอภิปราย "พิพัฒน์-เอกนิติ-เอกนัฏ"

การเมือง
16:52
จำนวนผู้ชม 738
แถลงนโยบายรัฐบาล 5 ด้าน ล็อกเป้าอภิปราย "พิพัฒน์-เอกนิติ-เอกนัฏ"

จะฝ่าวิกฤตพลังงาน หรือนำพาประเทศชาติ-บ้านเมืองและประชาชนไปได้อย่างไร ก็คงต้องตั้งต้นที่ "นโยบายรัฐบาล" ซึ่ง ครม.นัดพิเศษ เมื่อค่ำวาน "เห็นชอบ" 5 ด้านหลัก ๆ ขมวดออกมาคือ ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม และด้านเศรษฐกิจ

นโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ซึ่ง ครม. นัดพิเศษ พิจารณา-เห็นชอบแล้ว มีด้วยกัน 5 ด้าน โดยสรุปรวมเป็นคำแถลงนโยบาย ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รวมแล้ว 21 หน้า ประกอบไปด้วย

1.นโยบายด้านเศรษฐกิจ ที่เน้นส่งเสริมการลงทุน SME เสริมสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการค้าระหว่างประเทศ

2.นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง จะส่งเสริมความมั่นคงชายแดน ให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ และแก้ปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะปมไทย-กัมพูชา และการ MOU 2544

3.นโยบายด้านสังคม เน้นเรื่องการศึกษา เร่งพัฒนาระบบประกันสุขภาพ ปรับปรุงกฎหมายประกันสังคม ยกระดับบริการสุขภาพของคนไทย มุ่งสร้างเทคโนโลยี AI ทางการแพทย์

4.นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม วางแผนบริหารจัดการน้ำ พร้อมป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ พัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ และการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลกับการพยากรณ์ พร้อมสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด

และ 5.นโยบายด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย โดยเฉพาะผลักดันร่างกฎหมาย ว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน, ร่างชุดกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และแก้กฎหมาย ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ และแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง

และระหว่างประชุม ครม.นัดพิเศษ เมื่อค่ำวานนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ รัฐมนตรีทุกคนให้ร่วมงานเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และฝ่าฟันทุกปัญหาและอุปสรรคไปด้วยกัน

เดิมวิป 2 สภาฯ คือ สภาผู้แทนราษฎร กับวุฒิสภา ถกนอกรอบกันไว้ สำหรับกรอบเวลาการอภิปราย นโยบายรัฐบาล ในวันที่ 9 และ 10 เม.ย.นี้ รวม 32.30 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 14.30 ชั่วโมง สส.พรรครัฐบาล 5 ชั่วโมง และ สว. 4 ชั่วโมง แต่ประธานรัฐสภา "โสภณ ซารัมย์" นัดหารืออย่างเป็นทางการในวันนี้ แต่การพิจารณา-อภิปราย ว่ากันว่า มีเป้านิ่งค่ะ

เป้านิ่งที่ว่า หมายถึง รัฐมนตรีตำบลกระสุนตก ยังไงก็แล้วแต่ การพิจารณา-อภิปราย นโยบายรัฐบาล ย่อมต้องเริ่มด้วยปมวิกฤตพลังงาน "น้ำมันแพง" และการทวงถามถึง "ไอ้โม่ง" ที่อาจไม่ใช่แค่ "กักตุน" แต่กำลังหมายถึง "เก็งกำไร" แม้ ศบก.เดิม และ ดีเอสไอ นำโดยนายกฯ จะแอคชัน จะสรุป ประมวลผล ดำเนินการติดตาม-จับกุม อยู่ก็ตาม

โดยเป็นไปได้ว่า การอภิปรายจะเชื่อมโยงถึงคำถามที่เกี่ยวข้องกับ รองนายกฯ พิพัฒน์ รัชกิจประการ โดยเฉพาะในฐานะอดีตผู้อำนวยการ ศบก.แน่ ๆ และมากกว่านั้น คือการอภิปรายตั้งข้อสังเกต ถึงมาตรการต่าง ๆ และการเข้ามารับหน้าที่ ผู้อำนวยการ ศบก. ของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี

นี่ยังไม่นับรวม กรณีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ที่นัดประชุม 2 วันก่อนแถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อกำหนดค่าการกลั่น ด้วยต้นทุนที่แท้จริง ราคาขายจริง และกำไรเฉลี่ยในอดีต มาเป็นมาตรฐานในการคำนวณ สืบเนื่องจากคณะกรรมการตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) จะนำเสนอ

และที่น่าจะมีการอภิปรายถึงกันมากที่สุด น่าจะเป็นปมชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งคาบเกี่ยวกับบทบาท นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ รวมไปถึง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ในฐานะเตรียมทหารรุ่นที่ 26 รุ่นที่ถูกจับตามองว่า กำลังกระจายอำนาจอยู่ในกองทัพในยุคนี้-สมัยนี้

และหลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้วเสร็จ วันรุ่งขึ้นวันที่ 11 เม.ย. มีประชุม ครม. นัดพิเศษ ไม่เพียงมาตรการรองรับ "น้ำมันแพง" แต่จะมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อดูแล-ช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะหยุดต่อเนื่อง 4-5 วัน แต่หลังจากนั้น ครม. คงต้องกลับมาประเมินสถานการณ์กันอีกรอบ

เพราะว่ากันว่า หลังสงกรานต์ ม็อบชุมนุมเรียกร้องประชาชน จะตบเท้าประชิดทำเนียบ

รายงาน : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส

อ่านข่าว :

สภาเคาะแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย. รวม 32.30 ชม. ฝ่ายค้าน 14.30 ชม.

เปิดคำแถลงนโยบายรบ.อนุทิน ชู 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

นายกฯ ลุยแก้วิกฤตพลังงาน จี้ รมต.เข้ากระทรวงลุยงานทันที