การเมืองระอุ “นิติสมรภูมิ” เขย่าขวัญฝ่ายค้าน-รัฐบาล

การเมือง
13:00
จำนวนผู้ชม 527
การเมืองระอุ “นิติสมรภูมิ” เขย่าขวัญฝ่ายค้าน-รัฐบาล

วันนี้ (17 เม.ย.2569) ผศ.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้สัมภาษณ์รายการมุมการเมือง ไทยพีบีเอส

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายพรรคเจอเกมกฎหมาย ฉากการเมืองหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ผศ.เชษฐา กล่าวว่า เป็นลักษณะการผูกขาพรรคการเมืองที่มีอิทธิพลในปัจจุบัน สามอันดับแรก ที่เป็นพรรคใหญ่ทั้งน้ำเงิน ส้ม แดง ล้วนชนะการเลือกตั้งในอันดับ 1-3 จะมีเกมผูกขาเพื่อดูว่า จังหวะไหนจะเอามาทำให้อีกพรรคเสียเปรียบ

การผูกขาที่ใช้เป็นคดีตอนนี้ ที่ต้องยอมรับว่า ค่ายสีส้มเสียเปรียบที่สุด เพราะคดี 44 สส.เข้าสู่ชั้นศาลแล้ว วันศุกร์หน้า (24 เม.ย.) ศาลจะพิจารณาว่า จะรับหรือไม่ ค่ายสีส้มคือพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง หากศาลรับคำร้อง และให้ 10 สส. หยุดทำหน้าที่ทันที จะทำให้ขุมกำลังอ่อนลง พออ่อนลงผลสวิงจะไปได้เปรียบกับฝ่ายรัฐบาลปัจจุบัน ทั้งค่ายน้ำเงินและแดง (พรรคภูมิใจไทย / พรรคเพื่อไทย)

ช่วงแรกพรรคส้ม (พรรคประชาชน) โดนก่อน ในทางการเมืองมองเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเตะตัดขาพรรคใหญ่โดยเฉพาะ

ผู้สื่อข่าวถามว่า พูดถึงเตะตัดขา หากค่ายสีส้มล้มไปแล้ว ที่เหลืออีกสองจะตัดขากันเองรึเปล่า ผศ.เชษฐากล่าวว่า ในทางการเมืองช่วงแรกต้องร่วมกันสร้างผลงานให้รัฐบาลอยู่รอด แต่ด้วยเป็นรัฐบาลผสมเวลาทำงานกันไปมันต้องมีผันงบประมาณ บางทีมันอาจต้องกินแหนงแคลงใจกันด้วย

พูดถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ตอนปี 2562 บรรดาพรรคร่วมยังมีอาการกระทบกระทั่งกัน หรือแม้แต่รัฐบาลเศรษฐา ก็ยังมีกระทบกันเป็นธรรมชาติ

อีกสองพรรคที่เหลือไม่ได้มีอะไรรับประกัน ว่าจะกระทบกันหรือไม่ แต่ให้ดูสิ่งที่ผูกขาอยู่ว่าสิ่งไหนจะถูกนำมาใช้ก่อน

เมื่อถามว่า คดีฮั้ว สว.หากตัดสินเป็นลบคงเรื่องใหญ่ บริบทที่มันประกอบกันแล้วน่าจะเป็นอย่างไร ผศ.เชษฐา กล่าวว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับผู้บริหารค่ายน้ำเงิน หากตัดสินเป็นลบนี่เรื่องใหญ่จริง ๆ แต่ผมคิดว่าคดีฮั้ว สว.มันผ่านช่วงพีคไปแล้ว มันพีคตอนรัฐบาลเพื่อไทยสมัยภูมิธรรมเป็นรักษาการนายกฯ ตอนนั้นเข้มข้นในการดำเนินคดีจนเกือบจะปิดเกมสีน้ำเงินได้ แต่พอรัฐบาลเปลี่ยนขั้ว จังหวะของการเร่งคดีมันหายไปเลย มันเป็นแค่สิ่งที่พูดถึงกันผ่านหน้าสื่อ

