คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในหมู่ประชาชนชาวอเมริกัน กำลังลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากผลกระทบของสงครามกับอิหร่าน และความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันการปะทะคารมอย่างเปิดเผยกับสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ 14 ซึ่งเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันพระองค์แรกในรอบเกือบ 2,000 ปี ดูเหมือนจะสร้างผลเสียต่อภาพลักษณ์ของทรัมป์มากกว่าผลดี
ทรัมป์ยังคงเดินหน้าโจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาอย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกวิจารณ์จากทั่วโลก ล่าสุดเขายังโพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล พร้อมแชร์ภาพที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) แสดงภาพพระเยซูโอบกอดตัวเขาเอง โดยทรัมป์เขียนคำบรรยายว่า พวกฝ่ายซ้ายสุดโต่งอาจไม่ชอบ แต่ผมคิดว่ามันดีนะ
เพียง 2-3 วันก่อนหน้านั้น ทรัมป์เคยโพสต์ภาพ AI อีกภาพหนึ่งที่ทำให้เขาดูเหมือนพระเยซู ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจนต้องลบโพสต์ด้วยตัวเอง และออกมาแก้ตัวว่า "เข้าใจว่าเป็นหมอ ไม่ใช่พระเยซู" คำอธิบายนี้ถูกมองว่า ฟังไม่ขึ้นจากหลายฝ่าย และยิ่งทำให้ท่าทีของเขาที่มีต่อประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกถูกวิจารณ์หนักขึ้น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องการขอโทษสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ 14 หรือไม่ ทรัมป์ยังคงยืนยันจุดยืนเดิม โดยไม่แสดงท่าทีที่จะถอย
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ 14 ทรงเป็นหนึ่งในผู้นำศาสนา ที่มีจุดยืนต่อต้านสงครามชัดเจนที่สุดในช่วงนี้ ทรงวิจารณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสงครามในกาซาที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 75,000 คน หรือเกือบร้อยละ 4 ของประชากรกาซาก่อนสงคราม แม้อิสราเอลจะประกาศหยุดยิงไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ยังคงมีการโจมตีเกิดขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางวิกฤตมนุษยธรรมที่รุนแรง
ส่วนสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ตามด้วยความขัดแย้งในเลบานอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตในภูมิภาคกว่า 4,000 คน ภายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์เศษ ๆ ยังไม่นับรวมผู้บาดเจ็บจำนวนมาก
จุดยืนที่เน้นสันติภาพและการอยู่ร่วมกันของพระสันตะปาปาแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับนโยบายแข็งกร้าวของฝ่ายบริหารทรัมป์ ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายมีความตึงเครียดมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้
ตอนที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ 14 ทรงได้รับเลือกเมื่อปีที่แล้ว หลายฝ่ายมองว่า เป็นการเลือกพระองค์เพื่อถ่วงดุลจุดยืนของทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ทางวาติกันได้ปฏิเสธข้อสังเกตนี้
บริษัทวิจัยในสหรัฐฯ สำรวจความเห็นชาวอเมริกันที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเมื่อเดือนที่แล้ว พบว่า ร้อยละ 52 มองว่า รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ทำผลงานโดยรวมไม่ดี ส่วนเรื่องนโยบายอิหร่านมีถึงร้อยละ 60 ที่ไม่สนับสนุน และมีเพียงร้อยละ 45 เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการใช้กำลังทหาร แม้หลายคนจะเห็นด้วยว่าอิหร่านควรยุติโครงการนิวเคลียร์และเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
ชาวอเมริกันคาทอลิกไม่ได้เป็นฐานเสียงหลักของพรรคใดพรรคหนึ่งโดยตรง แต่เมื่อแยกตามเชื้อชาติ ชาวคาทอลิกผิวขาวมักสนับสนุนรีพับลิกัน ขณะที่ชาวคาทอลิกเชื้อสายละติน สนับสนุนเดโมแครต
จากสถิติการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2 ครั้งล่าสุด ในปี 2563 ชาวคาทอลิกส่วนใหญ่สนับสนุนโจ ไบเดน แต่ในการเลือกตั้งครั้งต่อมา ทรัมป์ได้รับเสียงจากกลุ่มนี้ถึงร้อยละ 59 ขณะที่คามาลา แฮร์ริส ได้เพียงร้อยละ 39
นักวิเคราะห์การเมืองบางคนมองว่า ทรัมป์โจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาอย่างหนัก อาจมีสาเหตุจากความอิจฉาความนิยมของพระองค์ที่มีต่อชาวอเมริกัน แม้แต่ทรัมป์เองก็เคยชมพระองค์ในช่วงแรกว่าทรงเป็นเกียรติยศของประเทศ
ผลสำรวจล่าสุดของ NBC พบว่า ส่วนต่างคะแนนนิยมของทรัมป์ติดลบร้อยละ 12 ขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ 14 ได้คะแนนนิยมสุทธิเพิ่ม ร้อยละ 34%
ไม่เพียงแต่ทรัมป์เท่านั้น แต่สมาชิกคนสำคัญในรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ก็มีคะแนนนิยมต่ำกว่าเช่นกัน จากผลสำรวจของ Gallup เมื่อกลางปีที่แล้ว พบว่า เจ.ดี.แวนซ์ ติดลบร้อยละ 11, พีท เฮกเซธ รมว.กลาโหม ติดลบร้อยละ 12 และมาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศ ติดลบร้อยละ 16
ขณะนี้ ภายในพรรครีพับลิกันเริ่มมีความกังวลว่า สงครามในตะวันออกกลาง ผนวกกับการปะทะกับสมเด็จพระสันตะปาปาจะทำให้ฐานเสียงของพรรคเสียหายหนัก โดยเหลือเวลาไม่ถึง 7 เดือน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมปลายปีนี้ การเคลื่อนไหวของทรัมป์ครั้งนี้จึงถูกมองว่าเสี่ยงสูง และอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางการเมืองของรีพับลิกันในระยะใกล้
อ่านข่าวอื่น :
BBC เตรียมปลดพนักงาน 2,000 ตำแหน่ง เซ่นพิษเศรษฐกิจ-คดีทรัมป์
สส.เดโมแครตยื่นถอดถอน "พีท เฮกเซธ" ปมก่อสงครามโดยพลการ
ทรัมป์ไม่ถอย วิจารณ์โป๊ปต่อเนื่อง พร้อมรีโพสต์ภาพ AI สะเทือนศาสนา
