วันนี้ ( 7 เม.ย.2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 6,335 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนมี.ค.2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 45.5 จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มแรงกดดันต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงความผันผวนของราคาสินค้า ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์
นายนันทพงษ์ กล่าวต่อว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนมี.ค.2569 อยู่ที่ระดับ 45.5 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 53.0 ซึ่งเป็นการปรับลดลงมาอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น (ต่ำกว่าระดับ 50) เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 36.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 43.3 ในเดือนก่อนหน้า และยังคงอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 51.2 แม้ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่นแต่ปรับตัวลดลงจากระดับ 59.4 ในเดือนก่อนหน้า
นายนันทพงษ์ กล่าวอีกว่า ปัจจัยสำคัญที่ลดทอนความเชื่อมั่น มาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ยังคงตึงเครียดและมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายภาคส่วน ทั้งต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งในภาคการผลิตที่เพิ่มขึ้น ภาคการส่งออกเผชิญความเสี่ยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนภาคการท่องเที่ยวชะลอตัวจากต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้น
ราคาพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง ฉุดเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับตัวลดลงในรอบ 6 เดือน
ขณะเดียวกัน ค่าครองชีพของประชาชนมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง ล้วนเป็นแรงกดดันความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ สถานะทางการเงิน และความมั่นคงในการประกอบอาชีพ อย่างไรก็ดี เสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้นยังช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ ให้มีความต่อเนื่องและชัดเจนยิ่งขึ้น และหากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีแนวโน้มคลี่คลายลง คาดว่าจะช่วยให้บรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวมทยอยฟื้นตัว บรรเทาความกังวลของประชาชน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค พบว่าด้านเศรษฐกิจไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคมากที่สุดคิดเป็น 30.42% รองลงมา คือ ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง 26.19% เศรษฐกิจโลก 17.77% มาตรการของภาครัฐ 10.12% ราคาสินค้าเกษตร 5.21% การเมือง 4.47% สังคม/ความมั่นคง 4.25% ปัจจัยอื่น ๆ 1.29% และ ภัยพิบัติ/โรคระบาด 0.28% ตามลำดับ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลง เข้าสู่ระดับไม่เชื่อมั่นทุกภูมิภาค โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 48.3 ภาคใต้อยู่ที่ระดับ 45.2 ภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 44.4 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 44.1 และ ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 43.9
ราคาพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง ฉุดเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับตัวลดลงในรอบ 6 เดือน
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ จำนวน 7 อาชีพ พบว่าทุกกลุ่มอาชีพปรับตัวลดลงสู่ระดับไม่เชื่อมั่น โดยพนักงานของรัฐ อยู่ที่ระดับ 49.4 ผู้ประกอบการ อยู่ที่ระดับ 47.2 ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ อยู่ที่ระดับ 45.8 พนักงานเอกชน อยู่ที่ระดับ 45.2 เกษตรกร อยู่ที่ระดับ 44.4 อาชีพรับจ้างอิสระ อยู่ที่ระดับ 43.6 และ นักศึกษา อยู่ที่ระดับ 41.1 เช่นเดียวกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับ 31.5 ในเดือนปัจจุบัน
ผอ.สนค. กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มี.ค.2569 ปรับตัวลดลงเข้าสู่ระดับไม่เชื่อมั่นในรอบ 6 เดือนนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2568 โดยสาเหตุสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกระทบความรู้สึกของประชาชนในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตด้านพลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเดือนที่ผ่านมา
ทั้งในด้านราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และปัญหาจากสภาวะอุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงตึงตัวในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อความต่อเนื่องในการกระจายการจำหน่ายน้ำมันทั่วประเทศ จนกลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ราคาพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง ฉุดเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับตัวลดลงในรอบ 6 เดือน
นอกจากนี้ ปัญหาด้านพลังงานยังขยายวงความกังวล ไปยังระดับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตามต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมภาวะค่าครองชีพของประชาชนที่อยู่ในระดับสูงมาอย่างต่อเนื่องให้ตึงตัวมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันความไม่แน่นอนของตลาดโลก ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการค้าระหว่างประเทศและการส่งออก ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบสำคัญ ที่ลดทอนความเชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า กระทรวงพาณิชย์ยกระดับมาตรการเชิงรุก เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด
ราคาพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง ฉุดเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับตัวลดลงในรอบ 6 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการธงฟ้าราคาประหยัดที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะขยายจุดจำหน่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นราคาเหมาะสมได้อย่างสะดวก รวมทั้งมาตรการเฉพาะด้านเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมาย อาทิ การบริหารจัดการปุ๋ยสำหรับเกษตรกร และการบริหารจัดการต้นทุนและโลจิสติกส์ สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ส่งออก
อ่านข่าว:
เงินเฟ้อ มี.ค.ลด 0.08% จับตา เม.ย.พุ่งแรง เหตุรัฐตรึงดีเซล
ดีเซลขึ้น 14 บาท ทุบ GDP ร่วง 0.56% ม.หอการค้า ชี้สงครามยืดเยื้อ หวั่นเศรษฐกิจไทยโตติดลบ
ห้างท้องถิ่นขานรับ ลดค่าครองชีพ ไม่ปรับราคา ตรึงเท่าที่จะทำได้
