ใช้เวลา 2 วันคุมไฟไหม้บริษัท BWG ตรวจคุณภาพอากาศไม่เกินมาตรฐาน

ภูมิภาค
18:39
จำนวนผู้ชม 1,282
ใช้เวลา 2 วันคุมไฟไหม้บริษัท BWG ตรวจคุณภาพอากาศไม่เกินมาตรฐาน
ตัวแทนบริษัทฝังกลบกากอุตสาหกรรม จ.สระบุรี ยืนยันจุดที่เกิดไฟไหม้เป็นพื้นที่ปิดคลุมหลุมฝังกลบชั่วคราว ไม่ใช่หลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรม ขณะที่ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศพบอยู่ในเกณฑ์ไม่กระทบต่อสุขภาพ

วันนี้ (16 เม.ย.2569) เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยรอบบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หลังเกิดเหตุ เพลิงไหม้บ่อขยะฝังกลบ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผลการตรวจคุณภาพอากาศ เบื้องต้นไม่พบเกินค่ามาตรฐาน แต่ยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

ส่วนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและผู้ป่วยติดเตียง บริษัทฯ ระบุว่าได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย พร้อมเปิดศูนย์อำนวยการรับเรื่องร้องเรียนและดูแลประชาชน ที่วัดหนองสองห้อง และแจกหน้ากากอนามัยป้องกัน

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า วันเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่งกลิ่นเหม็น ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและแสบจมูก แต่ล่าสุดอาการลดลงแล้ว

ภาพประกอบข่าว ใช้เวลา 2 วันคุมไฟไหม้บริษัท BWG ตรวจคุณภาพอากาศไม่เกินมาตรฐาน

แจงจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ไม่ใช่บ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม

ขณะที่บริษัทฯ ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณจุดเกิดเหตุคือหลุมฝังกลบชั่วคราว ซึ่งเป็นคนละพื้นที่กับบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ส่วนสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณปั๊มสเปย์สารดับกลิ่น ประกอบกับอากาศร้อนและมีลมแรง ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว

บริษัทฯ ยังยืนยันว่าดำเนินการตามแผนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งอพยพพนักงานและชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงสำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน

สำหรับเพลิงไหม้ครั้งนี้ใช้เวลาควบคุมเพลิงเป็นเวลา 2 วัน เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดแล้ว แต่วันรุ่งขึ้นพบการปะทุของไฟอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ ล่าสุดเพลิงสงบแล้ว

แพทย์แนะวิธีป้องกันตนเองจากควันพิษ เลี่ยงพื้นที่-อยู่เหนือลม

นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ส่งผลให้เกิดควันไฟจำนวนมาก ประกอบกับทิศทางลมพัดเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ทำให้มีความเสี่ยงที่ก๊าซพิษจะกระจายเข้าสู่บริเวณโดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายลม

เหตุเพลิงไหม้ในสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดของเสีย อาจก่อให้เกิดก๊าซพิษหลายชนิด โดยเฉพาะ "ไฮโดรเจนไซยาไนด์" ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของวัสดุ เช่น พลาสติก โฟมและสารเคมีต่าง ๆ หากสูดดมเข้าสู่ร่างกายอาจส่งผลกระทบต่อระบบหายใจและระบบประสาท โดยอาการที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนและหายใจลำบาก ในกรณีรุนแรงอาจมีอาการชัก หมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้น

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณท้ายลมและปฏิบัติตามประกาศของทางราชการอย่างเคร่งครัด หากมีคำสั่งอพยพต้องออกจากพื้นที่ทันที และไม่ควรกลับเข้าพื้นที่จนกว่าจะมีประกาศยุติ พร้อมย้ำว่าหน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันก๊าซพิษดังกล่าวได้

อ่านข่าว

"เอกนัฏ" ประกาศจัดการผู้ประกอบการกักตุนน้ำมันเก็งกำไร

เยาวชนหญิง 15 ปี ร้องถูก "พลทหาร" ล่วงละเมิดในงานสงกรานต์

สส.เดโมแครตยื่นถอดถอน "พีท เฮกเซธ" ปมก่อสงครามโดยพลการ