ประเด็นต่อมาในเชิงข้อโต้แย้ง ปรากฏว่า ข้อโต้แย้งทางคดีฮั้วที่จะเป็นลบต่อค่ายน้ำเงิน มันปรากฎว่า มีเหตุผลโต้แย้งค่อย ๆ ผุดออกมาทำนองว่าไม่ได้มีลักษณะตามข้อกล่าวหา ดังนั้นดูจากรูปการณ์ทั้งจังหวะที่ช้าลงรวมกับข้อโต้แย้ง รวมถึงพรรคภูมิใจไทยถืออำนาจอันดับหนึ่ง มีเสียง สส.แข็งแกร่งมาก โอกาสที่คดีฮั้วจะเกิดผลลบในช่วงเวลาอันสั้นนี้ยังยาก

ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นนะ เพราะอย่าลืมว่าไม่ว่าพรรคอันดับหนึ่งจะแกร่งขนาดไหน แต่ในการเมืองไทยมันมีลักษณะที่เราเรียกว่า “รัฐพันลึก” แน่นอนว่าเป็นกลุ่มข้าราชการ ผู้มากบารมี หรืออื่น ๆ ที่เขาคิดว่าหวังดีต่อประเทศ พอมันมีกลุ่มแบบนี้แล้วถ้าเขามองว่าภูมิใจไทยบริหารประเทศไม่ได้ คดีที่ว่าก็อาจจะถูกเร่งขึ้นมาอีกก็ได้ไง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ใหญ่กว่าคือเรื่องบัตรเลือกตั้ง ถ้าออกมาเป็นลบ สงสัยต้องล้างกระดาน ผศ.เชษฐา กล่าวว่า ตนคิดว่ายังมีน้ำหนักกว่า เพราะหน่วยงานที่เป็นคนยื่นไปยังศาล คือผู้ตรวจการแผ่นดิน ในเชิงขององค์กรภาครัฐนั้น ผู้ตรวจการฯ ถือว่าน่าเชื่อถือในการชงเรื่อง แม้เขาจะบอกว่า รับเรื่องมาสิบกว่าเรื่อง แต่สุดท้ายเขามัดรวมกัน และไปสืบสวนหาเหตุของเขาเอง ว่ามันเข้าข่ายข้อไหนอย่างไร ก่อนจะชงขึ้นไป ผมดูว่าเป็นอะไรที่น่ากังวลมากกว่า

เมื่อศาลรับพิจารณาจะเป็นเรื่องสำคัญ ในระยะสามเดือนจะต้องมีความคืบหน้าในเรื่องนี้แล้ว นี่จะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่จะแซงทุกคดี แต่มันไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่ปรากฎจะเป็นไปตามข้อกล่าวหา เพราะหลายเรื่องที่เข้าสู่ศาลก็จะถูกพิจารณาอย่างละเอียด

เมื่อถามว่า คดีนี้จะกระทบพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ผศ.เชษฐากล่าวว่า กระทบเพราะเป็นการล้มกระดาน ถ้าต้องมาเลือกตั้งใหม่ในช่วงที่ภูมิใจไทยยังสร้างผลงานได้ไม่เต็มที่ ผลการเลือกตั้งอาจไม่เหมือนเดิม และพรรคภูมิใจไทย เพิ่งจะมาเป็น ครม.100% ได้ก่อนสงกรานต์ แค่นิดเดียว หากศาลพิจารณา 3 เดือน ก็ต้องรอดูว่าจะปั้นผลงานได้เร็วไหม คดีนี้ไม่น่าจะลากกันเป็นปี

เรียบเรียง : อุรชัย ศรแก้ว ผู้สื่อข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส

อ่านข่าว :

เมาแล้วขับ 7 วันสงกรานต์ พุ่ง 5,806 คดี สถิติลดลงจากปีก่อน 4.82%

"ฐปณีย์" ยื่นหนังสือนายกฯ ตรวจสอบปฏิบัติการ IO คุกคามสื่อ

7 วันสงกรานต์เสียชีวิต 242 คน เจ็บ 1,200 คน - ตายเป็นศูนย์ 10 จังหวัด